NaiRobRoo.com | ข่าวประชาสัมพันธ์

มหกรรมเรือสำราญและมารีน่า ไทยแลนด์ ยอชท์ โชว์ ครั้งที่ 2

กลับมาสร้างความยิ่งใหญ่อีกครั้ง พบกัน 15-18 ธันวาคมนี้ ที่ อ่าวปอ แกรนด์มารีน่า ภูเก็ตร่วมสัมผัสขบวนซูเปอร์ยอชท์ กีฬาทางน้ำระดับหรู สินค้าลักชัวรี่ และงานสังสรรค์ของบุคคลระดับวีไอพี รัฐบาลไทยร่วมหนุนมหกรรมมารีน่า ผลักดันภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะลแห่งเอเชีย กรุงเทพฯ 23 พฤศจิกายน 2559

coverphk

มหกรรมเรือสำราญและมารีน่า ไทยแลนด์ ยอชท์ โชว์ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2559 กำหนดจัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 15-18 ธันวาคม 2559 ณ อ่าวปอ แกรนด์มารีน่า ภูเก็ต โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยพันธมิตรหลักการจัดงานคือกระทรวงคมนาคม และ กรมเจ้าท่า ร่วมนำเสนอความยิ่งใหญ่ของอุตสาหกรรมมารีน่าระดับหรูในเมืองไทยที่รวบรวมเรือยอชท์และเรือใบระดับพรีเมียร์ รวมถึงซูเปอร์ยอชท์ และแบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์ระดับหรูอย่างครบครัน

phk11

phk10

สืบเนื่องจากความสำเร็จอันงดงามของการจัดงานในครั้งแรก ทำให้แบรนด์ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายชั้นนำระดับโลกจำนวนมาก ต่างยืนยันจะนำผลิตภัณฑ์ไฮเอนด์ระดับซูเปอร์ลักชัวรี่มาจัดแสดง เพื่อสร้างสีสันให้งานในปีนี้ยิ่งทวีความยิ่งใหญ่ตระการตากว่าครั้งที่ผ่านมา ภายในงานแถลงข่าวไทยแลนด์ ยอชท์ โชว์ 2016 ที่กรุงเทพฯ วันนี้ได้รับเกียรติจาก นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, มร.แอนดี้ เทรดเวลล์ กรรมการผู้จัดการ งานไทยแลนด์ ยอชท์ โชว์ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ข้าราชการระดับสูงและนักธุรกิจชั้นนำเข้าร่วมงาน เพื่อประกาศการจัดงานอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ และแสดงจุดยืนร่วมกันในการพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของธุรกิจการท่องเที่ยวทางทะเลแห่งเอเชียในอนาคต ประเทศไทยจะได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล จากการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทางทะเล โดยมีหลักฐานระบุชัดเจนว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแบบเรือยอชท์มีการใช้จ่ายสูงกว่าการท่องเที่ยวในรูปแบบอื่นๆ ซึ่งโดยเฉลี่ย ซูเปอร์ยอชท์จะมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 1-2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 35.45 – 70.9 ล้านบาท) ต่อหนึ่งฤดูกาลในประเทศที่จอดเทียบท่า

phk1

phk

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า การสนับสนุนของรัฐบาลต่องานครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากส่งผลกระทบอย่างมากถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทางทะเลและประโยชน์ของพี่น้องประชาชนโดยรวม “เราเชื่อมั่นว่า งานไทยแลนด์ ยอชท์ โชว์ จะช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย และจะนำมาซึ่งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจโดยตรงแก่ธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเป็นการส่งเสริมการสร้างงานที่ก่อให้เกิดรายได้อย่างยั่งยืน และการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานในพื้นที่ไปพร้อมๆ กัน”

นายนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวย้ำถึงบทบาทของงานไทยแลนด์ ยอชท์ โชว์ในการส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวระดับหรูว่า “การจัดงานในครั้งนี้เป็นไปตามแผนวิสาหกิจของ ททท. ที่ต้องการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวกลุ่มศักยภาพสูง และเป็นยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับคุณภาพ ททท. มั่นใจว่าการจัดงานมหกรรมเรือสำราญและมารีน่า ครั้งที่ 2 (Thailand Yacht Show 2nd Edition) ที่จะเกิดขึ้นในเดือนธันวาคมนี้ จะทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวกลุ่มเรือสำราญที่สำคัญของภูมิภาค โดยคาดว่าจะมีส่วนในการกระตุ้นอัตราการนำเรือสำราญเข้ามาท่องเที่ยว และทำธุรกิจต่างๆ ในประเทศไทยได้ไม่ต่ำกว่า 2,500 ลำ ในปี 2560 ซึ่งจะสามารถส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจประมาณ 7,000 ล้านบาทในธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งหมด”

phk2

phk8

งานไทยแลนด์ ยอช์ท โชว์ นำเสนอโดยผู้จัดงานสิงคโปร์ ยอช์ท โชว์ ซึ่งทั้งสองงานถือเป็นกิจกรรมครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมมารีน่าระดับภูมิภาค ในขณะที่สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางธุรกิจหลักของเอเชียซึ่งเต็มไปด้วยนักธุรกิจผู้มั่งคั่งจากทั่วภูมิภาค ประเทศไทยถือเป็นจุดหมายปลายทางด้านธุรกิจเรือยอชท์ที่ใหญ่และดีเยี่ยมที่สุด ด้วยจุดแข็งด้านบริการต้อนรับชั้นเลิศและภูมิประเทศที่สวยงามโดดเด่นเหมาะสมกับการล่องเรืออย่างมาก ทำให้ มร. เทรดเวลล์เชื่อมั่นว่า ประเทศไทยจะสามารถก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจเรือยอชท์ได้อย่างง่ายดายซึ่งนักเดินทางสามารถมาจอดเทียบท่าและเพลิดเพลินกับกิจกรรมไลฟ์สไตล์ได้ที่นี่ โดย มร. เทรดเวลล์ยังมีความมุ่งมั่นในการจัดงานที่ชัดเจนว่า “เราต้องการทำให้ประเทศไทยเป็นมหานครแห่งเรือยอชท์และเรือใบแห่งเอเชีย และเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมช่วงฤดูหนาวของกลุ่มเจ้าของเรือซูเปอร์ยอชท์ระดับโลก ปัจจุบันมีเรือซูเปอร์ยอชท์ 5,000 ลำที่มีราคาสูงเกิน 30 ลำ แต่มีเพียง 35 ลำที่มาเยือนเมืองไทยในฤดูหนาวที่ผ่านมา ซึ่งภายในระยะเวลา 2-3 ปีนี้ เราจะเพิ่มจำนวนเรือที่มาเยือนให้มากถึง 200 ลำ เพื่อดึงดูดการใช้จ่ายเงินดอลลาร์ที่นี่แทนแถบแคริบเบี้ยน”

phk4

phk5

phk6

งานไทยแลนด์ ยอชท์ โชว์ ครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีแบรนด์ชั้นนำมากกว่า 70 แบรนด์มาจัดแสดงสินค้าและบริการ ด้วยจำนวนเรือยอชท์และเรือใบระดับไฮเอนด์มากกว่า 40 ลำ ดึงดูดผู้เข้าชมงานถึง 4,700 คน สำหรับการจัดงานในครั้งที่ 2 นี้จะมีทัพเรือยอชท์ระดับพรีเมียร์และแบรนด์ระดับหรู รวมถึงกิจกรรมที่น่าสนใจตั้งแต่การจัดแสดงซูเปอร์ยอชท์และการเปิดตัวเรือรุ่นล่าสุดอีกมากมาย เพื่อมอบความยิ่งใหญ่ตระการที่สมบูรณ์แบบ โดยผู้เข้าชมงานยังสามารถสัมผัสและทดสอบการแล่นเรือใบและล่องเรือยอชท์ของแบรนด์ชั้นนำอย่าง Lee Marine, Boat Lagoon Yachting, Simpson Marine, Asia Marine, Multihull Solutions, Leopard Catamarans, BURGESS Yachts ฯลฯ

โดยหนึ่งในไฮไลท์ของงานครั้งนี้คือการต้อนรับการกลับมาของเรือ Ocean Emerald ซึ่งเป็นเรือระดับมาสเตอร์พีซออกแบบโดยนอร์แมน ฟอสเตอร์ ถือเป็นสุดยอดเรือยอช์ทแนวร่วมสมัยที่เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันและบริการมื้ออาหารระดับหรูบนเรือโดยเชฟระดับมิเชลินสตาร์ รวมถึงการจัดแสดงเรือ Forwin ซูเปอร์ยอช์ทรุ่น Sanlorenzo 46Steel ที่ผลิตในประเทศอิตาลีกับการปรับรูปโฉมใหม่หมดจด และการเปิดตัวเรือ Galeon 460 Flybridge รุ่นใหม่ล่าสุดครั้งแรกของเอเชียภายในงานครั้งนี้ ด้วยทำเลการจัดงานที่ดีเยี่ยมของ อ่าวปอ แกรนด์มารีน่า ที่ออกสู่อ่างพังงาได้อย่างสะดวกสบาย และบริการจากเรือระดับหรูมากมายที่เข้าร่วมในงานนี้ ทำให้ผู้ซื้อรายใหญ่สามารถโดยสารล่องเรือชมความงดงามของท้องทะเลได้ทุกวันตลอดการจัดงาน โดย HYPE เรือคาตามารันยอดนิยม จะให้บริการในรูปแบบของเลานจ์ลอยน้ำสุดหรู พาล่องทะเลรอบเช้าทุกวัน เพื่อไปชมเกาะต่างๆ ที่สวยงามในอ่าวพังงา พร้อมกิจกรรมบนเรือมากมาย ทั้งการว่ายน้ำและดำน้ำสน็อกเกิล ถือเป็นการอุ่นเครื่องก่อนที่งานในแต่ละวันจะเริ่มต้นขึ้น รวมถึงการกลับมาอีกครั้งกับโซนกีฬาทางน้ำเอ็กซ์ตรีมสุดมันส์ Demonstration Platform ให้เพื่อมอบความสนุกสนานกับเครื่องเล่นแนวใหม่มากมาย ตั้งแต่ฟลายบอร์ดไปจนถึงเจ็ตสกี หรือเพลิดเพลินกับการแล่นเรือใบไปจนถึงแพดเดิลบอร์ดจาก Java Yachting หนึ่งในพันธมิตรจัดงานครั้งนี้


ขอบคุณ :การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย


( 0 Votes ) Add a comment
 

รถไฟไทยน้องใหม่ ไฉไลกว่าเดิม

ปู๊นๆ ฉึกกะฉักๆ เสียง สวัสดี เราคือ ขบวนรถโดยสารรุ่นใหม่ น้องใหม่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย เราเดินทางมาจากแผ่นดินใหญ่นามว่าประเทศจีน เราเพิ่งถึงไทย เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน นี่เอง ใครที่อยากเจอเรา ก็ไปที่สถานีรถไฟกรุงเทพมหานคร หรือ บางคนเรียกว่า สถานีรถไฟหัวลำโพงนั่นแหละ

newtrain_cover

>>>อยากรู้จักเรามากกว่านี้ไหม, มาสิ ตามเรามา

ชื่อของพวกเราทั้ง 4 คน (ขบวน) ได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ในการพระราชทานชื่อขบวนรถโดยสารรุ่นใหม่ และพระราชทานอนุญาตให้เชิญชื่อ พระราชทานนำไปประดับที่ตู้โดยสารรถไฟ เรามีพี่น้องทั้งหมด 4 คน

newtrain2

เราเป็นพี่คนโตชื่อ อุตราวิถี (เส้นทาง กรุงเทพ–เชียงใหม่-กรุงเทพ) จะเจอเราได้ทุกวัน เวลา 18.10 น. คนที่สองชื่อ อีสานวัตนา (เส้นทาง กรุงเทพ–อุบลราชธานี-กรุงเทพ) ทุกวัน เวลา 20.30 น. ที่สถานีรถไฟกรุงเทพ จะมาหยุดพักรอเพื่อให้ทุกคนเตรียมพร้อม ประจำที่ของตนเองและเดินทางไปพร้อมกัน และพวกเราสองคนเริ่มทำงานตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา

newtrain4

ส่วนน้องคนที่ 3และ 4 คือ อีสานมรรคา (เส้นทาง กรุงเทพ-หนองคาย-กรุงเทพ) และทักษิณารัถย์ (เส้นทาง กรุงเทพ-หาดใหญ่-กรุงเทพ) น้องสองคนนี้จะเริ่มทำงานตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2559 นี้ หัวใจเรากว้างพอที่จะรับผู้โดยสารในแต่ละขบวนได้ถึง 420 คนเชียวนะ แบ่งออกได้เป็น 2 ชั้น คือ รถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 1 มีทั้งหมด 12 ห้อง 24 ที่นั่ง ส่วนชั้นที่ 2 เป็นรถปรับอากาศนั่งและนอน มีทั้งหมด 40 ที่นั่ง เรารับคนได้ถึง 396 คน ในเรื่องความเร็ว พวกเราไม่เป็นสองรองใคร เราสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 120 กม./ชม. และถึงที่หมายได้เร็วขึ้นเฉลี่ย 3 ชม./เส้นทาง แน่นอนว่าไม่มีเลท หรือเสียเวลาอย่างแน่นอน

newtrain3

newtrain5

นอกจากหน้าตาภายนอกของเราที่ดูเฟรชชี่ สะอาด และมีความทันสมัย ภายในของเราก็ยังสวยและมีดีไซน์เก๋ไก๋ไม่แพ้กัน เราตกแต่งที่นั่งในขบวนด้วยเบาะสีแดงนุ่ม กว้าง สบาย ชั้นเก็บของก็กว้างและเพียงพอสำหรับทุกคน ไหนจะห้องน้ำที่มีดีไซน์ทันสมัย มีความสะอาด เป็นระบบปิดสุญญากาศ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แถมยังมีเครื่องทำน้ำอุ่น สบู่เหลว แชมพู เตรียมไว้บริการทุกคน แน่นอนว่าเราพลิกโฉมห้องน้ำของรถไฟเลยล่ะ เรื่องเทคโนโลยีเราก็ไม่ขาด เรามี จอ LED ส่วนตัว ขนาด 14 นิ้ว ที่มีเฉพาะในตู้นอนชั้น 1 ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับขบวนรถ และแสดงสถานะว่ารถไฟเดินทางถึงสถานีไหนแล้ว

newtrain6

newtrain8

นอกเหนือจากข้อมูลเรายังให้ความบันเทิงตลอดการเดินทาง และที่มากกว่านั้นคือสามารถสั่งอาหาร ของกินเล่นผ่านจอ LED ได้เลย ส่วนชั้น 2 ก็มีจอ LED แบบรวม ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับขบวนรถไฟ ส่วนความปลอดภัย แน่นอนเราใส่ใจถึงความปลอดภัยของทุกคน เรามีกล้องวงจรปิด แบบ Built In โดยรอบทั้งคัน แถมระบบเบรกของเราก็พัฒนามาเป็น ดิสเบรก เป็นการห้ามล้อเอบีเอส แบบเดียวกับรถไฟฟ้านั่นเอง ไหนจะเป็นการเปิด-ปิดประตู อัตโนมัติ เพียงแตะที่ประตูเท่านั้น สะดวกสบายและมีความปลอดภัยตลอดการเดินทาง

newtrain7

newtrain9

ด้านงานบ้านงานเรือน ก็ไม่พร่อง เรามีห้องขายอาหาร แบบปรับอากาศ เรียบหรู โดยที่นั่งตกแต่งด้วยโทนสีเขียวและครีม แลดูสะอาดตา เราไม่มีห้องครัวเหมือนรถไฟแบบเดิม กลายเป็นอาหารสำเร็จรูปอุ่นร้อน เมื่อสั่งที่เคาเตอร์ก็พร้อมเสริฟทันที นอกจากนี้เรายังมีพนักงานขายอาหารที่เข็นรถคันเล็กๆ ที่มีอาหาร เครื่องดื่มครบครัน ราวกับแอร์โฮสเตสและสจ๊วตบนเครื่องบิน หากคุณสนใจที่จะมาเปิดประสบการณ์ของการเดินทางด้วยรถไฟ เก็บความประทับใจกับขบวนรถโดยสารรุ่นใหม่ แถมยังได้ชมบรรยากาศระหว่างทาง อย่ามัวลังเล เราก็พร้อมยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านเสมอ มาร่วมเดินทางเพื่อสร้างความทรงจำใหม่ๆ ไปพร้อมๆ กันกับเรา น้องใหม่ของรถไฟไทย

ขอบคุณภาพจากทีม PR การรถไฟแห่งประเทศไทย

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

>>> อัตราค่าโดยสาร – เวลาการเดินรถ : ขบวนรถโดยสารรุ่นใหม่

>>ขบวน : เส้นทางกรุงเทพ – เชียงใหม่ - กรุงเทพ ประเภทรถนอนปรับอากาศชั้น 1 เตียงบน ราคา : 1,253 บาท เตียงล่าง ราคา : 1,453 บาท ประเภทรถนอนปรับอากาศชั้น 2 เตียงบน ราคา : 791 เตียงล่าง ราคา : 881 บาท

>>เวลาเดินรถ : เส้นทางกรุงเทพ – เชียงใหม่ ออกเวลา 18.10 น. ถึงเวลา 07.15 น. เส้นทางเชียงใหม่ - กรุงเทพ ออกเวลา 18.00 น. ถึงเวลา 06.50 น.

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

>>ขบวน : เส้นทางกรุงเทพ – อุบลราชธานี - กรุงเทพ ประเภทรถนอนปรับอากาศชั้น 1 เตียงบน ราคา : 1,120 บาท เตียงล่าง ราคา : 1,320 บาท ประเภทรถนอนปรับอากาศชั้น 2 เตียงบน ราคา : 731 บาท เตียงล่าง ราคา : 821 บาท

เวลาเดินรถ : เส้นทางกรุงเทพ - อุบลราชธานี ออกเวลา 20.30 น. ถึงเวลา 07.25 น. เส้นทางอุบลราชธานี - กรุงเทพ ออกเวลา 18.00 น. ถึงเวลา 06.50 น.

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

>>ขบวน : เส้นทางกรุงเทพ – หนองคาย - กรุงเทพ ประเภทรถนอนปรับอากาศชั้น 1 เตียงบน ราคา : 1,157 บาท เตียงล่าง ราคา : 1,357 บาท ประเภทรถนอนปรับอากาศชั้น 2 เตียงบน ราคา : 748 บาท เตียงล่าง ราคา : 838 บาท

>>เวลาเดินรถ : เส้นทางกรุงเทพ - หนองคาย ออกเวลา 20.00 น. ถึงเวลา 06.45 น. เส้นทางหนองคาย - กรุงเทพ ออกเวลา 19.10 น. ถึงเวลา 06.00 น.

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

>>ขบวน : เส้นทางกรุงเทพ – หาดใหญ่ - กรุงเทพ ประเภทรถนอนปรับอากาศชั้น 1 เตียงบน ราคา : 1,394 บาท เตียงล่าง ราคา : 1,594 บาท ประเภทรถนอนปรับอากาศชั้น 2 เตียงบน ราคา : 855 บาท เตียงล่าง ราคา : 945 บาท

>>เวลาเดินรถ : เส้นทางกรุงเทพ - หาดใหญ่ ออกเวลา 14.45 น.ถึงเวลา 06.35 น. เส้นทางหาดใหญ่ - กรุงเทพ ออกเวลา 18.45 น. ถึงเวลา 10.30 น.

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

covercr-01


( 0 Votes ) Add a comment
   

No word for worry (“มอแกน...ชีวิตที่ไม่มีคำว่ากังวล”)

No word for worry เรื่องราวของ “ฮุก” ชาวเลผู้ออกล่องเรือฝ่าข้ามคลื่นลมแห่งทะเลอันดามันเพื่อไปยังถิ่นชาวมอแกนที่อยู่นอกชายฝั่ง ประเทศเมียนมาร์ เขาไม่เพียงแต่จะต้องกอบกู้วัฒนธรรมมอแกนที่เหลืออยู่ หากยังต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องอัตลักษณ์ ความรัก และการสูญเสีย No word for worry (“มอแกน...ชีวิตที่ไม่มีคำว่ากังวล”)

poster-nowordfinal-re

ภาพยนตร์สารคดีที่ได้รับรางวัลและเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลจากหลายเวทีการประกวด จะมาเปิดมุมมองและความเข้าใจต่อวัฒนธรรมของชนเผ่ามอแกนที่กำลังถูกคุกคาม กำกับภาพยนตร์โดย รูนาร์ ยาร์เลอ วิค (Runar Jarle Wiik) ชาวนอร์เวย์ เจ้าของรางวัลภาพยนตร์สารคดีนานาชาติมากมาย

TALK & MOVIE ร่วมฟังเสวนาและชมภาพยนตร์ วันอังคารที่ 30 สิงหาคม 2559 เวลา 16.00-20.00 น. ณ ห้องประชุมเกษม สุวรรณกุล ชั้น 13 อาคารเกษม อุทยานิน (รัฐศาสตร์ 60 ปี) คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้าชมฟรี..! จำนวน 200 ที่นั่งสำหรับผู้ลงทะเบียนเท่านั้น https://goo.gl/forms/prktYnJKHpA0qvft2

พร้อมรับหนังสือในงาน “ร้อยเรื่องชาวเล” และ “รู้จักเราเด็กเล 3 กลุ่ม” Talk 16:00 - 18:15 น. : งานเสวนา “บางวัฒนธรรมไม่มีคำว่ากรรมสิทธิ์ บางวัฒนธรรมไม่มีคำว่ากังวล” วิทยากร - ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. อมรา พงศาพิชญ์ อดีตประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ - สาวิตรี สุวรรณสถิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมและอดีตรองปลัดกระทรวงศึกษา - ศาสตราจารย์สุริชัย หวันแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง - ดร. นฤมล อรุโณทัย หัวหน้ากลุ่มวิจัยพลวัตวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินรายการ อภินันท์ ธรรมเสนา นักวิชาการ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) Movies 18:30 - 20:00 น. : ภาพยนตร์ No word for worry (“มอแกน...ชีวิตที่ไม่มีคำว่ากังวล”)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม www.facebook.com/sarakadeemagazine หรือ โทร. 0-2547-2700 ต่อ 120

จัดโดย สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กลุ่มวิจัยพลวัตวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นิตยสารสารคดี, แผนงานความเป็นธรรมเพื่อสังคมสุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) และมูลนิธิชุมชนไท ร่วมสนับสนุนโดย S&P


( 0 Votes ) Add a comment
   

มาอ่านหนังสือ (เล่ม) กันเถอะในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 44

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 444

มาอ่าน ห นั ง สื อ ( เ ล่ ม ) กันเถอะ
ห นั ง สื อ ( เ ล่ ม ) อ่านได้ทุกที่...ไม่ต้องมี wi-fi

สารคดี-เมืองโบราณ
ขอเชิญทุกท่านมาเลือกหาหนังสือ (เล่ม) คุณภาพ
ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 44
29 มีนาคม-10 เมษายน 2559 10.00-21.00 น.
ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
บูท A06 เพลนารีฮอลล์

ดูรายละเอียดโปรโมชันในงาน >>www.sarakadee.com/bookfair-44

โ ป ร โ ม ชั น สุ ด คุ้ ม

  1. ซื้อครบ 300 บาท แถมฟรี หนังสือ 200 TOP ฮิตเที่ยวทั่วไทย หรือ TOP 10 สุดยอดความงาม 1 เล่ม (เลือกเล่มใดเล่มหนึ่ง)
  2. ซื้อครบ 500 บาท แถมถุงผ้าจากวิริยะประกันภัย 1 ใบ
  3. ซื้อครบ 1,000 บาท แถม คูปองส่วนลดเงินสดมูลค่า 80 บาท
  4. ซื้อครบ 2,000 บาท แถม คูปองเงินส่วนลดสดมูลค่า 180 บาท


โ ป ร โ ม ชั น ชุ ด ห นั ง สื อ ( เ ล่ ม ) 

  1. ซื้อชุด Into the Wild (Thailand Bird Guide + Thailand Butterfly Guide) รับทันทีกระเป๋าเป้ into the Wild จาก 1,000 บาท พิเศษเพียง 750 บาท
  2. ชุดหนังสือ 50 เมนูอาหารลดน้ำหนัก + ผ้ากันอ้วน Low Fat จากปกติชุดละ 409 บาท พิเศษเพียง 289 บาท
  3. คู่มือท่องเที่ยว “นายรอบรู้” V.4 พิเศษเพียง 70 บาท ทุกเล่ม
  4. แผนที่ 77 จังหวัด ปี 57 จาก 350 บาท พิเศษเพียง 100 บาท


ส มั ค ร ห รื อ ต่ อ อ า ยุ ส ม า ชิ ก นิ ต ย ส า ร ส า ร ค ดี

  • 1 ปี (12 ฉบับ) ราคาปกติ 1,440 ลดเหลือ 1,250 บาท รับทันทีเสื้อยืด Power of Knowledge 1 ตัว

  • 2 ปี (24 ฉบับ) ราคาปกติ 2,880 ลดเหลือ 2,500 บาท รับหนังสือประมวลภาพพระปิยมหาราช 1 เล่ม


ส มั ค ร ส ม า ชิ ก ห รื อ ต่ อ อ า ยุ ส ม า ชิ ก ว า ร ส า ร เ มื อ ง โ บ ร า ณ

  • 1 ปี (4 ฉบับ) ราคาปกติ 480 บาท ลดเหลือ 390 บาท รับกระเป๋าผ้าสีดำ 1 ใบ



( 0 Votes ) Add a comment
   

บุรีรัมย์ คาสเซิล ไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้ แหล่งอารยธรรมใหม่

“เนวิน” เปิดตัว บุรีรัมย์ คาสเซิล ไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้ แหล่งอารยธรรมใหม่ ที่รวมหัวใจของบุรีรัมย์ไว้ครบครัน กรุงเทพฯ – 13 กุมภาพันธ์ 2016 - บริษัท ศิวะ บาร์ณา จำกัด โดย นายเนวิน ชิดชอบ นำเอาวิสัยทัศน์และ พันธกิจของจังหวัดมาร่วมสร้างตัวตนให้ บุรีรัมย์ คาสเซิล คอมมูนิตี้มอลล์แห่งใหม่ กิน..เที่ยว..ที่เดียวจบ!!! สัมผัสความงดงามของอารยธรรมขอมในอดีตผสานเป็นหนึ่งเดียวกับโลกไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ด้วยมาตรฐานที่เป็นสากล

castle1

บุรีรัมย์ คาสเซิล แหล่งอารยธรรมใหม่ที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจ แบบที่ไม่สามารถพบได้ที่ไหนมาก่อน เพราะเป็นแหล่งรวมหัวใจของบุรีรัมย์ไว้ที่เดียว ด้วยเงินลงทุนกว่า 370 ล้านบาท เปิดตัวพร้อมให้เข้าใช้บริการ 13 กุมภาพันธ์ 2559 นี้ เนวิน ชิดชอบ เจ้าของทีมฟุตบอล “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” ผู้นำด้านกีฬาเป็นเครื่องมือพัฒนาท้องถิ่น สร้างแลนด์มาร์ค ให้กับจังหวัดบุรีรัมย์

castle2

ทั้งสนามนิวไอโมบายสเตเดียม สนามฟุตบอลมาตรฐาน FIFA ความจุ 32,000 ที่นั่ง รวมถึงสนามแข่งรถช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต สนามรถแข่ง มาตรฐาน FIA Grade 1 ,FIM Grade A ซึ่งเป็นมาตรฐานโลกระดับสูงสุด ความจุ 32,000 ที่นั่ง และโรงแรมอมารี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด football hotel หนึ่งเดียวของทวีปเอเชีย

กลายเป็นจุดขายที่ช่วยยกระดับเศรษฐกิจในพื้นที่ให้ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ได้กล่าวว่า“การสร้างแลนด์มาร์คให้กับบุรีรัมย์ สำหรับผมเป็นการสร้างเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ ให้กับทุกคนในเมืองนี้ ตัวชี้วัดที่เห็นได้ชัดก็คือการมีทีมฟุตบอล มีสนามแข่งรถ โรงแรม และล่าสุด บุรีรัมย์คาสเซิล ทำให้ value assets ของคนบุรีรัมย์เพิ่มขึ้นเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 200% ทั้งมูลค่าของที่ดินโดยรอบ นำมาซึ่งนักท่องเที่ยว คนที่มาทำกิจกรรมมาใช้ชีวิตในเมืองนี้ สมัยก่อน จ.บุรีรัมย์เป็นแค่เมืองผ่าน แต่ปัจจุบันเมืองนี้กลับมีลมหายใจเป็นฟุตบอล ก่อนมีบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่มา จ.บุรีรัมย์อยู่ที่แค่ปีละ 6 แสนคน

castle3

หลังจากมีทีมฟุตบอลก็เพิ่มเป็นปีละ 1.8 ล้านคน พอมีสนามแข่งรถ และตามมาด้วย บุรีรัมย์คาสเซิล ซึ่งทำให้ครบวงจรมากขึ้น ผมคิดว่าน่าจะทะลุปีละ 2.5 ล้านคน สมมุติถ้าใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 2,000 บาท ก็จะทำให้มีเงินหมุนเวียนในจังหวัดอย่างน้อยปีละ 4-5 พันล้านบาท” บุรีรัมย์คาสเซิล ตั้งอยู่ระหว่าง i-mobile stadium และสนามแข่งรถ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เป็นโครงการที่ออกแบบ โดยอิงรูปแบบจากหมู่บ้านชุมชนรอบปราสาทหินในอดีต ซึ่งทางบุรีรัมย์คาสเซิลได้สร้าง “ปราสาทสายฟ้า” ขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางของแหล่งอารยธรรมใหม่นี้ ซึ่งการสร้าง “ปราสาทสายฟ้า” ได้ก่อสร้างตามรูปแบบของปราสาทขอมในอดีต โดยช่างฝีมือซึ่งแกะสลักหินทุกก้อนด้วยความปราณีต ละเอียดละออ และจัดเรียงหินทุกก้อนตามหลักการสร้างปราสาทโบราณ อีกทั้งยังได้คำนวณพระอาทิตย์ตกส่องผ่านประตู เช่นเดียวกับปราสาทหินพนมรุ้ง

โดยภายในปราสาท จะเป็นหอเกียรติยศ เก็บถ้วยรางวัลที่ชาวบุรีรัมย์ภาคภูมิใจ บุรีรัมย์ คาสเซิล ยังเป็นเหล่งแฮงค์เอาท์ของแฟนฟุตบอล ถือเป็นคลับของของชาว GU12 สำหรับกองเชียร์ แฟนฟุตบอลพันธุ์แท้ของทีมบุรีรัมย์ยูไนเต๊ด ที่บุรีรัมย์ คาสเซิล ทุกๆร้าน ให้ส่วนลดพิเศษ โดยไม่ต้องมีบัตร แค่ใส่เสื้อที่มี โลโก้สโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ตเท่านั้น ถือเป็นแหล่งพบปะ สังสรรค์ของแฟนกีฬาฟุตบอล และ ยังมีสิทธิพิเศษต่างๆ เอาใจแฟนฟุตบอลขนานแท้ ส่วนคอมมูนิตี้ มอลล์ บุรีรัมย์ คาสเซิล เป็นศูนย์รวมของร้านอาหารชื่อดัง พร้อมฟู้ดคอร์ดที่รวบรวมร้านอร่อยของเมืองบุรีรัมย์ไว้ รวมทั้งร้านขายสินค้า ร้านขายของที่ระลึก บุรีรัมย์ยูไนเต็ดเมกาสโตร์ บริการด้านสุขภาพและความงาม สปา ลานกิจกรรม พื้นที่จัดงานอีเว้นท์ และจะมีสนามเด็กเล่น PLAYGROUND เพิ่มเติมต่อไปในอนาคต บนพื้นที่โดยรวมทั้งหมดกว่า 35,268 ตารางเมตร เพื่อรองรับการขยายตัวของนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นแบบยั่งยืน ทั้งผู้ชมที่มาชมฟุตบอล หรือ แข่งขันรถยนต์ ก็สามารถมาเที่ยวได้ พร้อมกับร้านขายของที่ระลึกซึ่งพัฒนาจากสินค้าท้องถิ่นในจังหวัดบุรีรัมย์นำมาทำแบรนด์สินค้าใหม่ให้ดูทันสมัยและเข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อมากยิ่งขึ้น โดยตั้งอยู่บริเวณหน้าทางเข้า

castle4

คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาไม่ ต่ำกว่า 2,500,000 คนต่อปี พร้อมกับการเจริญเติบโตของเมืองบุรีรัมย์ ที่จะเกิดจากโครงการในอนาคต อันเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิต ยกระดับสินค้าชุมชนเพื่อเพิ่มมูลค่าการจำหน่าย สร้างรายได้ และเป็นผู้นำด้านการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย มุ่งสร้างบุรีรัมย์เป็นเมืองเศรษฐกิจของประเทศ เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวอารยธรรมขอม พัฒนาอาชีพ การศึกษา และสาธารณสุข เพื่อทำให้เศรษฐกิจมั่นคง และสร้างสังคมเป็นสุขให้กับเมืองและชุมชนโดยรอบ ทั้งนี้ยังมีอีกหนึ่ง ไฮไลท์ นั่นคือ “สวนศิวะ 12” สวนสาธารณะที่เป็นพื้นที่สีเขียวผืนใหม่ของบุรีรัมย์ ประกอบไปด้วยสวนตะบองเพ็ชรขนาดใหญ่ กล้วยไม้ และพันธุ์ไม้หายาก อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของ “มหาศิวลึงค์” ทำจากหินทราย สูงกว่า 9 เมตร ซึ่งใหญ่ที่สุดในโลก รายรอบด้วยแผ่นศิลาหินทราย “กามาสูตร” ซึ่งเปรียบดั่งจุดกำเนิดแห่งจักรวาล พร้อมเส้นทางวิ่งออกกำลังกายโดยรอบ สำหรับให้ ชาวบุรีรัมย์ และนักท่องเที่ยวมาชื่นชมความสวยงาม และพักผ่อนหย่อนใจ

บุรีรัมย์ คาสเซิล จะเป็นแลนด์มาร์คแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่นักท่องเที่ยวจะต้องมาถ่ายรูป และ แชร์รูปภาพ เพื่อประชาสัมพันธ์บุรีรัมย์และประเทศไทยให้โด่งดังไปทั่วโลก

coverloie-01


( 0 Votes ) Add a comment
   

หน้า 6 จาก 22