NaiRobRoo.com | เมืองไทยน่าเที่ยว

4 สไตล์การเที่ยวในที่เดียว ณ ดอยตุง

ดอยตุง ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาอันสลับซับซ้อนของจังหวัดเชียงราย คงเป็นจุดหมายในฝันของใครๆ บนดอยตุงมีกิจกรรมท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ ทั้งชมวิวสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทยที่พระตำหนักดอยตุง-บ้านสมเด็จย่า ชมดอกไม้ที่บานได้ทั้ง 3 ฤดูที่สวนแม่ฟ้าหลวง สร้างแรงบันดาลใจจากพระราชกรณียกิจของ 5 พระมหากษัตริย์ไทยได้ที่หอแห่งแรงบันดาลใจ และพบกิจกรรมใหม่สุดหวาดเสียว Tree Top Walk Way ที่คุณจะพลาดไม่ได้

cover_cr

O พระตำหนักดอยตุง

เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาดอยตุง ตั้งอยู่บนสันเขาเทือกดอยนางนอน ระดับความสูงประมาณ 1,200 เมตร จากระดับน้ำทะเล จากดอยตุงเราสามารถมองเห็นทิวเขาสลับซับซ้อน คล้ายทิวทัศน์ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีไม้ดอกไม้ประดับที่ผลิดอกสวยงามตลอดทั้งปี พระตำหนักดอยตุงเริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2530 เมื่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า มีพระชนมายุ 88 พรรษา

doitung1

doitung2

โดยก่อนหน้านั้นมีพระราชกระแสรับสั่งว่าหลังพระชนมายุ 90 พรรษาจะไม่เสด็จไปประทับที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สำนักราชเลขานุการในพระองค์จึงได้เลือกสร้างที่ประทับขึ้นที่ดอยตุงซึ่งมีทิวทัศน์สวยงาม เมื่อสมเด็จย่าทอดพระเนตรพื้นที่เมื่อต้นปี 2530 ก็ทรงพอพระราชหฤทัยและมีพระราชดำริจะสร้าง “บ้านที่ดอยตุง”

doitung3

doitung4

พร้อมกันนี้ยังมีพระราชกระแสรับสั่งว่าจะ “ปลูกป่าบนดอยตุง” เป็นจุดกำเนิดของโครงการพัฒนาดอยตุง พระตำหนักดอยตุงยังเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเยี่ยมชม แม้พระองค์สวรรคตไปเนิ่นนานแล้ว แต่ดอยตุงก็ยังคงสดใสและมอบความสุขใจให้แก่ผู้มาเยือนจนถึงทุกวันนี้


O สวนแม่ฟ้าหลวง

มีพื้นที่ทั้งหมด 29 ไร่ เป็นสวนดอกไม้เมืองหนาวในหุบเขา มีการปลูกดอกไม้ หมุนเวียนสลับให้ออกดอกไม่ซ้ำกันตลอดสามฤดู ภายในสวนแบ่งออกเป็น 3 โซน คือ - สวนห่มนาง ตกแต่งด้วยดอกไม้เมืองหนาวทั้งหมด จะออกดอกบานสะพรั่งราวปลายเดือนตุลาคม ถึงเดือน เมษายน

garden3

garden1

garden2

garden4

garden5

 ลานประติมากรรมชื่อ “ความต่อเนื่อง” เป็นรูปเด็กยืนต่อตัวที่กลางสวนมีที่มาจากพระราชดำริของสมเด็จย่าเรื่องการทำงานให้สำเร็จต้องมีความต่อเนื่อง จึงจะประสบผลสำเร็จ - สวนหินและน้ำพุ ประดับด้วยหินภูเขาเกลี้ยงขนาดใหญ่ สวนน้ำอุดมด้วยไม้น้ำ เช่น บัวพันธุ์ต่าง ๆ และสวนปาล์ม ที่รวบรวมปาล์มสายพันธุ์ต่าง ๆ ไว้มากมาย


O หอแห่งแรงบันดาลใจ เป็นที่จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชจริยวัตร ปรัชญา หลักการทรงงาน และพระวิริยะอุตสาหะ ของราชสกุลมหิดล อันประกอบด้วย สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่มุ่งพัฒนาความเป็นอยู่ของคนไทย โดยหวังให้ผู้เข้าชมได้เกิดแรงบันดาลใจ ยึดมั่นในความดี คิดดี ประพฤติปฏิบัติดี

hor1

hor2

hor3


O Tree top walk way

เป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่เพิ่งเปิดได้ไม่นานมานี้ ตั้งอยู่ในสวนแม่ฟ้าหลวง เป็นกิจกรรมที่น่าหวาดเสียวสักหน่อย แต่เรียกได้ว่าคุ้มจริงๆ เพราะเราจะสามารถเข้าใกล้ธรรมชาติได้อย่างสุดๆ สัมผัสบรรยากาศความสดชื่นปนความเย็นนิดหน่อย

tree1

tree2

tree3 tree4

เพราะที่นี่เป็นสะพานไม้ยาวกว่า 295 เมตร สูงประมาณ 30 เมตรจากพื้นดิน สำหรับใครที่กลัวความสูงก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะที่นี่เค้ามีอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยที่แน่นหนา แถมยังมีเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่อย่างใกล้ชิดด้วย รับรองว่าไม่ตกลงไปเฝ้าป่าแถวนี้อย่างแน่นอน


ขอของคุณ: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย



( 0 Votes ) Add a comment
   

The Blooms Orchid Park สวนสวรรค์ของคนรักกล้วยไม้ช้าง

ช้าง ช้าง ช้าง ช้าง น้องเคยเห็นช้างรึเปล่า..... ประเทศไทยเป็นประเทศที่ใช้ช้างเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ หลายๆ คนอาจจะรู้จักช้างที่มีรูปร่างที่ใหญ่โต แต่ใครจะรู้ว่ามีต้นไม้ที่ได้ชื่อว่าเป็นช้างอีกเหมือนกัน

or_cover

นั่นคือ “กล้วยไม้ช้าง” กล้วยไม้ช้างจะเป็นอย่างไร จะเหมือนจะคล้ายกับช้างที่เป็นสัตว์มากน้อยเพียงใด ขอชวนลองไปพิสูจน์กันที่.... “The Blooms Orchid Park” อุทยานกล้วยไม้ที่ได้รับการกล่าวขานว่ามีกล้วยไม้ช้างที่สวยและสมบูรณ์ที่สุดอีกแห่งหนึ่ง The Blooms Orchid Park เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ไม่ควรพลาดอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดราชบุรี โดยจัดตั้งขึ้นเพราะแรงบันดาลใจที่ต้องการให้ทุกท่านได้ใกล้ชิดและสัมผัสกับธรรมชาติ ต้นไม้ สายน้ำ และกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกกล้วยไม้ บนเนื้อที่กว่า 100 ไร่ ณ อ.บางแพ

or2

or6

The Blooms Orchid Park จะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 โซน โซนแรกคือโซนป่าซึ่งจะรวบร่วมพันธุ์กล้วยไม้อยู่หลากหลายชนิด เช่น กล้วยไม้สกุลแวนด้า กล้วยไม้สกุลหวาย กล้วยไม้สกุลช้าง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีพันธุ์ไม้ยืนต้นหายากอาทิเช่น ต้นพะยูง พะยอม มะหาด สารภี เป็นต้น ภายในสวนป่ายังมีน้ำตกจำลองและลำธารที่ค่อยให้บรรยากาศของป่าที่มีความเย็นชุ่มฉ่ำ ในบรรดากล้วยไม้หลายสกุลในอุทยานแห่งนี้ กล้วยไม้ช้างถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ ซึ่งจะออกดอกอวดโฉมเพียงแค่ปีล่ะครั้งเท่านั้น โดยกล้วยไม้ช้างมีลักษณะรูปร่างที่ใหญ่โตกว่ากล้วยไม้ชนิดอื่นในสกุลเดียวกัน ดอกจะมีกลิ่นหอมฉุน ออกดอกประมาณเดือน ธันวาคม – กุมภาพันธ์ ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม ดอกของต้นกล้วยไม้ช้างจะบานทนได้ประมาณ 2 – 3 สัปดาห์เท่านั้น เหตุที่กล้วยไม้ช้างได้ชื่อว่าเป็น ช้าง อาจมาได้จาก 2 กรณี คือ ลักษณะที่มี ลำต้น ใบ ราก ช่อดอก และดอกที่ใหญ่กว่ากล้วยไม้ชนิดอื่น

or1

or3

อีกหนึ่งกรณีอาจเป็นเพราะดอกตูมของกล้วยไม้ชนิดนี้มีรูปร่างคล้ายช้าง และมีเดือยดอกคล้ายกับงวงช้าง กล้วยไม้ช้างมีถิ่นกำเนิดในประเทศพม่า ทางตอนใต้ของจีน อินโดนีเซีย และหมู่เกาะทะเลจีนใต้ ในประเทศไทยพบมากแถบภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนเหนือของภาคกลาง ภาคตะวันออก พบกระจายทั่วไปในป่าที่มีความสูงประมาณ 260 – 350 เมตรจากระดับน้ำทะเล

or5

or7_1

The Blooms Orchid Park จะมีเทศกาลสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้นก็คือ “เทศกาลชมช้าง” ไฮไลท์ที่สำคัญของเทศกาลนี้ก็คือการได้รับชมกล้วยไม้ช้าง ซึ่งเป็นกล้วยไม้ที่ทุกคนเฝ้ารอคอยเพราะจะออกดอกอวดโฉมให้ได้รับชมแค่เพียงปีล่ะครั้งเท่านั้น ในช่วงนี้จะมีดอกให้ชมกันอย่างจุใจ สำหรับเทศกาลชมช้างมีตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2560 ต่อเนื่องไปประมาณ 3 สัปดาห์

นอกจากในส่วนของโซนป่าแล้ว The Blooms Orchid Park ยังมีอีก 2 โซนที่ค่อยต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน The Blooms Orchid Park โซนแรกก็คือโซนสวนจัดแต่งที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา จะสาธิตวิธีการปลูกกล้วยไม้ โชว์การตัดแต่งดอกกล้วยไม้ นักท่องเที่ยวสามารถมาถ่ายรูปสวยๆ อวดเพื่อนๆ กันได้ และโซนกิจกรรมภายใน ซึ่งจะมีการนำชมแปลงนาสาธิต มีฝูงแกะจำนวนมากที่รอคอยให้ไปให้อาหาร ในโซนนี้ยังมีเครื่องเล่นสำหรับเด็กอีกด้วย บริเวณทางออกยังมีร้านของฝากที่มีกล้วยไม้สวยๆ ให้เลือกซื้อกลับไปปลูกได้ โดยเฉพาะกล้วยไม้พันธุ์หายากสีสันสวยงามที่ปลูกอยู่ในขวดแก้ว

or10

or11

or9

or8

นอกจากนี้ The Blooms Orchid Park ยังมีลานจอดรถที่สามารถรองรับรถจำนวนมาก โดยไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีที่จอดรถช่วงหน้าเทศกาล คงจะดีไม่น้อยถ้าสำกครั้งหนึ่งเราได้ไปสัมผัสธรรมชาติที่ยังคงสมบูรณ์ ณ The Blooms Orchid Park

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 >>>vเวลาเปิดทำการ : จันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00-17.00 น. เสาร์ – อาทิตย์ และ วันหยุดนักขัดตฤกษ์ เวลา 08.30 – 17.30 น. อัตราค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 80 บาท , เด็ก 40 บาท * อัตราค่าเข้าชมสำหรับหมู่คณะกรุณาติดต่อ 08-6111-0084  08-6111-0084 , 087111-4436

>>> http://www.thebloomsorchidpark.com/ e-mail : อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน Facebook : The Blooms Orchid Park การเดินทางไปยัง The Blooms Orchid Park

>>> จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางถนนสายเพชรเกษม ผ่านจังหวัดนครปฐม ผ่านสหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี ข้ามสีแยกบางแพ ถึงหลัก กม.ที่ 84+380 ม. แล้วเลี้ยวซ้ายเลียบคลองชลประทาน ประมาณ 4 กม. The Blooms Orchid Park จะอยู่ทางด้านขวามือ.


( 0 Votes ) Add a comment
   

ชมดอกคอสมอสบาน ชิมเมลอนหวานๆ ใกล้กรุงฯ ที่จ.สระบุรี

สุดสัปดาห์นี้ใครยังไม่รู้จะไปเที่ยวไหน “นายรอบรู้” ขอแนะนำที่เที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ในจังหวัดสระบุรี ที่รอให้คุณไปเรียนรู้การเกษตรแบบครบวงจรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ชมสวนเมล่อน ทุ่งดอกคอสมอสที่สวยงาม ช็อปผักปลอดสารพิษและต้นกล้าพืชพันธุ์ต่างๆ มากมายกลับบ้าน

cover_pt

บนเนื้อที่จำนวน 20 ไร่ ณ บ้านวังงูเห่า ต.พระยาทด อ.เสาไห้ จ.สระบุรี ช่วงเดือนมกราคมนี้ทุ่งคอสมอสกำลังบานอย่างสวยงาม เมล่อนจะสุกและหวานกำลังดี - ไม่มาไม่ได้แล้วนะ! ภายในพื้นที่มีโรงเรือนเมล่อนพันธุ์ต่างๆ ให้ได้ชมและชิม มีแปลงพืชผักสวนครัวปลอดสารพิษ และพืชพันธุ์ต่างๆ จำหน่าย เช่น กล้วยปากช่อง 50 สตรอว์เบอร์รี่พันธุ์พระราชทาน 80 ดอกกุหลาบ เป็นต้น รวมทั้งมีทุ่งดอกไม้หลายสายพันธุ์สร้างสีสันที่สวยงาม เช่น ดาวกระจายฝรั่งเศสหรือดอกคอสมอส ดอกทานตะวัน และดอกปอเทือง อีก

pt2

pt3

pt4

ทั้งยังมีตลาดเล็กๆ เป็นพื้นที่ให้ชาวบ้านในละแวกนั้นได้นำพืชผลของตนเองมาวางจำหน่ายโดยไม่เสียค่าเช่าด้วย ที่เที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่นี้เป็นของ คุณสำราญ หน่อนาคำ แต่เดิมมี 5 ไร่ ต่อมาเริ่มทำธุรกิจโดยการปลูกพืช ปลูกดอกไม้ และเพาะต้นกล้า จนพัฒนาขึ้นเป็นแหล่งเรียนรู้ระดับหมู่บ้าน จากนั้นขยายพื้นที่จนเป็น 20 ไร่ และทำให้ครบวงจร คือเป็นแหล่งเรียนรู้ จำหน่ายสินค้า และเป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วย เนื้อที่ 20 ไร่นั้น จัดเป็นโรงเรือนปลูกเมล่อน 8 หลัง เป็นของคุณสำราญ 4 หลัง และแบ่งให้ชุมชนมาเรียนรู้การเพาะปลูกเมล่อนฟรีอีก 4 หลัง พร้อมให้ความรู้ในเรื่องการเกษตรด้วย “พอทำเสร็จแล้วรายได้ทั้งหมดก็ตกเป็นของคนในชุมชนเลย” คุณสำราญเล่าให้ฟังด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

pt5

pt6

pt7

pt8

เมล่อนที่นี่เป็นเมล่อนปลอดสารเคมี ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง เพราะใช้สารสกัดจากสะเดาแทน และในการเพาะลูกเมล่อนนั้น ใช้การผสมเกสรเพื่อให้ได้ผลผลิตออกมา 8 ลูก และเลือกลูกที่ดีที่สุด จากนั้นก็ตัดอีก 7 ลูกทิ้งไป เพื่อให้ได้ผลผลิต 1 ต้น ต่อ 1 ลูก เพราะจะเป็นปริมาณที่สมบูรณ์ที่สุด เมื่อได้ผลเมล่อนแล้วก็จะตัดต้นนั้นทิ้งและฟื้นฟูหน้าดินใหม่ และเตรียมปลูกต้นใหม่ และใช้เวลาประมาณ 80 วันในการปลูก 1 ครั้ง ในการทำฟาร์มแบบโรงเรือนนั้น ที่นี่ยังประยุกต์ใช้วัสดุอุปกรณ์ที่หาได้ง่ายราคาไม่แพงเพื่อลดค่าใช้จ่าย ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง อย่างเช่นจากเดิมต้องใช้เหล็กมาเป็นโครงในการปลูกต้นเมล่อน ก็ใช้ไม้แทน และประดิษฐ์ระบบน้ำเองเพื่อลดต้นทุน และสร้างผลกำไรได้มากมาย

pt9

pt10

เมื่อวันที่ 10 – 15 มกราคม พ.ศ.2560 ที่ผ่านมา ที่นี่ได้จัดงาน “ท่องเที่ยวเชิงเกษตร ต้นกล้าแฟร์” ซึ่งมีการออกร้านขายของ จำหน่ายผลผลิตการการเกษตรทั้งผักและผลไม้อย่างคึกคัก ถ้าใครที่พลาดงานไปแล้วก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะยังเข้ามาเที่ยวชมทุ่งคอสมอสและชิมเมล่อนได้ตลอด และยังสามารถมาเรียนรู้ สอบถามข้อมูล หรืออยากจะศึกษาในเรื่องของการเกษตรแบบไหน ที่นี่ก็ยินดีต้อนรับเป็นอย่างยิ่ง


ขอขอบคุณ : งานสื่อมวลชนสัมพันธ์ในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)


( 0 Votes ) Add a comment
   

5 จุดวิวสวยบนเส้นทางตามรอยพระบาท มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว จ.ประจวบคีรีขันธ์

cover_pr2

1. เขาช่องกระจก...>>>จุดชมวิวสุดป็อปในตัวเมืองประจวบฯ เขาช่องกระจก ชื่อนี้มีที่มาจากช่องโหว่บนยอดเขาที่ดูคล้ายกระจกนั่นเอง ถือเป็นจุดชมทิวทัศน์สุดป็อบที่ใคร ๆ ก็ต้องขึ้นไปเช็คอิน เมื่อมาเยือนเมืองสามอ่าว ยอดเขาอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 245 เมตร มองเห็นวิวทั้งเมือง เห็นหาดทรายขาวของอ่าวประจวบทอดยาวไปจนถึงเขาล้อมหมวกและอ่าวมะนาว

pr10

pr11

ส่วนอีกด้านก็เห็นแนวเทือกเขาตะนาวศรีสลับซับซ้อน เรียกได้ว่ามองเห็นความงามได้แบบ 360 องศาเลยทีเดียว แต่กว่าจะได้เห็นวิวที่สวยขนาดนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องผ่านด่านขึ้นบันไดเกือบ 400 ขั้นไปให้ได้ซะก่อน แต่ไม่ต้องห่วง เพราะระหว่างทางมีเจ้าจ๋อคอยป่วนให้เพลิดเพลินตลอดทาง เพราะลิงแสมเจ้าถิ่นมักมาขออาหารไปหม่ำกิน แต่ก็มีบางตัวเป็นนักเลงเจ้าถิ่น อย่าไปเผลอทำให้เขาหงุดหงิดเชียว บริเวณช่องกระจกมีทางเดินลัดเลาะไปตามหน้าผาและโขดหิน ไปยังรอยพระพุทธบาทจำลองและพระเจดีย์ซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ อย่าลืมแวะสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนกลับด้วยนะ ที่ตั้ง : ต. เกาะหลัก อ.เมือง (สามารถจอดรถได้ที่วัดธรรมิการามวรวิหาร)


2. เขาล้อมหมวก…สวยลืมเหนื่อย ถือเป็นที่เที่ยวสุดฮิตที่พูดกันปากต่อปากว่า ทั้งสวยทั้งยาก ต้องมาให้ได้สักครั้งในชีวิต เขาล้อมหมวกตั้งอยู่บริเวณอ่าวมะนาว ในกองบิน 5 เป็นภูเขาหินปูนที่ไม่ใหญ่และไม่สูงมากนัก แต่มีความยากในการปีน จึงเป็นสถานที่วัดใจของบรรดาสายลุย ที่เรียกว่าเขาล้อมหมวก ก็เพราะรูปทรงเขามีลักษณะคล้ายหมวก บริเวณเชิงเขาเป็นที่ตั้งศาลเจ้าพ่อล้อมหมวก ซึ่งมีจารึกหน้าศาลระบุว่า “ท่านย้ายถิ่นฐานจากจีนแผ่นดินใหญ่มาในสมัยอยุธยา และสร้างคุณงามความดีให้แก่ท้องถิ่นจนกระทั่งเสียชีวิตเมื่ออายุ 97 ปี” ซึ่งชาวเมืองประจวบต่างเคารพและศรัทธาว่าเป็นดวงวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ที่คอยดูแลปกป้องชาวเมืองประจวบให้อยู่ดีมีสุข

pr20

pr21

อีกทั้งบริเวณศาลเจ้าพ่อยังเป็นแหล่งอาศัยของฝูงค่างแว่นถิ่นใต้นับร้อยตัวอีกด้วย แล้วก็ถึงเวลาพิชิตจุดชมวิวเขาล้อมหมวก คุณอาจต้องเป็นสายลุยสักหน่อย เพราะการจะขึ้นไปถึงยอดเขาได้นั้นไม่ใช่แค่เพียงขึ้นบันไดอีกต่อไป คุณจะต้องสวมบทเป็นลิงเป็นค่าง ปีนผ่านก้อนหินน้อยใหญ่ บ้างก็สูงชัน บ้างก็แหลมคม ดีที่เจ้าหน้าที่ได้เตรียมเชือกเส้นหนาไว้ให้คุณได้ยึดจับ แต่ก็ต้องระมัดระวังทุกย่างก้าว เมื่อถึงยอดเขาคุณจะพบรอยพระพุทธบาทที่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 และวิวที่สวยจนทำให้ความเหนื่อยหายเป็นปลิดทิ้ง เพราะมองเห็นวิวได้ถึง 5 อ่าวเลยทีเดียว คือ อ่าวประจวบฯ อ่าวน้อย อ่าวคั่นกระได อ่าวมะนาว และอ่าวคลองวาฬ ที่ตั้ง : กองบิน 5 กองทัพอากาศ ต. เกาะหลัก อ. เมือง โทร. 0-3261-1031, 0-3261-1017


3. พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ…งดงามดั่งวิมานลอยฟ้า นับเป็นหนึ่งในอันซีนไทยแลนด์ ที่มีความงดงามดั่งวิมานบนสรวงสวรรค์ ที่สร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศล เฉลิมพระเกียรติในวโรกาสมหามงคลที่สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลดุลยเดช ทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ 50 ปี โดยสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลดุลยเดช ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า "พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ โดยพระมหาธาตุเจดีย์เป็นอาคารสูงถึง 5 ชั้น บนชั้น 3 ประดิษฐานพระพุทธรูปประจำทั้ง 4 ทิศ

pr30

pr31

pr32

และมีจิตกรรมฝาผนังภาพพระราชพิธีต่าง ๆ รวมทั้งประเพณีของชาวบ้านในแต่ละภาคที่วาดไว้อย่างประณีต ที่ชั้น 4 สักการะ “พระพุทธกาญจนวบพิตร” พระพุทธรูปปางลีลาศิลปะสุโขทัยอันงดงาม และชมจิตรกรรมฝาผนังภาพพุทธประวัติอันวิจิตร ที่หน้าต่างยังประดับช่องแสงด้วยกระจกสีอย่างที่เรียกว่าสเตนกลาส เป็นภาพในเรื่องพระมหาชนก และสามารถนมัสการพระบรมสารีริกธาตุบนชั้น 5 ได้เฉพาะช่วงเทศกาลวิสาขบูชา 3 วัน คือขึ้น 14 ค่ำ ขึ้น 15 ค่ำ และแรม 1 ค่ำ เดือน 6 ที่ตั้ง : บนเขาธงชัย บ้านกรูด ต. เขาธงชัย อ. บางสะพาน


4. วัดอ่าวน้อย หรือ ถ้ำพระนอน….นมัสการ พระนอนที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในประจวบฯ เป็นอีกสถานที่ที่คุณไม่ควรพลาด หลายคนอาจจะไม่คุ้นหูชื่อวัดนัก แต่วัดนี้ศักดิ์สิทธิ์และมีสถาปัตยกรรมหลายอย่างให้คุณได้ชม ไฮไลท์คือ โบสถ์ไม้สักทอง ที่สร้างขึ้นด้วยไม้สักทองทั้งหลัง สูงและเด่นตระหง่าน ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปหินอ่อน และที่ผนังโบสถ์แกะสลักเป็นเรื่องราวในพุทธประวัติ บนเขาเล็ก ๆ ติดกับอ่าวน้อย

pr40

pr41

มีทางเดินขึ้นไปยังถ้ำพระนอน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที ภายในถ้ำมีพระพุทธไสยาสน์สององค์อายุราว 300-500 ปี ว่ากันว่าเป็นพระนอนที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในประจวบฯ ภายในถ้ำมีกล่องหยอดเหรียญเพื่อเปิดไฟภายในถ้ำ หยอด 10 บาท ไฟเปิด 10 นาที อย่าลืมเตรียมเหรียญกันไปให้พร้อมด้วยนะ ที่ตั้ง : บนเชิงเขาบริเวณอ่าวน้อย ต. อ่าวน้อย อ. เมือง


5. ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลน สิรินาถราชินี…ชมปู่โกงกางอายุกว่าร้อยปี จากนากุ้งที่รกร้างกลับกลายเป็นผืนป่าที่ฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยน้ำพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครั้งเสด็จฯ มายังปราณบุรีเมื่อปี 2539 ปัจจุบันเป็นศูนย์การศึกษาเรียนรู้ด้านการฟื้นฟูป่าชายเลนจากนากุ้งร้างแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าคลองเก่า-คลองคอย

pr50

pr51

pr53

กิจกรรมที่นี่มีทั้งเดินชมป่าชายเลนตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะทางประมาณ 800 เมตร มีจุดแวะพักและเรียนรู้ระบบนิเวศของป่าเป็นระยะ ๆ เช่น ลานศึกษาปูดำ หอยนางรม ลานโพธิ์ หอชะคราม ฯลฯ และยังมีกิจกรรมล่องเรือท่องสองคลอง เพื่อชมธรรมชาติและวิถีชีวิตคนปากน้ำปราณ จากคลองคอยไปออกแม่น้ำปราณบุรี แล้วเข้าสู่คลองเก่าในพื้นที่วนอุทยานปราณบุรี และที่พลาดไม่ได้ คือการปีนหอชะครามขึ้นไปชมวิวแบบ 360 องศา คุณจะได้เห็นทิวทัศน์รอบตัว รวมถึงชุมชนปากน้ำปราณ และศาลเจ้าแม่ทับทิมทอง ธรรมชาติเขียวขจีด้วยไม้ชายเลน ทั้งแสม โกงกาง และลำพู แถมอากาศยังเย็นสบายอีกด้วย ที่ตั้ง ต. ปากน้ำปราณ อ. ปราณบุรี เปิดทุกวันเวลา 08.30-16.00 น
 

ขอขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ติดต่อสอบถามการท่องเที่ยว จ. ประจวบคีรีขันธ์ ได้ที่ ททท. สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ โทร. 0-3251-3885


--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


( 1 Vote ) Add a comment
   

หน้า 4 จาก 60