NaiRobRoo.com | ของกินพื้นถิ่น

ตะลุยชิมของอร่อยย่านตลาดน้อย

ตะลุยตลาดน้อยเลาะตามตรอกออกตามซอยจนพุงกางคราวนี้ขอพาไปอร่อยจนพุงกางกันที่ “ตลาดน้อย” ย่านจีนถิ่นบางกอกในเขตสัมพันธวงศ์นี่เอง  ถึงจะชื่อตลาดน้อย แต่ของอร่อยนั้นไม่ได้น้อยตามชื่อตลาด  มีให้เลือกตั้งแต่ร้านรถเข็น ร้านห้องแถวริมทาง ร้านเล็กหลัตลาด ไปจนถึงร้านสุดชิกบนดาดฟ้า  เคลียร์พุงให้ว่างๆ แล้วไปเลาะตามตรอกออกตามซอยชิมเมนูเด็ดกันเลย !


1.เจ๊ภาอาหารปักษ์ใต้

(ตรงข้ามสำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ ถ. โยธา เปิด 05.00-13.00 น.  หยุดวันอาทิตย์  โทร. 0-2639-1630, 08-7713-8251)

taladnoi8

จัดหนักมื้อเช้ากันที่ร้านเจ๊ภา กับหลากหลายเมนูปักษ์ใต้อย่างข้าวหมกไก่ ข้าวคลุกกะปิ ข้าวยำ ขนมจีนน้ำยา น้ำพริก แกงไตปลา แกงเขียวหวาน รวมไปถึงขนมจีนน้ำเงี้ยว กวยจั๊บน้ำข้น และกับข้าวแสนอร่อยที่ทยอยทำออกมาร่วมๆ วันละ 40 เมนู แถมมีน้ำพริกผักสดผักลวก พร้อมน้ำซุปรสกลมกล่อมบริการฟรีด้วย  เรื่องรสชาตินั้นชาวตลาดน้อยการันตีว่าอร่อยเด็ดจนต้องผูกปิ่นโตด้วยทุกเช้าเลยจ้า


2. เป็ดตุ๋นเจ้าท่า 

(ตรงข้ามท่าเรือกรมเจ้าท่า  ซ. วานิช 2 เปิด 09.00-15.30 น.  หยุดวันอาทิตย์ โทร. 0-2233-2541, 0-2266-9652, 08-1823-2163)

taladnoi9

ร้านเป็ดตุ๋นเจ้าเก่าแก่ที่ใครๆ ก็รู้จัก  แม่น้อย-เจ้าแม่เป็ดตุ๋นแห่งชุมชนตลาดน้อย ตุ๋นเป็ดขายมากว่า 40 ปีแล้ว โดยคัดเฉพาะเป็ดเนื้อโป๊ยฉ่ายตัวโตๆ นำมาตุ๋นเครื่องยาจีนจนได้เป็ดตุ๋นเนื้อนุ่มหอมอร่อย  จะสั่งก๋วยเตี๋ยวเป็ด ข้าวหน้าเป็ด หรือเนื้อเป็ดตุ๋นเป็นจาน ก็อร่อยได้ทุกรายการ  ทางร้านยังมีเมนูขึ้นชื่ออย่างหมี่กระเฉดที่คัดเฉพาะยอดกระเฉดอ่อนๆ อวบๆ มาผัดกับเส้นหมี่ และปลาเจี๋ยนหรือปลาผัดขึ้นฉ่ายที่นำปลากะพงมาผัดแบบขลุกขลิก รสชาติอร่อยเลิศระดับภัตตาคาร


3.บะจ่างเจ๊วัชรี 

(หลังตลาดน้อย  เปิด 07.00-18.00 น.  โทร. 0-2233-7488)

taladnoi7

บ๊ะจ่างเจ้าเก่าต้องร้านเจ๊วัชรีหลังตลาดน้อย เป็นสูตรดั้งเดิมที่คุณแม่สามีทำให้ลูกหลานกินตั้งแต่มาจากเมืองจีน เมื่อมาปักหลักอยู่ที่ตลาดน้อยก็ทำขายมาตั้งแต่ 30 ปีก่อนสมัยยังไม่ห่อด้วยใบไผ่สูตรเด็ดเคล็ดลับอยู่ที่นำข้าวเหนียวเขี้ยวงูอย่างดีมาหุงให้หอม หมูและไก่ต้องอบสุก กุ้งแห้งต้องลวกให้นิ่ม พริกไทยที่ใช้ต้องเป็นพริกไทยดำ เน้นเครื่องเยอะ ใส่ทั้งเห็ดหอม ไข่เค็มเฉพาะไข่แดง ลูกบัว และแปะก๊วย  มีไส้เค็ม ไส้หวาน และสูตรข้าวเหนียวดำ  พอถึงเทศกาลกินเจก็จะทำเจจ่างออกขาย ขายดิบขายดีจนขึ้นแท่นเป็นของดีประจำเขตสัมพันธวงศ์ไปแล้ว


4. เฉาก๊วยตลาดน้อย  

(ปากซอยตลาดน้อย ถ. เจริญกรุง  เปิด 07.30-16.00 น.)

taladnoi6

เฉาก๊วยสดรถเข็นจอดขายหน้าปากซอยตลาดน้อยมา 10 กว่าปีแล้ว  เอกลักษณ์เด่นคือกาทองเหลืองยักษ์ที่ตั้งคู่เตาพร้อมเสิร์ฟน้ำขิงรสร้อนแรงที่ทำจากขิงแก่  จะสั่งเต้าฮวยน้ำขิง เต้าฮวยบัวลอย แปะก๊วยน้ำขิง หรือจะลองเฉาก๊วยสดใส่น้ำขิง ก็อร่อยเข้ากันทุกเมนู  ถ้าอยากกินเมนูเย็นๆ ขอแนะนำให้สั่งเฉาก๊วยสดแปะก๊วย  เฉาก๊วยเจ้านี้หอม นุ่ม หวานน้ำตาลอ้อย เสิร์ฟมาในชามใหญ่ กินชามเดียวก็อร่อยชื่นใจ๊...ชื่นใจ


5. กะหรี่ปั๊บคุณปุ๊ 

(ซ. เจริญกรุง 22  เปิด 07.00-14.00 น.  โทร. 08-0602-2055)

taladnoi4

แป้งบาง ไส้ทะลัก ไม่อมน้ำมัน แถมยังกรอบอร่อยไปตลอดทั้งวัน ต้องกะหรี่ปั๊บคุณปุ๊ ทอดกันร้อนๆ สดใหม่ทุกเช้า  ลูกค้าที่มาต่อคิวรอการันตีถึงความอร่อย เพราะซื้อเจ้านี้มา 10 กว่าปีแล้วโดยไม่ไปซื้อเจ้าอื่นเลย  เริ่มแรกคุณปุ๊ทำแต่ไส้ไก่ โดยใช้ไก่ส่วนอกผัดกับผงกะหรี่ แล้วบดกับมันฝรั่งให้นุ่ม ปรุงรสด้วยพริกไทยป่น ได้ไส้ไก่หอมละมุนอร่อยขั้นเทพ ปัจจุบันพัฒนาสูตรเพิ่มอีกห้าไส้ ทั้งไส้ถั่วหวาน ไส้ถั่วเค็ม ไส้เผือกกวน ไส้มะพร้าว และไส้สับปะรด  รับรองกรอบอร่อยทุกไส้โดยไม่พึ่งสารกันบูด


6. ก๋วยเตี๋ยวหลอดโบราณเจ๊สุ 

(บริเวณสี่แยกศาลเจ้าปึงเถ่ากง-ม่า ซ. วานิช 2  เปิด 11.00-16.00 น.)

taladnoi3

เป็นอีกร้านที่ชาวตลาดน้อยพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อยคุ้มเกินราคา จึงต้องถือถ้วยชามมายืนต่อคิวซื้อกันทุกวัน  ก๋วยเตี๋ยวหลอดทรงเครื่องเจ๊สุจัดหนักทั้งเส้นทั้งเครื่อง ประโคมใส่มาไม่ยั้ง ไม่ว่าจะเป็นหมูซีอิ๊วหวาน เต้าหู้ หมูสามชั้น ถั่วงอกลวก โรยกุ้งแห้งทอดกรอบ ปรุงรสมาพอดี แต่ถ้าชอบเปรี้ยวชอบหวานก็ปรุงเพิ่ม  ทีเด็ดอยู่ที่วัตถุดิบต้องสดใหม่และอุ่นให้ร้อนตลอดเวลา รวมถึงเส้นหมี่และเส้นใหญ่ด้วย  ที่สำคัญจานใหญ่ให้เยอะราคาสบายกระเป๋า


7. เฮียบเตียง 

(ซ. เจริญกรุง 20  เปิด 07.00-17.00 น.  โทร. 0-2233-7554)

taladnoi

ถือเป็นร้านขายขนมโบราณที่หาได้ยากในปัจจุบัน ด้วยเป็นงานแฮนด์เมดที่แปะบักเอี่ยม คนตลาดน้อยดั้งเดิมสืบทอดการทำจากคุณอามาตั้งแต่สมัยอยู่เมืองจีนและทำขายมาจนอายุ 80 กว่าปีแล้ว  มีขนมเปี๊ยะ ขนมโซวเกี้ยวหรือกะหรี่ปั๊บเจ ขนมเหม่งทึ้งหรือขนมงาอ่อนซึ่งเป็นแป้งนิ่มๆ ก้อนสี่เหลี่ยมคลุกเคล้ากับเมล็ดงา และขนมไหว้เจ้าอย่างสิงโตถั่ว ขนมโบราณงานแฮนด์เมดที่ทำจากน้ำตาลและถั่วลิสงด้วยสองมือของแปะ  ใครมาเยือนตลาดน้อยก็แวะชมแวะชิมกันได้


8. ก๋วยเตี๋ยวเชลล์ชวนชิม

(ถ. เจริญกรุง  เปิด 07.30-16.00 น.  โทร. 0-2233-1697)

taladnoi2

ด้วยหน้าร้านตั้งอยู่บริเวณป้ายรถเมล์และตัวร้านต้องเดินเข้าตรอกแคบๆ ไป ลูกค้าเลยพากันเรียกว่าร้าน “ก๋วยเตี๋ยวรู” และ “ก๋วยเตี๋ยวรถเมล์” ขายมาเป็น 100 ปีตั้งแต่รุ่นพ่อซึ่งหาบขายในย่านเซียงกงตลาดน้อยชามละ 2 บาท  จุดเด่นโดนใจลูกค้าคือ ลูกชิ้นปลา ฮื่อก้วย เกี๊ยวปลา ทางร้านทำเองทั้งหมด โดยไม่ใส่สารเจือปน แถมยังหั่นชิ้นใหญ่ ให้เยอะ กินกันได้อร่อยถึงใจ  นอกจากก๋วยเตี๋ยวยังมีของกินเล่นอย่างเกี๊ยวแต้จิ๋วสูตรพิเศษไม่เหมือนใครจิ้มกับน้ำหมูสูตรเฉพาะ อร่อยต้องลอง


9. River Vibe Restaurant & Bar 

(ชั้น 8  ริเวอร์วิวเกสต์เฮาส์  ซ. โจวซือกง เปิด 12.00-23.00 น.  โทร. 0-2234-2078, 08-6093-9028) 

taladnoi5

หลังจากตะลุยตลาดน้อยมาทั้งวันแล้ว ก่อนพระอาทิตย์ตก เราขอแนะนำให้มาปิดทริปกันที่ชั้นดาดฟ้าของริเวอร์วิวเกสต์เฮาส์ คุณจะได้ลิ้มรสอาหารอร่อยท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกพร้อมชมโค้งน้ำเจ้าพระยาในมุมมองแบบแพโนรามา  จะสั่งอาหารไทยหรือยุโรปเขาก็พร้อมบริการ  ยิ่งช่วงหน้าหนาวหรือเข้าเทศกาลปีใหม่ ที่นี่ถือเป็นจุดชมพลุที่สวยงามอีกแห่งของเมืองกรุง 

 

web-eatingmape1

huanhinboost-01


( 0 Votes ) Add a comment
 

3 ร้านอร่อยเมืองตรัง

ได้ยินเพื่อนบอกจะเที่ยวตัวเมืองตรังด้วยการซิ่งรถตุ๊กตุ๊กหัวกบ เลยขอติดสอยห้อยตามไปด้วยคน  และตระเวนรอบเมืองตรังทั้งที เราก็ต้อง เที่ยวไปกินไปถึงจะครบรส  ไปกันเลยละกัน บรื้น...บรื้น...


1. แกงส้ม (ซ. วิเศษกุล 4 เปิดเวลา 11.00-14.00 น./16.30-21.30 น. โทร. 0-7521-9383)

trangres1

ร้านนี้ไม่ตกแต่งอะไรมาก มีเพียงโต๊ะ เก้าอี้ เมนู พร้อมลูกค้าที่นั่งอยู่เต็มร้านเท่านั้น  เมนูที่ต้องสั่งคือแกงส้ม มีให้เลือกทั้งกุ้งและปลา ผักรวมและยอดมะพร้าวอ่อน น้ำแกงส้มรสกลมกล่อมมากๆ ไม่เปรี้ยวแหลม เค็มปี๋ หรือเผ็ดเกินไป หอมกลิ่นเครื่องแกง ซดกินได้สบายส่วนฮ่อยจ๊อปูนั้น เนื้อปูเต็มลูกไม่ผสมแป้ง เสิร์ฟร้อนๆ กินกันเพลิน  

trangres2

หมูนุ่มทอดก็อร่อยนุ่มสมชื่อ  ใครชอบกินปลามีจานเด็ดให้ชิม คือปลากะพงผัดเต้าเจี้ยว เนื้อปลาสดไร้กลิ่นคาวผัดกับเต้าเจี้ยวแบบน้ำขลุกขลิกโรยต้นหอม กลิ่นหอมรสอร่อยเลิศ  อ๊ะๆ อย่าเพิ่งอิ่ม ลองชิมห่อหมกทะเลทอดและผัดถั่วฝักยาวคั่วไข่กันก่อน แล้วจะรู้ว่าฝีมือเขาถึงจริงๆ


2.โกหลอ (ถ. รัษฎา ซ. 9  เปิดเวลา 16.00-22.00 น.)

trangres8

เราซิ่งเจ้าตุ๊กตุ๊กหัวกบกันมาทั้งวัน แล้วปิดท้ายกันที่ร้านยอดนิยมร้านนี้ ที่คนตรังมาฝากท้องมื้อเย็นไปจนถึงมื้อดึก  มีเส้นหมี่กระดูกหมู เส้นหมี่น่องไก่ น้ำซุปร้อนๆ หอมหวาน แถมใส่เครื่องตุ๋นยาจีนอย่างเก๋ากี้และห่วยซัวเพิ่มความอร่อย  

trangres6 trangres7

หากยังไม่เบื่อติ่มซำ ร้านนี้ก็มีบริการนะจ๊ะ  ลูกชิ้นปลาหมึก เต้าหู้ปลา ขนมจีบ อร่อยดีทีเดียวคนที่ติดใจรสหอมละมุนลิ้นของชาปักษ์ใต้ ก็สั่งกินกันได้ คนชงชงได้เข้มข้นถึงใจ  มีปาท่องโก๋ร้อนๆ พร้อมสังขยาให้กินแกล้มด้วย


3. ล่อคุ้ง (ถ. รัษฎา อ. กันตัง  เปิดเวลา 09.00-20.30 น. โทร. 0-7525-1223)

trangres5 trangres3

ร้านนี้อยู่นอกเส้นทางของตุ๊กตุ๊กหัวกบสักหน่อย เพราะต้องขับมาที่ อ. กันตัง ห่างจากตัวเมืองตรังราวๆ 18 กม.  หากผ่านมาทางนี้ อย่าลืมแวะกินก็แล้วกัน  ราดหน้าทะเลของเขาอร่อยเด็ดค่ะคุณขา เสิร์ฟปุ๊บกินได้เลยไม่ต้องเสียเวลาปรุง ของทะเลทั้งกุ้ง ปลาหมึก เนื้อปู เนื้อปลากะพง กระเพาะปลา ก็สดจากทะเล ลูกชิ้นปลาเคี้ยวหนึบไม่มีกลิ่นคาว  

อีกจานที่อยากให้ลิ้มลองคือหมี่เหลืองผัดซีอิ๊ว เป็นเส้นหมี่ฮกเกี้ยนผัดใส่กุ้งและปลาหมึก ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลทรายและพริกป่น อร่อยพอเหมาะพอดีอีกเมนูเป็นของใหม่ของทางร้าน นั่นก็คือก๋วยเตี๋ยวมาเลย์ รสชาติและเครื่องปรุงคล้ายผัดไทย แต่เปลี่ยนจากเส้นเล็กเป็นเส้นใหญ่ และใส่กุ้งสดกับปลาหมึกเพิ่มเข้าไป ปรุงรสตอนผัดให้เสร็จสรรพ คีบเข้าปากได้ทันที

web-eatingmape1


( 0 Votes ) Add a comment
   

10 อาหารพื้นถิ่นที่คุณอาจไม่เคยกิน

อย่างที่รู้กันว่าอาหารพื้นถิ่นสะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ซึ่งเน้นใช้ของวัตถุดิบในท้องถิ่นนั้นมาประกอบอาหาร ครั้งนี้”นายรอบรู้”ได้รวบรวมอาหารพื้นถิ่นที่คุณอาจไม่เคยกินหรือไม่รู้จักเลยก็ได้เลยก็ได้มาดูกัน

1. ลาบเทา (ตรงกลาง) จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

lf1

“เทา”เป็นสาหร่ายน้ำจืดขึ้นตามแม่น้ำโขง ตามตลาดจะเห็นแม่ค้าม้วนเทาสดๆเป็นกอง นิยมทำเป็นลาบ วิธีทำนำเทาไปล้างให้สะอาดใส่คลุกกับเนื้อปลาต้มสุก มะเขือขื่น หอมแดง ข่าอ่อน ข้าวคั่ว ปลาร้าและพริกป่น กินแกล้มกับกับผักพื้นบ้าน


2. กุ้งเต้น จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

fl2

กุ้งเต้นเป็นที่รู้จักกันมานานแล้วและเป็นจานโปรดของใครหลายคน ส่วนผสมคือกุ้งฝอยสดๆคลุกเคล้ากับตะไคร้ซอย พริกขี้หนู ต้นหอม พริกขี้หนู ผักชีหั่นฝอย ปรุงรสด้วยน้ำปลา มะนาว พริกป่น และข้าวคั่ว ความเปรี้ยวของมะนาวช่วยดับคาวของกุ้ง


3. ลู่ จากภาคเหนือ

lf3

ถ้าใครไปเที่ยวจังหวัดทางภาคเหนือ คงเคยได้กินลาบคั่ว ก่อนจะนำไปคั่วเขาเรียกว่า ลาบดิบหรือลู่ มีวิธีการทำที่ไม่ยากคือสับเนื้อสัตว์ให้ละเอียด ปรุงรสด้วยมะนาว พริก น้ำปลา แล้วใส่เลือดสดลงคลุกให้เข้ากัน 


4.น้ำพริกเขียด จากภาคเหนือ

lf4

จานนี้อาจฟังดูน่ากลัวแต่ว่ารสชาติลำขนาด วิธีการทำคือนำเขียดนามาย่างให้แห้แล้วตำให้ละเอียดพักไว้  จากนั้นเผากระเทียม มะเขือขื่น และมะแขว่น โขลกพริก เกลือ กระเทียม ข่า ดีปลี รวมกันให้ละเอียดใส่มะเขือขื่น เขียดโขลกเข้าด้วยกัน ใครจะดัดแปลงใส่กบลงไปแทนก็ได้


5.แมงแคง จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

lf5

แมงแคง จริงๆคือมวน มีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์ จะกินสดแกล้มกับอาหารหรือว่านำไปเสียบไม้ย่าง บางคนน้ำไปคั่วใส่เกลือนิดหน่อย ตำน้ำพริกก็อร่อย นับเป็นแมลงที่ทำอาหารได้หลากหลาย  แมงแคงมีมากในช่วงหน้าหนาว


6. ใบคาวตอง จากภาคเหนือ 

lf6

นิยมกันแกล้มกับลาบคั่ว ใบมีกลิ่นคาวเหมือนปลาสด เป็นพืชล้มลุก  งานวิจัยในประเทศจีนพบว่าใบคาวตองเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่สามารถยับยังเซลล์มะเร็งได้


7. แมงมันคั่ว  จากภาคเหนือ

lf7

แมงมันคือมดsubterranean ในช่วงหน้าฝนแมงมันตัวเมียหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ลูกแมงมันมีลักษณะคล้ายต่อจะบินออกมาเพื่อผสมพันธุ์กับตัวผู้ จากนั้นจะสลัดปีกทิ้งแล้วไปตั้งรังของตัวเองจนกลายเป็นราชินีของรังนั้น  ในรอบปี ช่วงเดือนพฤษภาคม ลูกแมงมันจะออกมาจากรังหลังฝนตก ชาวบ้านต้องไปรออยู่ปากรูเพื่อเก็บแมงมัน เพราะหากแมงมันตัวเมียผสมกับตัวผู้แล้วแมงมันจะมีรสขม ชาวบ้านเก็บเพราะตัวเมียเท่านั้นส่วนตัวผู้มีรสขม  ด้วยรสชาติมันแค่คั่วเกลือก็อร่อยแล้ว บางคนนำไปตำเป็นน้ำพริกแมงมันก็อร่อยไม่แพ้กัน


8. น้ำชุบใบทำมัง จากภาคใต้ 

lf8

ใบทำมังหรือธัมมัง เป็นไม้ยืนต้นใบมีกลิ่นฉุนคล้ายแมงดา  ชาวบ้านนิยนำมาตำกับพริก กระเทียม หอม กะปิ รวมกันเป็นน้ำชุบ(น้ำพริก)ใบทำมัง หรือจะใส่ในแกงไตปลาเพื่อเพิ่มความหอมก็ได้


9. หอยหอมลวก จากภาคตะวันออก

lf9

หอยหอมเป็นหอยฝาเดียวจัดอยู่ในวงศ์ Cyclophoridae อาศัยอยู่บนพื้นดินที่ชื้นตามแนวเทือกเขาหรือที่ราบสูง โดยเฉพาะภูเขาหินปูน บางแห่งจึงเรียกหอยชนิดนี้ว่า หอยภูเขา ส่วนชื่อหอยหอมนั้น มีที่มาจากมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่เป็นเอกลักษณ์เมื่อนำมาประกอบอาหาร เช่น ย่าง เผา หรือต้ม


10. ด้วงสาคูคั่ว จากภาคใต้

lf10

ด้วงสาคูเป็นชื่อถิ่นใต้ชื่อทั่วไปคือด้วงงวง  ตัวหนอนตัวอ่อนของด้วงเป็นที่นิยมมากเพราะมีความมันและอุดมไปด้วยสารอาหาร ปัจจุบันมีการแนะนำให้เพาะเลี้ยงกันเป็นธุรกิจ  ด้วงสาคูนิยมนำมาคั่ว วิธีทำก็ง่ายแสนง่ายแค่ล้างด้วงให้สะอาด ตั้งกะทะให้ร้อนๆแล้วนำด้วงลงไปตามด้วยเกลือ คั่วให้แห้งก็ได้ด้วงคั่วมารับประทานแล้ว 


( 0 Votes ) Add a comment
   

มาสุรินทร์ต้องลอง 3 ส้มตำสุดแซ่บ

เคยได้ยินคนพูดกันเล่นๆ ว่ามาสุรินทร์ต้องกินสุรา แต่พอได้มาเยือนเมืองนี้ต้องขอพูดจริงๆ ว่ามาสุรินทร์ต้องกินส้มตำ เพราะมีร้านส้มตำมากโข ถึงกับมีการประกวดตำส้มตำในสุรินทร์กันสม่ำเสมอ  ร้านระดับแชมป์จึงมีให้เลือกกินหลายร้าน บางร้านก็เป็นถึงแชมป์ระดับภาคและระดับประเทศเลยทีเดียว  ขาแซบสะออนไปสุรินทร์เป็นได้อร่อยซี้ดซ้าดกันทั้ง 3 มื้อ

1.เจ๊ตุ๊กส้มตำ

(ถ. กรุงศรีใน ใกล้กับ รร เทศบาล 3  อ. เมืองสุรินทร์ เปิดเวลา 12.00-20.00 น. หยุดวันจันทร์  โทร. 08-6865-8893)

surind3

ร้านนี้มีรางวัลชนะเลิศการประกวดส้มตำอินเตอร์ของ จ. สุรินทร์ ประจำปี 2548 ยืนยันความอร่อย  เที่ยงตรงเป๊ะ เจ๊ตุ๊กเจ้าของร้าน มือตำอันดับเดียวประจำร้านจะขึ้นแท่นตำส้มตำ  ตำปูปลาร้ากินแล้วถึงกับเหงื่อตก เพราะเจ๊ตุ๊กใส่พริกขี้หนูแห้งลงตำรวมกับพริกขี้หนูสดด้วย  กลิ่นน้ำปลาร้าต้มสุกหอมเรียกน้ำย่อย  เส้นมะละกอ ถั่วฝักยาว และมะเขือขื่นก็สดกรอบ แถมเติมมะกอกลงไปตำเพิ่มความอร่อย ทำให้เป็นตำยอดฮิตติดดาวของร้านจานแซบหลายอีกจานคือตำผลไม้ มีทั้งสับปะรด ชมพู่ องุ่นแดง แอปเปิลแดง และแอปเปิลเขียว  ใส่เครื่องส้มตำแบบตำไทย แล้วโรยหน้าด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์เพิ่มความหอมมัน

surind6

ร้านนี้มีไก่อบตะไคร้ให้กินเสริมความแซบ  เขาใช้โอ่งเป็นหม้ออบ เนื้อไก่จึงนุ่มชุ่มน้ำมันเล็กน้อย ทั้งหอมกลิ่นตะไคร้และกระเทียมพริกไทยที่หมักจนเข้าเนื้อ ไม่จิ้มแจ่วก็ยังอร่อยเลยจ้า


2. ส้มตำเพชรมณี 1

(ถ. มูลศาสตร์สาทร  อ. เมืองสุรินทร์ เปิดเวลา 09.00-16.00 น.  โทร. 08-6869-4838, 08-9423-6956)

เจ้านี้มีตำแหน่งแชมป์อันดับ 1 ภาคอีสาน ประจำปี 2529 ติดปลายสากประกาศศักดา  เป็นเจ้าต้นตำรับส้มตำใส่ผักชีใบยาวสุดยอดความแซบแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร

surind7 surin8

จานเด็ดสุดต้องยกให้ตำผสม เป็นส้มตำลูกครึ่งตำไทยและตำลาว จึงได้ทั้งความอร่อยของกุ้งแห้ง ถั่วลิสงคั่ว และน้ำกับเนื้อปลาร้า (ใครบ่ยั่นปลาร้าเป็นต่อนๆ คงถูกปาก) ตำระคนจนได้ที่ ยามกลืนกินได้กลิ่นหอมของผักชีใบยาวกินส้มตำต้องแนมด้วยไก่ย่าง ไก่ย่างร้านนี้อร่อยใช้ได้ ย่างใหม่ๆ ทุกวัน ไม่มีของค้างคืน รสชาติกลมกล่อม เนื้อไม่แห้งหรือแฉะเกินไป กลิ่นกระเทียมพริกไทยหอมฉุย  จิ้มน้ำจิ้มแจ่วที่ปรุงแซบลิ้นด้วยน้ำมะขามเปียก พริกป่น และข้าวคั่ว ปั้นข้าวเหนียวจิ้มกินพร้อมไก่ย่าง...อร่อยไม่รู้จักอิ่ม


3. ส้มตำเจ๊ติ๊ก

(ตลาดไนต์บาซาร์สุรินทร์ ถ. กรุงศรีใน อ. เมืองสุรินทร์ เปิดเวลา 17.00-22.00 น.)

เจ๊ติ๊ก-เจ้าของร้านได้สูตรส้มตำมาจากแม่  ถึงแม้ไม่มีรางวัลใดการันตี แต่ส้มตำรถเข็นร้านนี้ก็มัดใจลูกค้าอยู่หมัดด้วยรสชาติแซบถูกปาก ราคาถูกใจ ความอร่อยของตำไทยเจ้านี้อยู่ที่ถั่วลิสงคั่วซึ่งตำพอแหลกกับมะนาวที่ตำทั้งเปลือก รสชาติพอดีๆ ไม่จัดเกินไป  

surind1

surind2

ส่วนตำปูนั้นแซบเพราะตำได้นัวเข้ากัน ปูดองที่ใส่มาหลายตัวก็ตำจนแหลก ต่างจากส้มตำในเมืองกรุงที่คนตำตำได้ทีสองทีก็ตักเสิร์ฟอย่าลืมชิมไก่ย่างเจ้านี้เด้อค่ะ เขาย่างได้หนังกรอบเกรียมนิดๆ เนื้อแห้งสนิท หอมอร่อยด้วยเครื่องปรุงที่หมักอย่างดี จิ้มแจ่วพอได้รส ตามด้วยข้าวเหนียวร้อนๆ อร่อยสุดบรรยาย  ขอแนะนำว่าให้เลือกกินปีกไก่ เพราะมีหนังเยอะและกระดูกอ่อนกรุบๆ ให้เคี้ยวมันๆ  เผลอแผล็บเดียวเกลี้ยงจานปานสายฟ้าแลบ


( 1 Vote ) Add a comment
   

4 ร้านอาหารสุดเด็ด เมืองสตูล

 เมื่อมาเยือนจังหวัดสตูลทั้งที เราจะพลาดชิมอาหารพื้นถิ่นของที่นี่ได้อย่างไร  นอกจากอาหารปักษ์ใต้รสเด็ดที่ต้องไปชิมแล้ว ชาวสตูลยังแนะนำโรตีเจ้าอร่อยที่เป็นทั้งของหวานและของว่างคู่เมืองสตูลให้ลิ้มลองอีกด้วย


1. ร้านลานข้าว (ริมทางหลวงหมายเลข 4052  อ. ละงู  เปิด 10.00-22.00 น.  โทร. 0-7477-3200, 08-1275-4833)

แค่เดินเข้ามาในร้านก็สัมผัสได้ถึงความร่มรื่นเย็นสบายจากแมกไม้ที่เขียวชอุ่มแล้ว เราเลือกนั่งในซุ้มไม้ที่มองเห็นท้องนาเขียวขจีแทนนั่งในห้องแอร์เย็นฉ่ำที่ก็มีให้บริการเช่นกัน นอกจากบรรยากาศดี เมนูอาหารของที่นี่ยังได้รับรางวัล “รสมือไทย” จากสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ. 2553 อีกด้วย

satunres1

อย่างแกงเหลืองปลากะพงที่ทางร้านโขลกพริกแกงเอง ใส่ทั้งพริกขี้หนู กระเทียม ขมิ้น พริกไทย กับกะปิชั้นดี จึงได้น้ำแกงรสเข้มข้นสีเหลืองสด หอมกลิ่นขมิ้น  ส่วนปลากะพงนั้นส่งตรงจากท่าเรือประมงปากบารา การันตีได้ถึงความสดหวาน ทั้งเมื่อนำมาแกง เนื้อปลาก็ไม่เละ ชิมได้อร่อยเต็มๆ คำ

satunres2

เมนูแนะนำจานถัดมาเป็นเมี่ยงปลากะพง ปลากะพงทอดทั้งตัวแบบเหลืองกำลังพอดี เนื้อปลาไม่แห้ง ราดด้วยน้ำเมี่ยงที่คลุกเคล้ากับเครื่องเคียงอย่างพริกขี้หนูสด หอมแดง มะนาว ขิง ตะไคร้หั่นฝอย เม็ดมะม่วงหิมพานต์และมะพร้าวขูดคั่ว เคี้ยวกรุบอร่อยด้วยเครื่องสมุนไพร  ปิดท้ายด้วยเมนูหากินยากอย่างผัดฉ่าหอยท้ายเพลา หอยนี้มีเฉพาะตามชายฝั่งทะเลอันดามันในช่วงฤดูร้อน ทางร้านนำเนื้อหอยมาผัดฉ่า เคี้ยวหนึบอร่อยแบบถึงพริกถึงเครื่อง


2.ร้านธาม(ถ. สตูลธานี อ. เมือง  เปิด 10.00-20.00 น.  โทร. 0-7471-2286)

“ธาม” ชื่อร้านที่ออกเสียงคล้าย ไทม์ ชวนให้คิดถึงภาพอาแปะกำลังซ่อมนาฬิกาอย่างขะมักเขม้น ทว่ากลับเป็นร้านอาหารที่ตกแต่งด้วยนาฬิกาโบราณและของสะสมสมัยคุณปู่ที่เจ้าของร้านชื่นชอบ อย่างเก้าอี้ไม้ ตู้ไม้ ถ้วยลายคราม ตะเกียงเจ้าพายุ และที่เก๋สุดๆ คือโต๊ะไม้ตกแต่งด้วยถ้วยลายครามเข้ากับเก้าอี้ไม้สุดคลาสสิกดื่มด่ำบรรยากาศเก่าๆ เคล้ารสชาติเด็ดกับเมนูชูโรงของร้าน  

satunres3

satunres4

ซุปแห้งเนื้อเปื่อยที่ใช้พริกแห้งปรุงรสเนื้อวัวตุ๋นแล้วโรยหอมเจียว เพียงตักชิมคำแรกก็สัมผัสรสเผ็ดจัดจ้านจนน้ำหูน้ำตาไหลสะใจคนกินเผ็ดส่วนเนื้อก็เปื่อยแทบละลายในปาก  อีกเมนูเด็ดที่ภูมิใจนำเสนอคือเอ็นหอยผัดฉ่ากลิ่นหอมฉุนจนลูกค้าจามกันยกใหญ่ เอ็นหอยสดเด้ง ผัดเครื่องผัดฉ่าแบบจัดเต็มไม่มีหวง  ตามมาด้วยเมนูให้ซดแก้เผ็ด ต้มหัวปลาใส่เผือก สูตรเด็ดของร้านคือแกะเนื้อตรงหัวปลากะพงนำมาชุบแป้งแล้วทอดกรอบ จากนั้นต้มน้ำจนเดือดใส่เผือกหั่นชิ้นเล็กๆ ลงต้มจนเปื่อย ค่อยใส่เนื้อหัวปลาทอดตามลงไป เท่านี้ก็ได้รสชาติกลมกล่อมแล้ว


3.ร้านเนอร์ฆารา  (ถ. สฤษดิ์ภูมินารถ  อ. เมือง  เปิด 10.00-22.00 น. โทร. 0-7472-2281, 08-7292-8798)

มาถึงถิ่นโรตีอย่างสตูล ถ้าไม่ได้กินก็เหมือนมาไม่ถึงแหล่งโรตี รสเลิศของเมืองไทย  คนท้องถิ่นเขากินกันทั้งเช้าและเย็น ร้านโรตีจึงมีให้เลือกเพียบ  ขอแนะนำร้านเนอร์ฆารา ร้านเล็กๆ แต่รสชาติอร่อยเด็ดที่คนท้องถิ่นกินมาเกือบ 15 ปีแล้ว  

satunres5 satunres6

บรรยากาศร้านดูสบายๆ ด้วยโต๊ะเก้าอี้ไม้ไผ่ และอากาศเย็นสบายเพราะเป็นร้านหลังคามุงจาก เราเลยจัดหนักสามเมนูรวดจานแรกเป็นมะตะบะไก่ พิเศษตรงที่เสิร์ฟทั้งอาจาดและแกง ตอแมะให้เลือกจิ้มตามชอบ  แกงตอแมะเป็นแกงข้นๆ รสหวานกลมกล่อมที่ทำจากไก่บด ถั่วเหลืองบด เคี่ยวกับหัวกะทิและเครื่องแกงตอแมะ กินกับมะตะบะแป้งนุ่มหอมกลิ่นเครื่องเทศได้อร่อยเข้ากัน  

satunres7 satunres8

ต่อด้วยโรตีภูเขาไฟ โรตีทอดกรอบที่ดัดเป็นรูปทรงภูเขาไฟ ราดด้วยนมข้นหวานจนชุ่มแล้วโรยผงไมโลให้ทั่ว  ใครอยากสั่งโรตีธรรมดาแบบแป้งบางนิ่มราดนมข้นหวานโรยน้ำตาล หรือสั่งโรตีเปล่ามาจิ้มแกงตอแมะ เขาก็มีบริการจะให้เข้าคู่ลงตัวต้องสั่งชาชักที่ใช้ชามาเลย์กลิ่นหอมเฉพาะตัว ชงผสมนมและน้ำตาล ก่อนนำมาชักโชว์ลีลาและให้ชาเข้ากับนม  จากนั้นเทใส่แก้วเสิร์ฟแบบฟองฟู่ กินคู่โรตีได้อร่อยเหมาะเจาะ


4. ร้านกันเอง  (ในตลาดโต้รุ่ง  ถ. สตูลธานี  ซ. 3  อ. เมือง  เปิด 17.00-21.00 น. โทร. 08-3185-1452)

ร้านโรตีขึ้นชื่ออีกร้านที่ไม่ควรพลาดชิม เป็นร้านเล็กๆ ในตลาดโต้รุ่ง  คนท้องถิ่นรู้จักกันดี เพราะความเป็นกันเองสมชื่อร้าน ลูกค้าจะสั่งอะไรแบบไหน เขาตามใจโม้ด... อย่างโรตีก็มีให้เลือกสารพัด ทั้งโรตีข้าวโพด โรตีเผือก โรตีกล้วยหอม โรตีใส่ไข่ โรตีผลไม้

satunres9 satunres10

 ด้วยเจ้าของร้านคิดเมนูแปลกใหม่ เติมนู่นผสมนี่จนได้โรตีหลากเมนูที่ลูกค้าต่างยกนิ้วให้  ที่สำคัญลูกค้ายังครีเอตเมนูได้ตามชอบด้วยว่าจะใส่อะไร หรือจะผสมไส้หลายๆ อย่างในแผ่นเดียวก็ได้ แถมราคายังกันเองสุดๆส่วนลีลาการตีแผ่นแป้งก็ไม่น้อยหน้า จากแป้งก้อนกลมๆ ตีๆ แผ่ๆ จนบางเฉียบ ทอดบนไฟอ่อนๆ ด้วยเทคนิคการทอดให้แผ่นแป้งที่บางนั้นนิ่มและไม่กรอบจนเกินไป จากนั้นใส่สารพัดไส้ลงไปแล้วห่อให้มิดและทอดจนสุก ราดนมข้นหวาน โรยน้ำตาลตามสูตร ขายดิบขายดีจนคนขายไม่มีเวลาเงยหน้ามองลูกค้ากันเลยทีเดียว 



( 1 Vote ) Add a comment
   

หน้า 3 จาก 7