NaiRobRoo.com | ข่าวประชาสัมพันธ์

มื้อนี้อิ่มอร่อย และดีต่อใจ

ะดีแค่ไหนถ้าคุณสามารถช่วยเหลือสังคมด้วยการ “ชอปปิ้งออนไลน์” ผ่าน Socialgiver.com เว็บไซต์ที่รวบรวมบัตรของขวัญมากมายให้คุณเลือก “ช็อป” ทั้งสินค้าและบริการไม่ว่าจะเป็น โรงแรม ร้านอาหาร สปา หรือกิจกรรมออกกำลังกาย จากหลากหลายธุรกิจใจดี ที่ยินดีมอบกำไรทั้งหมด “ช่วย” สมทบทุนโครงการเพื่อสังคม

Socialgiver ขอแนะนำร้านอาหารใจดี ที่คุณจะได้อิ่มอร่อยกับรสชาติที่หลากหลาย เพลิดเพลินกับบรรยากาศสบาย ๆ ในแบบเฉพาะตัว พร้อมได้ช่วยเหลือสังคมกับสี่ร้านอาหารใจดีที่มีหัวใจแห่งการให้ไม่สิ้นสุด สมทบทุนโครงการเพื่อสังคม ช็อปบัตรของขวัญอีกมากมายได้ที่ www.socialgiver.com

bb11

@ Broccoli Revolution ปฏิวัติเล็ก ๆ เพื่อสุขภาพ “ปฏิวัติเล็ก ๆ เพื่อสุขภาพ” คือคอนเซปต์ของร้านที่อยากหยิบยื่นมื้ออาหารดี ๆ จากธรรมชาติให้ใครหลายคนได้หันมากินผักผลไม้แทนผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ ทางร้านจึงคัดสรรวัตถุดิบออร์แกนิกปลอดสารเคมีนำมาปรุงเป็นเมนูอาหารหลากหลายสไตล์ทั้งยังคืนกำไรสู่มูลนิธิสติ โดยการระดมทุนซื้อเครื่องกรองน้ำเพื่อให้นักเรียนโรงเรียนห่างไกลใน จ. เชียงใหม่มีน้ำสะอาดดื่ม

sousaka4

 @ Sousakuอเดียสร้างสรรค์บนจานอาหาร The Creation of Simplicity คือคอนเซปต์ของร้านที่อยากจะทำซูชิที่ไม่เหมือนใครโดยหาไอเดียแปลกใหม่มาผสมผสานเข้ากับวัตถุดิบหลักอย่างเนื้อปลาสด ๆ จากแดนอาทิตย์อุทัย ที่จะทำให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในบรรยากาศอบอุ่นสไลต์ญี่ปุ่นชนบท เรียกว่าทั้งอร่อยทั้งได้ช่วยเหลือสังคมในคราวเดียวกัน เพราะทางร้านนำรายได้สนับสนุนการฟื้นฟูและคืนลิงลมสู่ป่ากับมูลนิธิรักสัตว์ป่า 

crpes6

@ Crêpes & Co. ต้นตำรับเครปฝรั่งเศสนับร้อยเมนู เป็นร้านเครปสไตล์ฝรั่งเศสแห่งแรกในกรุงเทพฯ ที่เครปเลิฟเวอร์รู้จักเป็นอย่างดี เพราะเปิดมานานกว่า 20 ปี กับเมนูเครปทั้งคาวหวานนับร้อย ๆ เมนู นอกจากเครปยังมีอาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน ให้เลือกสั่งมาลิ้มลองในบรรยากาศอบอุ่นผ่อนคลายสไตล์ Homey และอีกหลากหลายเมนูที่ทางร้านนำรายได้ สนับสนุนมูลนิธิซาย มูฟเม้นท์ ในการฝึกอบรมนักบำบัดวอยต้าสำหรับฟื้นฟูเด็กพิการ 

rest5

@ 99 Rest Backyard Café อบอุ่นเหมือนนั่งในสวนหลังบ้าน ร้านอาหารในสวนหลังบ้านเป็นแนวคิดของร้าน ที่อยากให้คุณพาคนที่คุณรัก มาผ่อนคลายในบรรยากาศอบอุ่นและร่มรื่นท่ามกลางต้นไม้ สนามหญ้า และสระน้ำ พร้อมลิ้มลองรสชาติที่หลากหลายจากเมนูอาหารที่ใส่ใจต่อสุขภาพตั้งแต่ต้นทางผู้ผลิตจนถึงปลายทางผู้เบริโภค และทางร้านยังได้ก่อตั้ง โครงการ FOOD4GOOD พี่อิ่มท้อง น้องอิ่มด้วย โดยจะบริจาค 10 บาทจากทุก ๆ เมนูที่ร่วมโครงการภายในร้าน สนับสนุนโภชนาการของเด็กในมูลนิธิต่าง ๆ เรียกว่าทั้งอิ่มอร่อย อิ่มเอม และอิ่มใจในคราวเดียว


###พิเศษสำหรับผู้อ่าน ใส่โปรโมชันโค้ดนี้ “SGXVAMOOSE” ณ ขั้นตอนการชำระเงินในเว็บไซต์ www.socialgiver.com ได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 100 บาท (ใช้ได้ภายใน 31 มีนาคม 2560, 1 user ใช้สิทธิ์ได้ 1 ครั้ง )###


( 1 Vote ) Add a comment
 

Art Inspired ศิลปะบันดาลใจ

ททท. ชวนเที่ยวเปิดศักราชใหม่กับงานศิลปะรูปแบบใหม่สุดอลังการ “Art Inspired ศิลปะบันดาลใจ” 6-8 มกราคม 2560 ณ หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ภายในงานคุณจะได้เจอกับบอลลูน 9 ชิ้นจาก 9 ศิลปินชื่อดัง โดยผลงานทุกชิ้นได้รับแรงบันดาลใจจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หรือในหลวงรัชกาลที่ 9

cover_otop

ภายในงานมีกิจกรรมที่ให้ประชาชนได้ร่วมกิจกรรมอีกมากมาย ทั้ง Art WorkShop ร่วมสมัย จากนักศึกษากลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่มากมาย อาทิ การทำผ้าย้อมคราม ตุ๊กตาหนุมาน และหมอนขิด และ Art Activity งานศิลปะหลากหลายรูปแบบ

otop1

otop2

otop3

otop4

otop5

ทั้ง Finger Art ที่คุณสามารถร่วมสร้างสีสันได้ โดยเอานิ้วจุ่มสี แล้วมาระบายลงบน Backdrop ขนาดความยาว 8 เมตรได้อย่างอิสระ นอกจากนั้นยังมีดนตรี Acoustic ให้ได้ฟังกันสด ๆ พร้อม Shopping ของแบบไทย ๆ และชิมอาหารอร่อยครบรส เรียกได้ว่ารวมทุกอย่างไว้ในที่เดียวแบบนี้พลาดไม่ได้แน่นอน! นายนภดล ภาคพรต รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว

otop6

otop7

 “งาน Art Inspired ศิลปะบันดาลใจ เป็นหนึ่งในโครงการที่ต่อยอดมาจากงาน “Thailand Art Walk” ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้มีส่วนเป็นผู้ร่วมสนับสนุนการจัดกิจกรรมศิลปะ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

otop8 otop9

otop10

otop13 otop11

ครั้งนี้ ททท. มีความตั้งใจจะสร้างกิจกรรมให้เป็นหนึ่งในเทศกาลงานอาร์ตที่ทุกคนรอคอย โดยงานนี้จะเน้นให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้รับแรงบันดาลใจจากการชมงานศิลปะเหล่านี้ และเป็นการเปิดเวทีให้เยาวชนได้เสนอความสามารถในการออกแบบสินค้า และการท่องเที่ยวชุมชนของไทย โดยใช้งานศิลปะท้องถิ่นของไทย มาเป็นแรงบันดาลใจในงาน "Art Inspired”

-----------------------------------------------------------------------------------------

>>>Art Inspired ศิลปะบันดาลใจ” 6-8 มกราคม 2560 ณ หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์



( 0 Votes ) Add a comment
   

3 ร้านอาหารญี่ปุ่น ที่จัดว่าซูโก๊ย!!!

อย่างที่เรารู้กันว่าในเขตกรุงเทพฯ มักหาร้านอาหารญี่ปุ่นได้ง่ายพอๆกับร้านส้มตำ แต่จะมีสักกี่ร้านที่ถือว่า "ซูโก๊ย" นายรอบรู้เลยขอคัดสรรมาให้เลือกชิมกันแบบหอมปากหอมคอกัน 3 ร้าน

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

1. NIPPON KAI MARKET (คลิกที่รูป) 

ไม่ต้องบินไปถึงตลาดปลา Tsukiji หรือลงเรือไปกับชาวประมงญี่ปุ่น เพียงคุณก้าวมาที่ร้าน Nippon Kai Market ก็เหมือนได้กินอาหารทะเลสดๆ ถึงแดนอาทิตย์อุทัยแล้ว!

japanese2

 

2. SOUSAKA  (คลิกที่รูป) 

The Creation of simplicity คือคอนเซปต์ของร้าน Sousaku ที่มักจะเฟ้นหาสิ่งแปลกใหม่ในการตกแต่งจานอาหารให้โดดเด่นดูเก๋ และปรับให้เข้ากับวัตถุดิบหลักอย่างเนื้อปลาสด ๆ จากแดนอาทิตย์อุทัย ที่ทางร้านได้คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศนำมารังสรรค์เป็นเมนูสุดพิเศษมอบให้ลูกค้า โดยยังคงรสชาติที่แท้จริงของวัตถุดิบไว้มากที่สุด

sousaka3


3. KIDDEE ทงคัตสึ/ซูชิ  (คลิกที่รูป) 

จากคอลัมนิสต์ร้านอาหาร และผลงานการทำหนังสือ 'Easy Japanese Cooking' และคู่มือการทำอาหารหลายต่อหลายเล่มที่คุณตรีคิด อินทรขันตีหรือพี่คิดผู้ค่ำหวอดในวงการสื่อสิ่งพิมพ์มาร่วมกว่า 20 ปี ตัดสินใจหันหลังให้วงการ แล้วมาเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นโฮมเมดเล็ก ๆ ที่แสนอบอุ่นเป็นกันเอง แถวถนนสวนผัก ย่านฝั่งธนบุรีนี่เอง

3


( 0 Votes ) Add a comment
   

มหกรรมเรือสำราญและมารีน่า ไทยแลนด์ ยอชท์ โชว์ ครั้งที่ 2

กลับมาสร้างความยิ่งใหญ่อีกครั้ง พบกัน 15-18 ธันวาคมนี้ ที่ อ่าวปอ แกรนด์มารีน่า ภูเก็ตร่วมสัมผัสขบวนซูเปอร์ยอชท์ กีฬาทางน้ำระดับหรู สินค้าลักชัวรี่ และงานสังสรรค์ของบุคคลระดับวีไอพี รัฐบาลไทยร่วมหนุนมหกรรมมารีน่า ผลักดันภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะลแห่งเอเชีย กรุงเทพฯ 23 พฤศจิกายน 2559

coverphk

มหกรรมเรือสำราญและมารีน่า ไทยแลนด์ ยอชท์ โชว์ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2559 กำหนดจัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 15-18 ธันวาคม 2559 ณ อ่าวปอ แกรนด์มารีน่า ภูเก็ต โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยพันธมิตรหลักการจัดงานคือกระทรวงคมนาคม และ กรมเจ้าท่า ร่วมนำเสนอความยิ่งใหญ่ของอุตสาหกรรมมารีน่าระดับหรูในเมืองไทยที่รวบรวมเรือยอชท์และเรือใบระดับพรีเมียร์ รวมถึงซูเปอร์ยอชท์ และแบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์ระดับหรูอย่างครบครัน

phk11

phk10

สืบเนื่องจากความสำเร็จอันงดงามของการจัดงานในครั้งแรก ทำให้แบรนด์ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายชั้นนำระดับโลกจำนวนมาก ต่างยืนยันจะนำผลิตภัณฑ์ไฮเอนด์ระดับซูเปอร์ลักชัวรี่มาจัดแสดง เพื่อสร้างสีสันให้งานในปีนี้ยิ่งทวีความยิ่งใหญ่ตระการตากว่าครั้งที่ผ่านมา ภายในงานแถลงข่าวไทยแลนด์ ยอชท์ โชว์ 2016 ที่กรุงเทพฯ วันนี้ได้รับเกียรติจาก นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, มร.แอนดี้ เทรดเวลล์ กรรมการผู้จัดการ งานไทยแลนด์ ยอชท์ โชว์ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ข้าราชการระดับสูงและนักธุรกิจชั้นนำเข้าร่วมงาน เพื่อประกาศการจัดงานอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ และแสดงจุดยืนร่วมกันในการพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของธุรกิจการท่องเที่ยวทางทะเลแห่งเอเชียในอนาคต ประเทศไทยจะได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล จากการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทางทะเล โดยมีหลักฐานระบุชัดเจนว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแบบเรือยอชท์มีการใช้จ่ายสูงกว่าการท่องเที่ยวในรูปแบบอื่นๆ ซึ่งโดยเฉลี่ย ซูเปอร์ยอชท์จะมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 1-2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 35.45 – 70.9 ล้านบาท) ต่อหนึ่งฤดูกาลในประเทศที่จอดเทียบท่า

phk1

phk

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า การสนับสนุนของรัฐบาลต่องานครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากส่งผลกระทบอย่างมากถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทางทะเลและประโยชน์ของพี่น้องประชาชนโดยรวม “เราเชื่อมั่นว่า งานไทยแลนด์ ยอชท์ โชว์ จะช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย และจะนำมาซึ่งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจโดยตรงแก่ธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเป็นการส่งเสริมการสร้างงานที่ก่อให้เกิดรายได้อย่างยั่งยืน และการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานในพื้นที่ไปพร้อมๆ กัน”

นายนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวย้ำถึงบทบาทของงานไทยแลนด์ ยอชท์ โชว์ในการส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวระดับหรูว่า “การจัดงานในครั้งนี้เป็นไปตามแผนวิสาหกิจของ ททท. ที่ต้องการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวกลุ่มศักยภาพสูง และเป็นยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับคุณภาพ ททท. มั่นใจว่าการจัดงานมหกรรมเรือสำราญและมารีน่า ครั้งที่ 2 (Thailand Yacht Show 2nd Edition) ที่จะเกิดขึ้นในเดือนธันวาคมนี้ จะทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวกลุ่มเรือสำราญที่สำคัญของภูมิภาค โดยคาดว่าจะมีส่วนในการกระตุ้นอัตราการนำเรือสำราญเข้ามาท่องเที่ยว และทำธุรกิจต่างๆ ในประเทศไทยได้ไม่ต่ำกว่า 2,500 ลำ ในปี 2560 ซึ่งจะสามารถส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจประมาณ 7,000 ล้านบาทในธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งหมด”

phk2

phk8

งานไทยแลนด์ ยอช์ท โชว์ นำเสนอโดยผู้จัดงานสิงคโปร์ ยอช์ท โชว์ ซึ่งทั้งสองงานถือเป็นกิจกรรมครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมมารีน่าระดับภูมิภาค ในขณะที่สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางธุรกิจหลักของเอเชียซึ่งเต็มไปด้วยนักธุรกิจผู้มั่งคั่งจากทั่วภูมิภาค ประเทศไทยถือเป็นจุดหมายปลายทางด้านธุรกิจเรือยอชท์ที่ใหญ่และดีเยี่ยมที่สุด ด้วยจุดแข็งด้านบริการต้อนรับชั้นเลิศและภูมิประเทศที่สวยงามโดดเด่นเหมาะสมกับการล่องเรืออย่างมาก ทำให้ มร. เทรดเวลล์เชื่อมั่นว่า ประเทศไทยจะสามารถก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจเรือยอชท์ได้อย่างง่ายดายซึ่งนักเดินทางสามารถมาจอดเทียบท่าและเพลิดเพลินกับกิจกรรมไลฟ์สไตล์ได้ที่นี่ โดย มร. เทรดเวลล์ยังมีความมุ่งมั่นในการจัดงานที่ชัดเจนว่า “เราต้องการทำให้ประเทศไทยเป็นมหานครแห่งเรือยอชท์และเรือใบแห่งเอเชีย และเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมช่วงฤดูหนาวของกลุ่มเจ้าของเรือซูเปอร์ยอชท์ระดับโลก ปัจจุบันมีเรือซูเปอร์ยอชท์ 5,000 ลำที่มีราคาสูงเกิน 30 ลำ แต่มีเพียง 35 ลำที่มาเยือนเมืองไทยในฤดูหนาวที่ผ่านมา ซึ่งภายในระยะเวลา 2-3 ปีนี้ เราจะเพิ่มจำนวนเรือที่มาเยือนให้มากถึง 200 ลำ เพื่อดึงดูดการใช้จ่ายเงินดอลลาร์ที่นี่แทนแถบแคริบเบี้ยน”

phk4

phk5

phk6

งานไทยแลนด์ ยอชท์ โชว์ ครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีแบรนด์ชั้นนำมากกว่า 70 แบรนด์มาจัดแสดงสินค้าและบริการ ด้วยจำนวนเรือยอชท์และเรือใบระดับไฮเอนด์มากกว่า 40 ลำ ดึงดูดผู้เข้าชมงานถึง 4,700 คน สำหรับการจัดงานในครั้งที่ 2 นี้จะมีทัพเรือยอชท์ระดับพรีเมียร์และแบรนด์ระดับหรู รวมถึงกิจกรรมที่น่าสนใจตั้งแต่การจัดแสดงซูเปอร์ยอชท์และการเปิดตัวเรือรุ่นล่าสุดอีกมากมาย เพื่อมอบความยิ่งใหญ่ตระการที่สมบูรณ์แบบ โดยผู้เข้าชมงานยังสามารถสัมผัสและทดสอบการแล่นเรือใบและล่องเรือยอชท์ของแบรนด์ชั้นนำอย่าง Lee Marine, Boat Lagoon Yachting, Simpson Marine, Asia Marine, Multihull Solutions, Leopard Catamarans, BURGESS Yachts ฯลฯ

โดยหนึ่งในไฮไลท์ของงานครั้งนี้คือการต้อนรับการกลับมาของเรือ Ocean Emerald ซึ่งเป็นเรือระดับมาสเตอร์พีซออกแบบโดยนอร์แมน ฟอสเตอร์ ถือเป็นสุดยอดเรือยอช์ทแนวร่วมสมัยที่เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันและบริการมื้ออาหารระดับหรูบนเรือโดยเชฟระดับมิเชลินสตาร์ รวมถึงการจัดแสดงเรือ Forwin ซูเปอร์ยอช์ทรุ่น Sanlorenzo 46Steel ที่ผลิตในประเทศอิตาลีกับการปรับรูปโฉมใหม่หมดจด และการเปิดตัวเรือ Galeon 460 Flybridge รุ่นใหม่ล่าสุดครั้งแรกของเอเชียภายในงานครั้งนี้ ด้วยทำเลการจัดงานที่ดีเยี่ยมของ อ่าวปอ แกรนด์มารีน่า ที่ออกสู่อ่างพังงาได้อย่างสะดวกสบาย และบริการจากเรือระดับหรูมากมายที่เข้าร่วมในงานนี้ ทำให้ผู้ซื้อรายใหญ่สามารถโดยสารล่องเรือชมความงดงามของท้องทะเลได้ทุกวันตลอดการจัดงาน โดย HYPE เรือคาตามารันยอดนิยม จะให้บริการในรูปแบบของเลานจ์ลอยน้ำสุดหรู พาล่องทะเลรอบเช้าทุกวัน เพื่อไปชมเกาะต่างๆ ที่สวยงามในอ่าวพังงา พร้อมกิจกรรมบนเรือมากมาย ทั้งการว่ายน้ำและดำน้ำสน็อกเกิล ถือเป็นการอุ่นเครื่องก่อนที่งานในแต่ละวันจะเริ่มต้นขึ้น รวมถึงการกลับมาอีกครั้งกับโซนกีฬาทางน้ำเอ็กซ์ตรีมสุดมันส์ Demonstration Platform ให้เพื่อมอบความสนุกสนานกับเครื่องเล่นแนวใหม่มากมาย ตั้งแต่ฟลายบอร์ดไปจนถึงเจ็ตสกี หรือเพลิดเพลินกับการแล่นเรือใบไปจนถึงแพดเดิลบอร์ดจาก Java Yachting หนึ่งในพันธมิตรจัดงานครั้งนี้


ขอบคุณ :การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย


( 0 Votes ) Add a comment
   

รถไฟไทยน้องใหม่ ไฉไลกว่าเดิม

ปู๊นๆ ฉึกกะฉักๆ เสียง สวัสดี เราคือ ขบวนรถโดยสารรุ่นใหม่ น้องใหม่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย เราเดินทางมาจากแผ่นดินใหญ่นามว่าประเทศจีน เราเพิ่งถึงไทย เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน นี่เอง ใครที่อยากเจอเรา ก็ไปที่สถานีรถไฟกรุงเทพมหานคร หรือ บางคนเรียกว่า สถานีรถไฟหัวลำโพงนั่นแหละ

newtrain_cover

>>>อยากรู้จักเรามากกว่านี้ไหม, มาสิ ตามเรามา

ชื่อของพวกเราทั้ง 4 คน (ขบวน) ได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ในการพระราชทานชื่อขบวนรถโดยสารรุ่นใหม่ และพระราชทานอนุญาตให้เชิญชื่อ พระราชทานนำไปประดับที่ตู้โดยสารรถไฟ เรามีพี่น้องทั้งหมด 4 คน

newtrain2

เราเป็นพี่คนโตชื่อ อุตราวิถี (เส้นทาง กรุงเทพ–เชียงใหม่-กรุงเทพ) จะเจอเราได้ทุกวัน เวลา 18.10 น. คนที่สองชื่อ อีสานวัตนา (เส้นทาง กรุงเทพ–อุบลราชธานี-กรุงเทพ) ทุกวัน เวลา 20.30 น. ที่สถานีรถไฟกรุงเทพ จะมาหยุดพักรอเพื่อให้ทุกคนเตรียมพร้อม ประจำที่ของตนเองและเดินทางไปพร้อมกัน และพวกเราสองคนเริ่มทำงานตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา

newtrain4

ส่วนน้องคนที่ 3และ 4 คือ อีสานมรรคา (เส้นทาง กรุงเทพ-หนองคาย-กรุงเทพ) และทักษิณารัถย์ (เส้นทาง กรุงเทพ-หาดใหญ่-กรุงเทพ) น้องสองคนนี้จะเริ่มทำงานตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2559 นี้ หัวใจเรากว้างพอที่จะรับผู้โดยสารในแต่ละขบวนได้ถึง 420 คนเชียวนะ แบ่งออกได้เป็น 2 ชั้น คือ รถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 1 มีทั้งหมด 12 ห้อง 24 ที่นั่ง ส่วนชั้นที่ 2 เป็นรถปรับอากาศนั่งและนอน มีทั้งหมด 40 ที่นั่ง เรารับคนได้ถึง 396 คน ในเรื่องความเร็ว พวกเราไม่เป็นสองรองใคร เราสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 120 กม./ชม. และถึงที่หมายได้เร็วขึ้นเฉลี่ย 3 ชม./เส้นทาง แน่นอนว่าไม่มีเลท หรือเสียเวลาอย่างแน่นอน

newtrain3

newtrain5

นอกจากหน้าตาภายนอกของเราที่ดูเฟรชชี่ สะอาด และมีความทันสมัย ภายในของเราก็ยังสวยและมีดีไซน์เก๋ไก๋ไม่แพ้กัน เราตกแต่งที่นั่งในขบวนด้วยเบาะสีแดงนุ่ม กว้าง สบาย ชั้นเก็บของก็กว้างและเพียงพอสำหรับทุกคน ไหนจะห้องน้ำที่มีดีไซน์ทันสมัย มีความสะอาด เป็นระบบปิดสุญญากาศ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แถมยังมีเครื่องทำน้ำอุ่น สบู่เหลว แชมพู เตรียมไว้บริการทุกคน แน่นอนว่าเราพลิกโฉมห้องน้ำของรถไฟเลยล่ะ เรื่องเทคโนโลยีเราก็ไม่ขาด เรามี จอ LED ส่วนตัว ขนาด 14 นิ้ว ที่มีเฉพาะในตู้นอนชั้น 1 ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับขบวนรถ และแสดงสถานะว่ารถไฟเดินทางถึงสถานีไหนแล้ว

newtrain6

newtrain8

นอกเหนือจากข้อมูลเรายังให้ความบันเทิงตลอดการเดินทาง และที่มากกว่านั้นคือสามารถสั่งอาหาร ของกินเล่นผ่านจอ LED ได้เลย ส่วนชั้น 2 ก็มีจอ LED แบบรวม ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับขบวนรถไฟ ส่วนความปลอดภัย แน่นอนเราใส่ใจถึงความปลอดภัยของทุกคน เรามีกล้องวงจรปิด แบบ Built In โดยรอบทั้งคัน แถมระบบเบรกของเราก็พัฒนามาเป็น ดิสเบรก เป็นการห้ามล้อเอบีเอส แบบเดียวกับรถไฟฟ้านั่นเอง ไหนจะเป็นการเปิด-ปิดประตู อัตโนมัติ เพียงแตะที่ประตูเท่านั้น สะดวกสบายและมีความปลอดภัยตลอดการเดินทาง

newtrain7

newtrain9

ด้านงานบ้านงานเรือน ก็ไม่พร่อง เรามีห้องขายอาหาร แบบปรับอากาศ เรียบหรู โดยที่นั่งตกแต่งด้วยโทนสีเขียวและครีม แลดูสะอาดตา เราไม่มีห้องครัวเหมือนรถไฟแบบเดิม กลายเป็นอาหารสำเร็จรูปอุ่นร้อน เมื่อสั่งที่เคาเตอร์ก็พร้อมเสริฟทันที นอกจากนี้เรายังมีพนักงานขายอาหารที่เข็นรถคันเล็กๆ ที่มีอาหาร เครื่องดื่มครบครัน ราวกับแอร์โฮสเตสและสจ๊วตบนเครื่องบิน หากคุณสนใจที่จะมาเปิดประสบการณ์ของการเดินทางด้วยรถไฟ เก็บความประทับใจกับขบวนรถโดยสารรุ่นใหม่ แถมยังได้ชมบรรยากาศระหว่างทาง อย่ามัวลังเล เราก็พร้อมยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านเสมอ มาร่วมเดินทางเพื่อสร้างความทรงจำใหม่ๆ ไปพร้อมๆ กันกับเรา น้องใหม่ของรถไฟไทย

ขอบคุณภาพจากทีม PR การรถไฟแห่งประเทศไทย

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

>>> อัตราค่าโดยสาร – เวลาการเดินรถ : ขบวนรถโดยสารรุ่นใหม่

>>ขบวน : เส้นทางกรุงเทพ – เชียงใหม่ - กรุงเทพ ประเภทรถนอนปรับอากาศชั้น 1 เตียงบน ราคา : 1,253 บาท เตียงล่าง ราคา : 1,453 บาท ประเภทรถนอนปรับอากาศชั้น 2 เตียงบน ราคา : 791 เตียงล่าง ราคา : 881 บาท

>>เวลาเดินรถ : เส้นทางกรุงเทพ – เชียงใหม่ ออกเวลา 18.10 น. ถึงเวลา 07.15 น. เส้นทางเชียงใหม่ - กรุงเทพ ออกเวลา 18.00 น. ถึงเวลา 06.50 น.

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

>>ขบวน : เส้นทางกรุงเทพ – อุบลราชธานี - กรุงเทพ ประเภทรถนอนปรับอากาศชั้น 1 เตียงบน ราคา : 1,120 บาท เตียงล่าง ราคา : 1,320 บาท ประเภทรถนอนปรับอากาศชั้น 2 เตียงบน ราคา : 731 บาท เตียงล่าง ราคา : 821 บาท

เวลาเดินรถ : เส้นทางกรุงเทพ - อุบลราชธานี ออกเวลา 20.30 น. ถึงเวลา 07.25 น. เส้นทางอุบลราชธานี - กรุงเทพ ออกเวลา 18.00 น. ถึงเวลา 06.50 น.

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

>>ขบวน : เส้นทางกรุงเทพ – หนองคาย - กรุงเทพ ประเภทรถนอนปรับอากาศชั้น 1 เตียงบน ราคา : 1,157 บาท เตียงล่าง ราคา : 1,357 บาท ประเภทรถนอนปรับอากาศชั้น 2 เตียงบน ราคา : 748 บาท เตียงล่าง ราคา : 838 บาท

>>เวลาเดินรถ : เส้นทางกรุงเทพ - หนองคาย ออกเวลา 20.00 น. ถึงเวลา 06.45 น. เส้นทางหนองคาย - กรุงเทพ ออกเวลา 19.10 น. ถึงเวลา 06.00 น.

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

>>ขบวน : เส้นทางกรุงเทพ – หาดใหญ่ - กรุงเทพ ประเภทรถนอนปรับอากาศชั้น 1 เตียงบน ราคา : 1,394 บาท เตียงล่าง ราคา : 1,594 บาท ประเภทรถนอนปรับอากาศชั้น 2 เตียงบน ราคา : 855 บาท เตียงล่าง ราคา : 945 บาท

>>เวลาเดินรถ : เส้นทางกรุงเทพ - หาดใหญ่ ออกเวลา 14.45 น.ถึงเวลา 06.35 น. เส้นทางหาดใหญ่ - กรุงเทพ ออกเวลา 18.45 น. ถึงเวลา 10.30 น.

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

covercr-01


( 0 Votes ) Add a comment
   

หน้า 5 จาก 22