NaiRobRoo.com | เมืองไทยน่าเที่ยว

เขียวชอุ่มชุ่มฉ่ำ ที่ อช.ภูหินร่องกล้า

phr 1

ฤดูฝนบางคนบอกว่าแสนเหงา อาจจะเพราะบรรยากาศอึมครึมจากท้องฟ้า และไอฝน ทำให้หลายคนตกอยู่ในห่วงความเหงา แต่ใช่ว่าหน้าฝนนั้นจะมีด้านเดียว เพราะอีกด้านของเมฆฝนและท้องฟ้า ก็มีสายหมอกสวยๆ ต้นไม้เขียวๆ และความชุ่มฉ่ำเย็นสบายที่หาในฤดูอื่นไม่ได้

phr 2

     หน้าฝนแบบนี้เลยอยากแก้เหงาด้วยการออกไปเที่ยวธรรมชาติ เข้าไปซึมซับความชุ่มชื้น และสูดกลิ่นฝน ที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อ. นครไทย จ. พิษณุโลก เป็นที่เที่ยวที่แสนดีในวันฝนพร่ำเช่นนี้ เตรียมเสื้อกันฝนให้พร้อมแล้วออกเดินทางไปพร้อมพวกเรากันเลย....

     อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เป็นอุทยานแห่งชาติที่มาอาณาเขตครอบคลุมจังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดเลย เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์การสู้รบระหว่างรัฐบาลและพรรคคอมมิวนิส ซึ่งในปัจจุบันก็ยังมีร่องรอยของสถานที่ที่บ่งบอกเรื่องราวในครั้งนั้นหลงเหลืออยู่

phr 4phr 5

     สภาพภูมิประเทศของภูหินร่องกล้านั้นเป็นภูเขาสลับซับซ้อนมีความอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยพรรณไม้นาๆชนิด ยิ่งช่วงฤดูฝนด้วยแล้ว ที่นี่เหมือนผืนป่าในเทพนิยาย ที่ถูกปกคลุมไปด้วยสายหมอกและความชื้น

phr 3

     สิ่งที่เป็นไฮไลค์ของภูหินร่องกล้า นั้นคือ การเดินศึกษาธรรมชาติตามเส้นทางที่ลัดเลาะไปในป่า ที่จะทำให้เราได้พบกับดอกไม้สวยงามนาๆชนิด เช่น ดอกลิ้นมังกร ดอกไม้สีส้มอ่อนชูช่อตัดกับหญ้าสีเขียว ซึ่งขึ้นอยู่ตามซอกหินโดยรอบบริเวณ ดอกเปราะภูขาวที่ขึ้นตามลานหินซึ่งหาดูได้เฉพาะฟดูฝนเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีมอสและเฟิร์นเขียวชอุ่มที่ปกคลุมผืนดินและก้อนหินเอาไว้ ทำให้ภาพที่เห็นตรงหน้านั้นมีแต่ความชุ่มชื้นชุ่มฉ่ำสุด

phr 6

     พระเอกของการเดินทางครั้งนี้นั้นคือ ต้นบีโกเนีย ไม้ลมลุกขนาดเล็กที่ขึ้นตามชะง่อนหิน มองเผินๆก็เป็นใบไม้ธรรมดาๆ แต่หากลองมองจากใต้ใบ เราจะเห็นความงามที่ซ่อนอยู่ เส้นใบสีแดงแตกแขนงไปทั่วใบของบีโกเนีย บางใบใหญ่บางใบเล็ก กระจายไปทั่วผาหิน หยดน้ำที่ไหลลงมาจากหน้าผาช่วยเพิ่มความชุ่มชื่น ใบไม้สีเขียวสดช่วยเพิ่มความสวยงามมากขึ้นไปอีก ชะง่อนผาหินเล็กๆ กลายเป็นสิ่งดึงดูดใจนักเดินทางอย่างเราไว้ รู้ตัวอีกทีก็ถ่ายรูปไปหลายสิบรูปซะแล้ว

phr 6

     การเดินในเส้นทางศึกษาธรรมชาตินั้น เราสามารถเดินด้วยตัวเองได้เพราะมีป้ายบอกตลอดเส้นทาง แต่ถ้าหากอยากได้ความรู้ของพืชพรรณธรรมชาติ หรือแม้จะเป็นความรู้ทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่ ก็มีพี่ๆ ชาวบ้านบริการเป็นไกด์ท้องถิ่นพาเราเดินและให้ความรู้ รับรองว่าเดินไปแบบไม่มีเบื่อแน่นอน

phr 7

     อีกหนึ่งไฮไลค์ของภูหินร่องกล้า ก็คือจุดชมวิวผาชูธง และลานหินปุ่ม โดยผาชูธงนั้นในอดีตเคยเป็นจุดที่ พรรคคอมมิวนิสแห่งปรเทศไทยใช้เป็นจุดส่งสัญญาณ โดยใช้ธงเป็นสัญลักษณ์ ปัจจุบันกลายเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงามแห่งหนึ่งในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

phr 9

phr 10

     ลานหินปุ่ม มีลักษณะเป็นลานหินกว้าง แต่พื้นมีลักษณะหินเป็นปุ่มๆ ยื่นออกมา บนลานหินปุ่มหากมาช่วงเย็นเป็นจุดที่สามารถชมพระอาทิตย์ตกได้สวยงามมาก แต่ในช่วงกลางวันในวันชุ่มฉ่ำเช่นวันนี้ หมอกปกคลุมหน้าผาจนขาวโพลนมองไม่เห็นทิวทัศน์ใดๆ แต่ก็เป็นความสวยงามแบบเย็นฉ่ำ สวยไปอีกแบบนึงเหมือนกัน

phr 11

phr 12

     ช่วงฤดูฝนเช่นนี้ หลายคนอาจคิดว่าฝนตกเฉอะแฉะ แต่จริงๆ แล้วการได้ออกเดินทางในหน้าฝนเช่นนี้ทำให้เราได้เห็นธรรมชาติที่แสนสวยงาม เห็นต้นไม้เขียวขจี เห็นดอกไม้บานสะพรั่งพร้อมด้วยหยดน้ำแสนชุ่มชื้น เห็นสายหมอกที่ปกคลุมผืนป่า มันทำให้เราได้รู้ว่าเราโชคดีเหลือเกินที่ได้เกิดมาบนโลกที่สวยงามเกินจะบรรยายใบนี้ เชื่อเถอะว่าความสวยงามของธรรมชาติในหน้าฝน ช่วยให้เราหายเหงา และยังทำให้จิตใจเรากลับมาชุ่มฉ่ำอีกครั้ง...

phr 13

phr 14

ขอขอบคุณ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

( 0 Votes ) Add a comment
   

ขอนแก่น เมืองท่องเที่ยวที่มากกว่าทางผ่าน

0.openkk

    ขอนแก่นเมืองใหญ่อันดับ 5 ของประเทศ อีกทั้งเป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางบกและทางอากาศของภูมิภาคอีสาน ใครหลายๆ คนอาจมองว่าเป็นแค่เมืองทางผ่าน เพราะเป็นศูนย์กลางที่จะเดินทางต่อไปยังจังหวัดอื่นๆ แต่จริงๆ แล้วจังหวัดขอนแก่นกลับมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอย่างมากมาย รอคอยให้ผ่านเข้ามาสัมผัส

ไม่นานมานี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ ธนาคารกรุงเทพ สายการบินนกแอร์ และศูนย์การค้าเซ็นทรัลขอนแก่น จัดงาน “เทศกาลเที่ยวเมืองต้องห้าม...พลาดPLUS@ขอนแก่น” เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงและกระจายทุกภูมิภาคสู่พื้นที่ 12 จังหวัดต้องห้าม...พลาด มีการออกร้านขายแพ็คเกจท่องเที่ยว ที่พัก ตั๋วเครื่องบิน และสินค้าขึ้นชื่อจากภูมิภาคต่างๆ ซึ่งเป็นเทศกาลหมุนเวียน จัดมาแล้วที่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และระยอง และคราวนี้จัดที่ขอนแก่น เมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจอีกแห่งของอีสาน เป็นการจัดงานครั้งที่ 4 จากทั้งหมด 5 ครั้ง พร้อมกันนั้น ททท.ยังพาเราไปรู้จักที่เที่ยวในขอนแก่นอีกหลายแห่ง

1.ย้อนเวลาสู่ดินแดนสัตว์โลกล้านปีที่ “ศูนย์วิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง”
ศูนย์วิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูเวียง อำเภอเวียงเก่า เป็นสถานที่ค้นพบฟอสซิล “ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน” ซากไดโนเสาร์กินพืชตัวแรกที่พบในประเทศไทยและได้รับพระราชานุญาตให้อัญเชิญ พระนามาภิไธยของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ มาเป็นชื่อชนิด

1.1dino

ภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็น 2 ชั้น โดยชั้นแรกจัดแสดงการกำเนิดโลก สาเหตุการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ ซากฟอสซิสจำลองขนาดเท่าตัวจริง และเศษชิ้นส่วนกระดูกต่างๆ ที่พบในจังหวัดขอนแก่น สวนธรรมชาติจำลองซึ่งมีหุ่นยนต์ไดโนเสาร์ขยับได้ ชั้นสองเป็นแหล่งให้ความรู้เกี่ยวกับธรณีวิทยา ชนิดของหินแต่ละประเภท วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ขุดเจาะ รวมไปถึงเครื่องจำลองการเกิดแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิ เหมาะที่จะพาคุณหนูๆ มาท่องเที่ยวเพื่อเรียนรู้เป็นอย่างมาก ถ้ายังไม่จุใจแนะนำให้ไปต่อที่อุทยานแห่งชาติภูเวียงซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน มีหลุมขุดค้นฟอสซิลไดโนเสาร์ ให้เราได้ชมกระดูกไดโนเสาร์ของจริง ที่ถูกกลบฝังใต้แผ่นดินอีสานมานับล้านปีแล้ว

1.2dino

แม้ไดโนเสาร์จะสูญพันธ์ไปจากโลกนี้นานแสนนานแล้ว แต่เมื่อใดก็ตามที่เราจินตนาการย้อนกลับไปในสมัยที่มันมีชีวิตอยู่ในโลกล้านปีก็ยังรู้สึกตื่นเต้น ถ้ามีใครสักคนแอบตัดต่อพันธุกรรมมันไว้เหมือนในหนัง จูราสสิกปาร์ก แล้ววันหนึ่งมันลุกขึ้นมาผงาดบนแผ่นดินอีสาน ก็คงสนุกสนานวุ่นวายกันยกใหญ่เลยทีเดียว

1.3dino

2. ผจญภัยในโลกแมลงที่ “ฮังแมลงชุมแพ”
นั่งรถต่อมาสักนิดถึงอำเภอชุมแพ เพื่อสัมผัสวงจรวิถีชีวิตของแมลงที่ ฮังแมลงชุมแพ ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของศูนย์วิจัยกีฏวิทยาป่าไม้ที่ 2

2.1bug

แหล่งเรียนรู้ด้านแมลงป่าไม้แห่งเดียวในภาคอีสาน โดยมี 5 ส่วนจัดแสดงด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น สวนพืชอาหารหนอนที่รวบรวมพืชอาหารของหนอนผีเสื้อไว้มากมาย เช่น ต้นการเวก ต้นมะสังและต้นหัสคุณ

2.4bug

สวนผีเสื้อถุงทองซึ่งเราจะได้รู้ความลับว่า กว่าจะพัฒนาจากหนอนมาเป็นผีเสื้อที่แสนสวยเป็นอย่างไร แมลงแต่ละชนิดล้วนมีความมหัศจรรย์ต่างๆ กัน

2.2bug

อาคารนิทรรศการ หรือ อาคารผึ้ง โดยภายในจัดแสดงแมลงสตาฟที่มีในท้องถิ่นทั้ง ด้วง ผีเสื้อ ตั๊กแตน ด้านข้างคือฮังแมลงแหล่งเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ตัวอ่อนของแมลง หรือจะไปเดินโป่งผีเสื้อเทียมที่มีระยะทางกว่า 300 เมตรซึ่งเราสามารถพบผีเสื้อมากมายโดยเฉพาะในฤดูฝน อีกทั้งมีกิจกรรมปล่อยผีเสื้อที่เพาะเลี้ยงคืนสู่ธรรมชาติด้วย

2.3bug

3.ชมความน่าอัศจรรย์ของสิ่งมีชีวิตลึกลับอย่างค้างคาว ณ “ถ้ำค้างคาวภูผาม่าน”
ถ้ำแห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากอุทยานภูผาม่าน ในอำเภอภูผาม่าน มีความยาวถ้ำกว่าร้อยเมตร

3.1bat

เมื่อแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า เราจะได้เห็นค้างดาวแดงบินออกหาอาหารจากปากถ้ำนับล้านๆ ตัว เป็นขบวนยาวราวถึง 10 กิโลเมตรอย่างพร้อมเพรียง คล้ายกับเส้นถนนสีดำขนาดยักษ์บนท้องฟ้า กินเวลาราว 30 - 45 นาที ซึ่งหาดูไม่ได้ง่ายๆ ใครชื่นชอบความแปลกและตากล้องมือฉมังไม่ควรพลาดมาเก็บภาพบรรยากาศความทรงจำนี้

3.2bat

4. นมัสการมหาเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์แห่งสามโลก “วัดทุ่งเศรษฐี”
พักผ่อนสบายๆ ที่ขอนแก่นสักคืนแล้ว ก่อนเดินทางกลับแวะสักการะมหาเจดีย์รัตนะที่ วัดทุ่งเศรษฐี ในอำเภอภูผาม่าน

4.1richtemple

ด้วยสถาปัตยกรรมแบบร่วมสมัยที่นำเอาศิลปะวัฒนธรรมของต่างแดนมาผสมรวมกัน สร้างโดยหลวงตาอ๋อย หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “หลวงตาย่ามแดง” ซึ่งท่านได้มีญาณเห็นว่าสถานที่แห่งนี้เป็นจุดที่สามโลกธาตุ คือสวรรค์ แดนมนุษย์และบาดาล มาบรรจบกัน จึงได้สร้างเจดีย์รัตนะหรือมหารัตนเจดีย์ศรีไตรโลกธาตุ โดยประกอบไปด้วย เจดีย์จุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และนาคเจดีย์ในนาคพิภพ (บาดาล)

4.2richtemple

ใครที่ได้มาสักการะบูชามหารัตนเจดีย์แห่งนี้ก็เหมือนได้กราบไหว้บูชามหาเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 3 แห่ง ในสามโลกธาตุพร้อมกัน และยังเป็นแหล่งเรียนรู้ที่แฝงแนวคิดเรื่องภพภูมิไว้อย่างแยบยล เพื่อเตือนสติให้เราปฏิบัติแต่กรรมดี

4.3richtemple

ที่เที่ยวดังที่กล่าวมานี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งจากแหล่งท่องเที่ยวอีกนับไม่ถ้วนภายในจังหวัดขอนแก่น ที่ทำให้เราได้รู้ว่ามหานครที่เป็นดั่งศูนย์กลางของภาคอีสานนั้น ยังคงมีสถานที่ท่องเที่ยวให้เราได้สนุก ตื่นเต้น ซุกซ่อนอยู่อีกเพียบ ทั้งความสวยงามของธรรมชาติ น้ำตก แหล่งอารยธรรมและสถาปัตยกรรมซึ่งมีความหลากหลายของเชื้อชาติที่เห็นได้ในวัดต่างๆ เพราะขอนแก่นไม่ได้เป็นเพียงแค่เมืองทางผ่านอย่างที่ใครเข้าใจ

ขอขอบคุณ งานสื่อมวลชนสัมพันธ์ในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
ติดต่อสอบถาม
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานขอนแก่น
โทร 04 – 322 -7714 – 5
ศูนย์วิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง
ตำบลในเมือง อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น
เปิด 9.00 น. – 17.00 น. วันอังคาร – วันอาทิตย์ หยุดวันจันทร์ (ยกเว้นวันจันทร์นักขัตกฤษ์)
โทร 04 – 343 – 8204
www.dmr.go.th
ฮังแมลงชุมแพ
ศูนย์วิจัยกีฏวิทยาป่าไม้ที่ 2 อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น
โทร 083 – 355 -5454 – 5
www.dnp.go.th
ถ้ำค้างคาวภูผาม่าน
ตำบลภูผาม่าน อำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น
วัดทุ่งเศรษฐี
ตำบลพระลับ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
โทร 080 – 184 – 2827
อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน
ตำบลนาหนองทุ่ม อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น
โทร 0 – 4321 – 0163

( 0 Votes ) Add a comment
   

นครสวรรค์ ตะลุย 8 จุดเที่ยววิถีธรรม สัมผัสวิถีชุมชน

11tripnakhonsawan

      ตะบึงรถมานครสวรรค์ หรือ เมืองสี่แคว ทีไร หลายคนมักขับผ่านเลยไปเพราะมองว่าเป็นเพียงทางผ่าน ทั้งที่จริงแล้ว นครสวรรค์คือเมืองที่แต่งแต้มด้วยสีสันวิถีชีวิตผู้คนหลากหลาย เพราะเป็นจุดบรรจบของแม่น้ำสี่สายที่กลายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา และยังเป็นเมืองเก่า จึงเต็มไปด้วยเรื่องราวที่มีมนต์เสน่ห์น่าค้นหา

ทริปนี้เราอยากพาคุณไปรู้จัก “นครสวรรค์” ให้มากขึ้น ตั้งแต่ย้อนรอยเมืองโบราณจันเสนที่เปรียบได้กับคลังความรู้สุดล้ำค่าของชุมชน ชมความงดงามของวัดพรหมนิมิตรที่สร้างจากขวดแก้วสีเขียวนับหมื่นๆ ขวด! เที่ยววัดหนองโพหรือวัดหลวงพ่อเดิม ที่มีดีกว่าที่คิด โดยเฉพาะชีวประวัติของหลวงพ่อผู้เปี่ยมล้นไปด้วยเมตตา จากเที่ยววิถีธรรม เปลี่ยนมาสัมผัสวิถีชุมชนกันต่อ ด้วยการล่องเรือชมความงามของบึงบอระเพ็ด เดินรับลมยามบ่ายคล้อยที่สะพานแขวน แวะปั้นโมจิเป็นของฝากคนทางบ้านที่ร้านสุวรรณโมจิ ปิดท้ายยามเย็นด้วยการเข้าไปร่วมงานตักบาตรเทียนโพธิ์ที่ทำให้อิ่มบุญกันไปถ้วนหน้าเลยทีเดียว จะเที่ยวกับเพื่อนก็ได้ เที่ยวกับแฟนก็ดี หรือจะมาเป็นแก๊งหญิงล้วนแบบ Lady Journey ก็ยังปลอดภัย ยิ่งในตอนนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มีโครงการ "ผู้หญิงท่อง...เที่ยวไทย" อยากชวนบรรดาผู้หญิงๆ ออกเดินทางสัมผัสความสวยงามของประเทศไทย ....เส้นทางเส้นนี้อยู่ไม่ไกล เดินทางไม่ลำบาก แถมมีกิจกรรมให้ทำเพียบ ถ่ายรูปกันได้เพลินๆ ก็น่าจะเป็นอีกเส้นทางที่เหมาะกับนักเดินทางผู้หญิง...รับรองว่าการเดินทางจบลง คุณจะมองนครสวรรค์ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

1.ย้อนเวลาที่พิพิธภัณฑ์จันเสน อ. ตาคลี
เปิดทริปกันที่อำเภอตาคลี ด้วยการย้อนไปชมอดีตของเมืองนครสวรรค์ผ่านเมืองโบราณจันเสน ชุมชนสมัยทวารวดีตอนต้นที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา อายุกว่า 1500 ปี มีการขุดค้นพบโบราณวัตถุจำนวนมาก เช่น โครงกระดูกมนุษย์ ตราประทับ และเครื่องประดับยุคโบราณ วัตถุโบราณที่ทำจากดินเผา เช่น พระพิมพ์ ตุ๊กตา ตะเกียง หรือวัตถุที่ทำด้วยหิน เช่น ฐานบัว ธรรมจักร ขวานหิน เป็นต้น

1.1tripnakhonsawan

หลักฐานทางโบราณคดีดังกล่าวยืนยันถึงประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน สะท้อนให้เห็นถึงรากฐานของความเจริญรุ่งเรืองในอดีต สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในท้องถิ่น นำไปสู่การก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นจันเสนของคนในชุมชน เพื่อช่วยกันเก็บรักษาของโบราณที่สำคัญ และบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ เหล่านี้ให้คนทั่วไป พิพิธภัณฑ์จันเสน อยู่ในวัดจันเสน เริ่มก่อสร้างโดยพระครูนิสัยจริยคุณ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อโอด มีดำริให้สร้างพระมหาธาตุเจดีย์ศรีจันเสนขึ้นเพื่อให้เป็นศูนย์กลางชุมชน ตัวเจดีย์มีรูปแบบสถาปัตยกรรมยุคทวารวดี ใช้พื้นที่ฐานด้านล่างเป็นพิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าเรื่องราวของจันเสนในอดีต ภายในพิพิธภัณฑ์มียุวมัคคุเทศน์จากโรงเรียนในชุมชนได้ผ่านการอบรมจากคุณครูให้เป็นผู้นำชมพิพิธภัณฑ์ นับเป็นจุดเด่นของการนำชมที่น่ารักไม่เบา

1.2tripnakhonsawan

มาวัดจันเสนในช่วงเดือนพฤษภาคม - กรกฎาคม จะได้อิ่มอร่อยลูกจันที่ออกผลมาแค่ปีละครั้ง โดยเฉพาะข้าวเหนียวกะทิลูกจัน ที่นำเอาลูกจันมาทำขนมหวานเนื่องจากที่นี่มีต้นจันอยู่เยอะมาก และจากชื่อที่เหมือนกันกับชื่อเมืองจันเสนจึงนำมาทำเป็นของกินยามว่างของชุมชน นักท่องเที่ยวอย่างเราก็ไม่ควรพลาด

1.3tripnakhonsawan

2.ชมอุโบสถขวดเบียร์หนึ่งเดียวในประเทศไทย อ. ตาคลี
วัดพรหมนิมิต หรือ วัดหลังเขาโบสถ์ มีจุดอันซีน คือ พระอุโบสถที่สร้างด้วยขวดเบียร์สีเขียว ใช้ขวดทั้งหมดจำนวน 50,000 ขวด มาสร้างเป็นพระอุโบสถ์ ซึ่งขวดสีเขียวเหล่านั้นได้มาจากการประกาศหาโดยเจ้าอาวาสวัด คือ หลวงพ่อบัวเผื่อน ซึ่งแม้หลวงพ่อจะมรณภาพไปแล้ว 13 ปี แต่สรีระสังขารก็ไม่ได้เน่าเปื่อย เพื่อให้โบสถที่สร้างนั้นมีความแตกต่างจากที่อื่น คนในชุมชนจึงร่วมกันหามาบริจาคตามจิตศรัทธา เมื่อขวดสีเขียวกระทบแสงแดดก็ดูสวยแปลกตา

2.1tripnakhonsawan

3.แวะฟังเรื่องราวของหลวงพ่อเดิมที่วัดหนองโพ อ. ตาคลี
วัดหนองโพ มีหลวงพ่อเดิม พุทฺธสโร (พระครูนิวาสธรรมขันธ์) เป็นเจ้าอาวาส องค์ที่ 5 ท่านเกิดวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2403 และมรณภาพวันที่ 22 พฤษภาคม 2494 มีชีวิตยาวนานถึง 4 แผ่นดินคือ ตั้งแต่รัชกาลที่ 4 - รัชกาลที่ 9 หลวงพ่อเดิมเป็นพระสงฆ์ที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรม และมุ่งปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด ทำให้ท่านเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวหนองโพ ศิษย์ยานุศิษย์จึงได้สร้างพิพิธภัณฑ์หลวงพ่อเดิม ตั้งอยู่บริเวณฐานองค์พระมหาธาตุเจดีย์นิวาสธรรมขันธ์ กิตติคุณัปปกาสินี และจัดแสดงนิทรรศการถาวร เกี่ยวกับหลวงพ่อเดิม และเรื่องราวในท้องถิ่นบ้านหนองโพ 

3.1tripnakhonsawan

พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อเดิม แบ่งออกเป็น 4 องค์ ได้แก่ มาตุภูมิบ้านหนองโพ จัดแสดงโบราณวัตถุที่ขุดพบใน ต.หนองโพ และวิถีการดำรงชีวิตของชาวบ้านหนองโพ ห้องพุทฺธสโร หลวงพ่อเดิม จัดแสดงอัตถชีวประวัติ วัตรปฏิบัติ และบารมีของหลวงพ่อเดิมในด้านต่าง ๆ ห้องเพิ่มพูนศรัทธา จัดแสดงเรื่องราวความศรัทธาของชาวบ้านหนองโพที่มีต่อหลวงพ่อเดิม และห้องกถาคัมภีร์ จัดแสดงคัมภีร์ต่าง ๆ เช่น ไสยเวทยันต์ ยารักษาโรค ตำราเรียน วรรณคดี พิธีกรรม ฯลฯ

3.2tripnakhonsawan

ที่น่าสนใจคือชื่อวัดหนองโพ มัคคุเทศน์ท้องถิ่นเล่าว่า คำว่า โพ (ไม่มี ธิ์) ที่เป็นชื่อวัด หมายถึง ต้นโพ ซึ่งเป็นชื่นต้นไม้ชนิดหนึ่ง ต่างกับ ต้นโพธิ์ ซึ่งหมายถึงต้นไม้อะไรก็ตามที่พระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ทรงประทับเมื่อตรัสรู้

3.3tripnakhonsawan

4.ทักทายเจ้าด่างเกยไชย อ. ชุมแสง
วัดเกยไชยเหนือ เป็นวัดเก่าแก่ที่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยสุโขทัย ประมาณปี 1890 - 1981 ปรากฏหลักฐานสำคัญ คือ พระบรมธาตุเจดีย์ทรงระฆังคว่ำแบบลังกา ฐานแปดเหลี่ยม ภายในบรรจุพระสารีริกธาตุของพระองคุลีมาล ซึ่งเชื่อว่าพระบรมธาตุเจดีย์แห่งนี้มีความสัมพันธ์กับการสร้างวัดโพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ในรัชสมัยสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือ สมเด็จพระเจ้าเสือ (เดื่อ) กษัตริย์กรุงศรีอยุธยา ข้างๆ พระบรมธาตุเจดีย์เป็นจุดนัดพบของแม่น้ำยม - น่าน ถ้ามาในช่วงฤดูหนาวจะมองเห็นสีน้ำตัดกัน 2 สี ชัดเจนกว่านี้ อย่าลืมมาถ่ายรูปเช็คอินกันนะ

4.1tripnakhonsawan

เดินไปอีกหน่อยจะพบกับรูปปั้น เจ้าด่างเกยไชย จระเข้ที่มีตำนานเรื่องเล่าว่าเคยอาศัยอยู่ที่วัดแห่งนี้ มีนิสัยดุร้าย ลำตัวใหญ่ยาวสามารถนอนขวางจุดที่แม่น้ำยม - น่านไหลมาบรรจบกันได้

4.2tripnakhonsawan

5.เดินชมย่านเก่าที่สะพานหิรัญนฤมิต อ. ชุมแสง
เที่ยวแบบ Slow Life ชมความสวยงามของวิถีชีวิตผู้คนที่อาศัยอยู่ริมน้ำ ณ ย่านเก่าชุมแสง ชื่อของสะพานแห่งนี้แปลว่าสะพานที่สำเร็จได้ด้วยสตางค์

5.1tripnakhonsawan

เดินมาตามสะพานแขวนที่ทอดข้ามลำน้ำน่าน เชิงสะพานด้านทิศตะวันตกเป็นลานอเนกประสงค์ มีเวทีให้เต้นแอโรบิกและทำกิจกรรมต่างๆ ของชุมชน เดินต่อไปอีกนิดทางซ้ายมือจะพบอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อยู่ตรงข้ามกับตลาด แวะสักการะขอพรกันได้นะ และไม่ไกลกันมากมีศาลเจ้าพ่อ-เจ้าแม่ชุมแสง ซึ่งถือเป็นที่พึ่งทางใจของชุมชนแห่งนี้ 

5.2tripnakhonsawan

6.ล่องเรือชมบัว และส่องนกที่ บึงบอระเพ็ด อ. เมืองนครสวรรค์
บึงทะเลสาบน้ำจืดที่มีความสวยงาม และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3 อำเภอ คือ อำเภอเมืองนครสวรรค์ อำเภอท่าตะโก และอำเภอชุมแสง ที่นี่มีกิจกรรมสำหรับคนชอบล่องเรือไปชมนกนานาชนิด ถ้ามาในช่วงฤดูหนาวจะดีหน่อยเนื่องจากมีนกอพยพมาจากพื้นที่อื่นจำนวนมาก นอกจากนกแล้วยังมีบัวหลวงอีกนับไม่ถ้วน แต่ที่มากจริงๆ คงเป็นใบบัว เนื่องจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบบึงบอระเพ็ดพากันมาเก็บดอกบัวหลวงไปขายตั้งแต่ตี 2 แล้ว ความสวยก็ยังมีอีกมุมหนึ่งคือ บัวแดง ที่พากันออกดอกรับแดดเช้ากันถ้วนหน้า และระหว่างนั่งเรืออยู่ก็มองไปเห็นเจ้าตัวเงินตัวทองมานอนพาดตัวบนกิ่งไม้ใหญ่ สงสัยคงจะมานอนรับลมเช้า ดูสิหลับสบายเลย

6.1tripnakhonsawan

เราแวะเข้ามาที่อาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืด นี่เป็นอีกจุดที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาบึงบอระเพ็ด อาคารเป็นทรงเรือกระแชง หรือ Interactive Aquarium แห่งเดียวในประเทศไทย มีตู้แสดงพันธุ์ปลานานาชนิด ช่วงที่สนุกคือตอนเดินลอดอุโมงค์มาดูปลาซึ่งเหมือนเราอยู่ใต้น้ำจริงๆ อย่าลืมมาถ่ายภาพปลากระเบนตัวใหญ่ยักษ์ ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลยนะ

6.2tripnakhonsawan

7.ปั้นโมจิกันให้สบายใจ อ. เมืองนครสวรรค์
ร้านจันทร์สุวรรณโมจิ เป็นร้านโมจิที่มีชื่อเสียงอีกแห่งในจังหวัดนครสวรรค์ ร้านโมจิแห่งนี้มีความพิเศษที่ไม่ใช้สารกันบูด ผลิตกันวันต่อวัน ขนมจึงสดใหม่ สะอาดปลอดภัย ที่สำคัญคือใช้คนในการปั้นโมจิด้วยความพิถีพิถัน 

7.1tripnakhonsawan

พิเศษกว่านั้นคือเปิดให้เรามาทดลองปั้นโมจิด้วยตนเองได้ด้วย มีพนักงานโต๊ะละ 2 คน ช่วยอธิบายอย่างเข้าใจง่ายและเป็นกันเองกับลูกค้า ปั้นได้ 20 ลูก ใช้เวลาไม่นานก็ได้ของฝากหน้าตาดีเกินคาด นำไปฝากคนที่บ้านก็ต่างประทับใจ

7.2tripnakhonsawan

8.ร่วมงานตักบาตรเทียนโพธิ์มหามงคล อ. พยุหะคีรี
เรามาในช่วงวันเข้าพรรษาพอดี จึงขอปิดท้ายการเที่ยวนครสวรรค์ที่วัดเขาไม้เดน หรือโบราณสถานเขาไม้เดน กับงานตักบาตรเทียนโพธิ์มหามงคลพระสงฆ์จำนวน 89 รูป ซึ่งเป็นการตักบาตรด้วยเทียนรูปใบโพธิ์ โดยมีพระมาเดินบิณฑบาตรนำขึ้นไปบนยอดเขาไม้เดนเพื่อใช้ในการหล่อเทียนพรรษาจำนวน 9 ต้น

8.1tripnakhonsawan

งานตักบาตรจะจัดตอนเย็นของวันอาสาฬหบูชาในช่วงเข้าพรรษาของทุกปี ในงานเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากทั่วทุกสารทิศ ไม่ว่าจะเป็นคนทั่วไป นักท่องเที่ยว และสื่อมวลชน แม้ในช่วงเย็นจะมีฝนโปรยลงมาให้ชุ่มช่ำกันบ้าง แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคกับบรรดาผู้คนที่มาด้วยจิตศรัทธาอันแรงกล้า งานตักบาตรจึงดำเนินต่อไปจนเสร็จสิ้น อิ่มทั้งบุญและได้รับความสุขใจกันถ้วนหน้าเลยละ

 8.2tripnakhonsawan

ขอขอบคุณ : กองตลาดภาคเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

( 0 Votes ) Add a comment
   

สนุก..เรียนรู้..การทำโคมไฟ บ้านม่วงตึ๊ด

komfainan12

ถ้าเอ่ยถึง “บ้านม่วงตึ๊ด” หลายคนอาจไม่รู้จักว่าอยู่แห่งหนตำบลใด แต่ถ้าพูดถึง “พระธาตุแช่แห้ง” เชื่อว่าหลายคนต้องร้องอ๋อ!!!

komfainan4

komfainan6

บ้านม่วงตึ๊ด เป็นชุมชนริมวัดพระธาตุแช่แห้ง ซึ่งเป็นวัดสำคัญแห่งหนึ่งในจังหวัดน่าน และเป็นวัดพระธาตุประจำปีเถอะ ที่คนเกิดปีเถอะจะแห่แหนมาสักการะขอพรกันทุกปี ซึ่งชุมชนบ้านม่วงตึ๊ดก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2286 โดยขุนศรี สมศักดิ์และขุนแสนชัยชนะ มณเฑียร เดิมบ้านม่วงตึ๊ดตั้งอยู่ที่บ้านดอนร้องแหด ริมหนองน้ำครกซึ่งมีแม่น้ำน่านไหลผ่าน ต่อมาเกิดการกัดเซาะของแม่น้ำน่าน จึงได้ย้ายมาตั้งที่ใหม่ ว่ากันว่าชื่อบ้านม่วงตึ๊ด มาจากที่ตั้งของชุมชนอยู่บนลำน้ำน่าน ต่อมาเกิดตลิ่งพังจนถึงต้นมะม่วง จึงเรียกบริเวณนี้ว่า “ม่วงตึ๊ด” ซึ่งหมายถึงบริเวณที่ตลิ่งพังจนถึงต้นมะม่วงที่กั้นไว้ และอีกความหมายก็คือคำว่า “ตึ๊ด” หมายถึงป่าละเมาะที่เป็นป่าทึบ

komfainan1

komfainan10

ซึ่งในทุกเทศกาลงานประเพณี ชาวบ้านจะนิยมนำโคมในรูปแบบต่างๆ มาประดับตกแต่งที่วัด และใช้เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องไทยทานเพื่อถวายแด่พระพุทธและพระสงฆ์ ซึ่งที่บ้านม่วงตึ๊ดยังคงอนุรักษ์การประดิษฐ์โคมไฟและเปิดบ้านเป็นศูนย์เรียนรู้การทำโคมสำหรับนักท่องเที่ยว

komfainan5

komfainan3

โดยคุณถิรนันท์ โดยดี หัวหน้ากลุ่มโคมคำบ้านม่วงตึ๊ดจะคอยต้อนรับ และให้ความรู้ตั้งแต่ประวัติความเป็นมาและความสำคัญของ “โคมมะเต้า” โคมเอกลักษณ์ของชุมชน จากนั้นนักท่องเที่ยวก็ลงมือทำโคมด้วยตัวเองตั้งแต่การเหลาไม้ไผ่ ขึ้นรูปโคม ตัดแปะกระดาษสาเพื่อให้โคมสมบูรณ์ และประดับตกแต่งกระดาษสีทองเพิ่มความสวยงาม แต่ละขั้นตอนต้องอาศัยสมาธิและความประณีต ซึ่งจะมีพ่ออุ๊ยแม่อุ๊ยคอยให้คำแนะนำทุกขั้นตอน และเมื่อโคมไฟเสร็จเรียบร้อยก็สามารถนำโคมกลับไปเป็นที่ระลึกหรืออาจถวายแด่พระสงฆ์หรือถวายให้กับพระธาตุประจำเมืองน่านก็ได้

komfainan2

komfainan8

komfainan11

ติดต่อสอบถาม
คุณถิรนันท์ โดยดี กลุ่มโคมคำบ้านม่วงตึ๊ด
โทร. 08-9854-0387

( 0 Votes ) Add a comment
   

หน้า 1 จาก 63