NaiRobRoo.com | เมืองไทยน่าเที่ยว

Mekong challenge 2016 จากน้ำโขงสู่อิรวดี ปั่นครั้งนี้เพื่อพ่อหลวง

Mekong challenge 2016>>>ปัจจุบันการปั่นจักยานเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทั้งการปั่นเล่นระยะใกล้หรือระยะไกล หลายคนปั่นจักรยานยามว่าง ใช้เป็นกิจกรรมแก้เบื่อ และมีอีกหลายคนใช้จักรยานเพื่อการท่องเที่ยวระยะไกลและทำประโยชน์ในคราวเดียวกัน

bikeburmacover

"ชมรมปั่นจักรยานแม่โขงไบค์" เป็นกลุ่มนักปั่นที่รวมตัวกันจัดกิจกรรม “Mekong challenge” เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเริ่มรวมกลุ่มกันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 เส้นทางการปั่นส่วนใหญ่ก็เป็นเส้นทางในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ทั้ง ลาว เวียตนาม เมียนม่าร์ มาเลเซีย และจีน

bikeburma2

bikeburma11

ในปี พ.ศ.2559 นี้ ชมรมปั่นจักรยานแม่โขงไบค์ ได้จัดกิจกรรมปั่นเทิดพระเกียรติเช่นทุกๆปี ถึงแม้ว่าจะมีเหตุการณ์สุดอาลัย นักปั่นทุกคนก็ตั้งใจจะปั่นจักรยานเพื่อเทิดพระเกียรติพ่อของแผ่นดิน โดยเส้นทางเริ่มจาก อ.เชียงของ จ.เชียงราย ผ่าน อ.เชียงแสน อ.แม่สาย และมุ่งหน้าข้ามพรมแดนไทย-พม่า เข้าสู่เมืองท่าขี้เหล็ก เชียงตุง ตองยี สี่ป้อ ลัดเลาะไปจนถังมัณฑะเลย์ หงสาวดี มะละแหม่ง และมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองเมียวดี เพื่อจะข้ามพรมแดนไทย-พม่า ที่อ.แม่สอด จ.ตาก ระยะทาง 2,900 กม. ใช่เวลาครึ่งเดือนที่นักปั่นเดินทาง มีทั้งภูเขาสูง ที่ราบ ผ่านภูมิประเทศอันสวยงามของประเทศเมียนม่าร์

bikeburma

bikeburma5

bikeburma9

bikeburma10

นอกจากการปั่นจักรยานแล้ว ทีม Mekong challenge ก็เน้นการท่องเที่ยวเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมและศึกษาวิถีชีวิตชาวเมียนม่าร์

นายแพทย์ชัยณรงค์ สมชาติ หัวหน้ากลุ่มนักปั่น กล่าวว่า “ปีนี้มีนักปั่นราวๆ 30 คน เราเน้นปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยว คือไม่ใช่ปั่นจักรยานกันจนเกินไป มีทั้งปั่นจักรยาน นั่งรถไฟ หรือบางช่วงที่เหนื่อยเกินไปก็สามารถนั่งรถยนต์เซอร์วิสได้ ทำให้การเดินทางราบรื่นไม่มีปัญหาใดๆ คนทั่วไปไม่ต้องเป็นถึงนักจักรยานมืออาชีพก็สามารถปั่นจักยานร่วมในทริปได้"

bikeburma12

bikeburma13

bikeburma14

bikeburma15

 “นายรอบรู้” มีโอกาสได้เดินทางไปพบปะกับทีมนักจักรยาน ระหว่างทางจากพระธาตุอินทร์แขวน ซึ่งนักปั่นวางจักรยานและเดินทางขึ้นไปสักการะพระธาตุอินแขวน พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อเสียงของประเทศเมียนม่าร์ และในระหว่างทางคณะปั่นจักรยานยังได้แวะท่องเที่ยวและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธ์อีกหลายที่

bikeburma7

คุณวัชระ หลิ่วพงศ์สวัสดิ์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่ม กล่าวว่า “ในปีนี้เราได้เก็บน้ำจากแม่น้ำ 6 สาย คือ แม่น้ำโขง แม่น้ำสะโตง แม่น้ำอิระวดี แม่น้ำสาละวิน แม่น้ำปิง และแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อมาทำพิธีที่ท้องสนามหลวง เป็นการถวายความอาลัยต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยหลังจากที่ปั่นไปถึงแม่สอดแล้ว จะมีนักปั่นจำนวนหนึ่ง ปั่นจักยานเข้าสู่กรุงเทพ เพื่อไปถวายความอาลัย ณ ท้องสนามหลวง”

bikeburma3

หลังจากเข้าพรมแดนที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ทีมนักปั่นได้จุดเทียนเพื่อถวายความอาลัยก่อนเตรียมตัวมุ่งหน้าสู่ท้องสนามหลวง ถือเป็นอันจบทริปการเดินทางอันยาวนานเพื่อเทิดพระเกียรติแก่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในครั้งนี้

bikeburma16

ขอบคุณ: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

covernan-01


( 0 Votes ) Add a comment
   

ประเพณีถือศีลกินผัก จ. ภูเก็ต จบลงอย่างยิ่งใหญ่อลังการ

ประเพณีถือศีลกินผัก จ. ภูเก็ต จบลงอย่างยิ่งใหญ่อลังการ  ในวันที่ 1-9 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา ตัวเมืองภูเก็ตขาวโพลนไปด้วยควันจากปะทัดที่จุดกันเสียงดังสนั่นไปทั่วทั้งเมือง มองไปตรอกซอยไหนก็เห็นผู้คนต่างพร้อมใจกันสวมใส่ชุดขาวเพื่อร่วมงานถือศีลกินผัก หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “เจี๊ยะฉ่าย” หมายถึงงานเฉลิมฉลององค์เก้าราชันย์ (กิ๊วหองไต่เต่) เป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่ของจ. ภูเก็ต ซึ่งเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ

coverpkfes

ประเพณีถือศีลกินผักจัดขึ้นในเดือนเก้าหนึ่งค่ำ จนถึง เดือนเก้าเก้าค่ำ ของทุกปีตามปฏิทินจีน จุดเริ่มต้นของประเพณีถือศีลกินผัก จ. ภูเก็ต ในอดีตคนจีนได้อพยพมาทำเหมืองแร่ เป็นกุลีเหมืองที่ภูเก็ตเป็นจำนวนมาก แล้วเกิดโรคระบาดขึ้น โดยเป็นอหิวาตกโรคล้มหายตายไปเป็นจำนวนมาก ชาวจีนเลยคิดหาวิธีแก้โดยนึกถึงประเพณีถือศีลกินผักที่เมืองกังไส ประเทศจีน เลยได้ไปอันเชิญเทพ ซึ่งหมายถึงกระถางธูปอันศักดิ์สิทธิ์ ล่องเรือสำเภามา แล้วนำมาสถิตย์ไว้ที่อ๊ามกระทู้ หรือศาลเจ้ากระทู้ ใน อ. เมือง จ. ภูเก็ต ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2368แล้วทุกคนก็ถือศีลกินผัก จากนั้นลูกหลานชาวจีนก็สืบทอดประเพณีถือศีลกินผักมาจนถึงปัจจุบัน

pkfes16

พิธีกรรมตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ละอ๊ามหรือศาลเจ้าจะประกอบพิธีกรรมเตรียมความพร้อม ก่อนเริ่มงานประเพณีถือศีลกินผัก 1 วัน โดยจะเริ่มทำพิธีเจ่งตั๋ว คือพิธีชำระล้างสถานที่ โดยแต่ละอ๊ามจะล้างทำความสะอาดพื้นที่และโรงครัวก่อนเริ่มงานประเพณี จากนั้นจะทำพิธีป้างกุ้น เป็นพิธีกรรมเชิญทหารมารักษาบริเวณงานถือศีลกินผัก มี 4 ทิศ คือทิศใต้ใช้ธงสีแดงเป็นสัญลักษณ์ ทิศเหนือใช้ธงสีดำ ทิศตะวันออกใช้ธงสีเขียว และทิศตะวันตกใช้ธงสีขาว

pkfes1

หลังจากเสร็จพิธีชำระล้างสถานที่ส่วนใหญ่ช่วงเย็นของวันเดียวกันจะประกอบพิธีขึ้นเสาโกเต้งบริเวณหน้าอ๊าม เพื่อรับเจ้าและถือเป็นการเริ่มประเพณีถือศีลกินผัก จากนั้นจึงเริ่มพิธีอัญเชิญองค์กิ๊วหองไต่เต่(องค์เก้าราชันย์) เพื่อมาเป็นประธานในงาน ต่อด้วยพิธีโค๊กุ๊น หรือพิธีกรรมการเลี้ยงขุนทหรารและม้า โดยจะมีการเตรียมอาหารสำหรับเลี้ยงทหารและมีหญ้าหรือถั่วสำหรับเลี้ยงม้า จากนั้นทำพิธีป้ายหล่าวไชอิ้ว เป็นพิธีไหว้รำลึกถึงผู้มีคุณูปการต่ออ๊ามที่เสียชีวิตไปแล้ว

pkfes4

pkfes5

pkfes7

จากนั้นทำพิธีส่งเก๊ง หรือสวดมนต์ ล้าง 9 ทวารให้จิตบริสุทธิ์มีสมาธิ เพื่อรับสิ่งดี ๆ ให้เข้ามาในชีวิต มีพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์คือพิธีโกยโห๊ย เป็นพิธีลุยไฟเพื่อชำระพลังไม่ดีออกจากร่างกาย และอีกพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ที่หลงเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวคือ พิธีคี่โต่ทุ้ยหรือพิธีขึ้นบันไดมีดที่มีความสูงถึง72 ขั้น เพื่อรับเคราะห์และอวยพรให้ชาวบ้านที่เข้าร่วมงานประเพณีมีความสุข

pkfes2

pkfes3

pkfes

พิธีป้ายชิดแช้หรือโก๊ยชิดแช้ คือการบูชาดาวนพเคราะห์ทั้ง 7 ดวง มีการแจกฮู๋หรือผ้ายันต์เพื่อความเป็นสิริมงคล และจะเริ่มพิธีสุดยิ่งใหญ่อลังการคือพิธีเอี๊ยวเก๊งหรือพิธีแห่พระ ซึ่งเป็นการออกเยี่ยมขององค์กิ๊วหองไต่เต่เพื่ออวยพรให้กับประชาชน โดยมีขบวนธงและป้ายชื่อแห่นำหน้า ต่อด้วยเสลี่ยงเล็กหรือไฉ้เปี๋ย คือเกี๊ยวหามรูปพระบูชาต่างองค์ ๆ ต่อด้วยขบวนของหนิ่วสั่วหรือร่มฉัตรจีน ซึ่งในขบวนแห่จะมีบรรดาม้าทรงที่ออกมาแสดงอภินิหารด้วยการนำของแหลมคมมาทิ่มแทงตามร่างกาย โดยเฉพาะแก้มและลิ้น เพื่อรับเคราะห์แทนผู้ที่ถือศีลกินผักนั่นเอง

pkfes6

pkfes8

ปิดท้ายขบวนด้วยตั่วเหลี่ยนหรือเสลี่ยงใหญ่ ที่ประทับขององค์กิ๊วหองไต่เต่ โดยชาวบ้านจะตั้งโต๊ะบูชาไว้หน้าบ้านเพื่อรอรับพร เมื่อเสร็จสิ้นพิธีแห่พระ ชาวบ้านจะทำพิธีโกยห่านหรือพิธีสะเดาะเคราะห์ที่อ๊าม โดยจะถูกประทับตราที่ด้านหลังของเสื้อที่สวม เรียกว่า “ต๊ะอิ่น” หมายถึงผู้ที่ผ่านการสะเดาะเคราะห์แล้ว ในคืนวันสุดท้ายของประเพณีจะทำพิธีส่งพระ คือส่งองค์กิ๊วหองไต่เต่กลับสวรรค์ บริเวณชายทะเลสะพานหิน เมื่อขบวนส่งพระออกพ้นประตู ไฟทุกดวงในอ๊ามต้องดับสนิทและปิดประตูใหญ่ จากนั้นทำพิธีลงเสาโกเต้ง เพื่อแสดงสัญลักษณ์ว่าเสร็จสิ้นประเพณีถือศีลกินผัก

pkfes9

pkfes10

pkfes11

pkfes12

pkfes14

หลังจากลงเสาโกเต้งเป็นพิธีคุยโช๊โดยการเลี้ยงอาหารคาวแก่ชาวบ้านที่มาร่วมงาน ซึ่งไฮไลท์ของงานจะอยู่ที่ 4 วันสุดท้าย เพราะจะเป็นพิธีกรรมของอ๊ามหรือศาลเจ้าที่เก่าแก่ของเมืองภูเก็ต คืออ๊ามกระทู้ อ๊ามจุ้ยตุ่ย และอ๊ามบางเหนียว

pkfes13

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต โทร. 0-7621-2213 / www.phuketemagazine.com

ขอขอบคุณ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 


( 0 Votes ) Add a comment
   

บินลัดฟ้าไป กิน-เที่ยว เมืองภูเก็ต กับ 7 สิ่ง ห้ามพลาด!

บินลัดฟ้าไป กิน-เที่ยว เมืองภูเก็ต กับ 7 สิ่ง ห้ามพลาด!>>>โลว์ซีซันอย่างนี้ มีตั๋วบินไปภูเก็ตมาจัดโปรฯ ราคาถูกอยู่เรื่อยๆ ใครยังไม่รู้ว่าเมืองภูเก็ตมีอีกหลายอย่างน่าเที่ยว "นายรอบรู้" ขอแนะนำทริปเดิน-เที่ยว-กิน แบบชิลล์ๆ เพลินๆ ในย่านเก่า ...ไปแล้วต้องร้องว้าวในความหลากหลายของอาหารและวัฒนธรรมของคนภูเก็ต!!!

cover234

จากสนามบิน มีรถ Airport Bus เข้าสู่ตัวเมือง (ที่บขส.เก่า) เริ่มตั้งแต่รอบ 8.00-20.30 ค่ารถ 100 บาท ถูกกว่าเหมาแท๊กซีซึ่งราคาประมาณ 600-700 บาท พอเข้าที่พักไปเก็บกระเป๋าสัมภาระแล้วก็มาลุยกันเลย ไปเมืองไข่มุกแห่งอันดามันแล้วทำอะไรกันดี ขอแนะนำ 7 กิจกรรมที่ไม่อยากให้พลาด

1. เดินถ่ายรูป Street Art

ด้วยความตั้งใจผลักดันให้ภูเก็ตเป็นเมืองศิลปะ ปีที่ผ่านมามีโครงการ F.A.T. Phuket (Food Art Town) ซึ่งชวนศิลปินกราฟิติระดับแถวหน้าของเมืองไทยและต่างประเทศมาร่วมกันทำงานสตรีทอาร์ตในย่านเมืองเก่า เช่น ตลาดดาวน์ทาวน์ หรือซอยรมณีย์ มีทั้งหมด 12 ภาพ สะท้อนถึง 12 วิถีชีวิตของชาวภูเก็ต เช่น ขนมพื้นเมืองในวัยเด็ก ประเพณีรับขวัญเด็กแรกเกิด ฯลฯ

pk1

pk2

ภาพที่โดดเด่นที่สุดน่าจะเป็นภาพเด็กชาย 3 ตา หน้าบึ้ง หรือ มาร์ดี ของ Alex Face (พัชรพล แตงรื่น) นักกราฟิตีชื่อดัง คราวนี้เจ้ามาร์ดีปรากฎตัวอยู่กับขนมเต่าแดงที่ชาวภูเก็ตนิยมทำกันในประเพณีพ้อต่อ

2. กินอาหารเช้าแบบชาวภูเก็ต ต้องขนมจีน -ติ่มซำ – หมี่ซั่ว

มาถึงแล้วต้องกินแบบคนท้องถิ่น คนภูเก็ตชอบกินขนมจีน ติ่มซำ และหมี่ซั่วเป็นอาหารเช้า ขนมจีนภูเก็ตมีเครื่องเคียงเยอะมาก ทั้งผักพื้นบ้าน เช่น ลูกชิ่ง ยอดหมุย ไชโป๊ ถั่วงอกหัวโต รวมทั้งสัปปะรด ปลาชิ้งชั้ง และอีกสารพัด ทำให้แต่ขนมจีนละคำกินกับเครื่องแต่ละอย่างแล้วได้รสที่แตกต่างกันไป ที่เราต้องสั่งกินทุกครั้งคือคือน้ำยาปู และห่อหมก ส่วนมากอร่อยไม่ผิดหวัง

pk3

pk4

ร้านเด็ดที่อยากแนะนำคือร้านจี้ติ้ง อยู่แถวๆ ถนนสตูล ติ่มซำอร่อยขอยกให้ร้านบุญรัตน์ 2 แถวถนนติลกอุทิศ เป็นเจ้าเก่าแก่ ราคาก็ไม่แพงมากเริ่มตั้งแต่เข่งละ 12 บาท แถมอร่อยทุกอย่างเพราะทำสดใหม่ โดยเฉพาะลูกชิ้นปลาที่สดและเด้งมาก ร้านนี้ยังมีหมี่ซั่ว ซึ่งเป็นหมี่ขาวเส้นเล็ก คล้ายๆ เส้นหมี่แต่เล็กกว่า อร่อยทั้งหมี่ซั่วปลา หมี่ซั่วแห้งกระดูกหมู และหมี่ซั่วบะกุดเต๋

3. ท่องย่านเก่า สัมผัสบรรยากาศอดีตเมืองเหมืองแร่

กินเสร็จแล้วก็ต้องเดินย่อยอาหาร ไม่ให้ไขมันพอกพูนตามรอบเอวจนเกินไป เมืองเก่าภูเก็ตเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ โดยเฉพาะบริเวณ ถ.ถลาง ถ.กระบี่ ถ.ดีบุก และ ถ. เยาวราช ที่มีอาคารสถาปัตยกรรมจีนผสมตะวันตกหลงเหลืออยู่มาก ทั้งที่เป็นคฤหาสน์และตึกแถวหน้าแคบข้างในลึก แต่ละหลังล้วนตกแต่งอย่างวิจิตร

pk12

ในอดีตย่านนี้เป็นที่อยู่ของบรรดาคหบดีที่ร่ำรวย และบรรดาคนจีนที่ตั้งตัวได้จากกิจการเหมือง ซึ่งติดต่อค้าขายกับเมืองปีนัง มะละกา สิงค์โปร์ และรับวัฒนธรรมจากชาติเหล่านี้เข้ามา การเดินเที่ยวในย่านเก่าจึงเหมือนได้ย้อนเวลาไปสัมผัสยุคสมัยอันรุ่งเรืองของเหมืองแร่ดีบุก

4. นั่งละเลียดกาแฟ ที่ร้านหนัง (สือ) 2521

มาภูเก็ตครั้งนี้ หลังมาครั้งสุดท้ายเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราพบว่าร้านกาแฟโปรดอย่าง ร้านหนัง (สือ) 2521 บนถนนถลางเปลี่ยนโฉมไปเยอะมากจากร้านบรรยากาศสลัวๆ ในห้องพัดลมก็เปลี่ยนเป็นร้านในห้องแอร์ ไฟสว่างไสว บรรยากาศน่านั่ง

pk5

แฟนานุแฟนร้านนี้ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะกาแฟยังอร่อยละเลียดได้อย่างเพลิดเพลิน และมีหนังสือวรรณกรรมดีๆ ที่คัดสรรแล้วให้เลือกอ่านจุใจเหมือนเดิม

pk8-2

5. ย้อนรอยคนจีนในภูเก็ตที่พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว

เดิมเป็นโรงเรียนสอนภาษาจีนแห่งแรกในภูเก็ต ซึ่งบรรพบุรุษชาวจีนฮกเกี้ยนที่อพยพมาร่วมกันตั้งขึ้น ปัจจุบันปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเรื่องราวของชาวจีนฮกเกี้ยนในภูเก็ต ทั้ง “เส้นทางมังกร” หรือการเดินทางมาทำงานเหมืองแร่ดีบุก

pk7

pk10

ลักษณะของอาคารบ้านเรือน วัฒนธรรมประเพณี รวมทั้งอาหารการกินของคนภูเก็ต และที่น่าสนใจคือเรื่องราวของครูสุ่นปิ่น ครูใหญ่ของโรงเรียน ซึ่งเป็นที่เคารพรักของลูกศิษย์โรงเรียนภูเก็ตไทยหัว

6. ชิมขนมพื้นเมือง โอ้เอ๋ว – อาโป้ง

ขนมสองอย่างนี้ถ้ามาภูเก็ตแล้วไม่ได้กินก็เหมือนมาไม่ถึง อย่างแรกคือโอ้เอ๋ว ของหวานที่คล้ายวุ้น ทำจากกล้วยน้ำว้าและเมล็ดโอ้เอ๋วของจีน มีสรรพคุณแก้ร้อนในกระหายน้ำ เวลากินใส่น้ำแข็งไส ราดด้วยน้ำแดงหวาน เหนื่อยๆ มากินแล้วสดชื่นมาก

pk8

อีกอย่างคืออาโป้ง ลักษณะคล้ายทองม้วนกรอบ แต่ตรงกลางเป็นไส้กะทิรสหวานหอม ชิ้นละ 3 บาท ขนมทั้งสองมีรากมาจากปีนัง อาโป้งหากินได้ในซอยสุ่นอุทิศ (ใกล้สี่แยก ถ. เยาวราช ตัดกับ ถ. ดีบุก) ส่วนโอ้เอ๋วเจ้าอร่อยที่เคยขายในซอยสุ่นอุทิศเพิ่งเลิกขายไป ไปกินที่ศูนย์อาหารพื้นเมืองลกเที้ยนซึ่งอยู่ใกล้ๆ กันแทนได้

pk6

7. นอนสบายที่บูทีค โฮเทล ใจกลางเมือง

ถ้าไม่มีรถส่วนตัวและไม่ได้เช่ารถขับ แนะนำให้พักอยู่ย่านใจกลางเมืองเก่า มีบูทีคโฮเทลที่ตกแต่งสวยงามแถมนอนสบายน่าสนใจหลายแห่ง ราคาก็ไม่แพงมาก ที่สำคัญสะดวกกว่าเวลาเดินเที่ยว ถ้าชอบบรรยากาศการตกแต่งแบบอาร์ตๆ มีชั้นดาดฟ้าให้นั่งชมทิวทัศน์เมือง

pk9

pk11

แนะนำให้พักที่ Quip Bed & Breakfast ถ.ภูเก็ต แต่ถ้าอยากสัมผัสบ้านตึกแถวโบราณของคนภูเก็ต ขอแนะนำ 99 Old town Boutique Guesthouse ที่ได้อารมณ์บ้านแบบดั้งเดิมคลาสสิกบนถนนถลาง

ขอขอบคุณ: งานสื่อมวลชนสัมพันธ์ในประเทศ กองประชาสัมพันธ์ในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)



( 0 Votes ) Add a comment
   

เรื่องในอวกาศต้องยกให้ที่นี้ Space Inspirium

เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อต้นปีที่ผ่านมาของ Space Inspirium หรืออุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ อ. ศรีราชา จ. ชลบุรี นับเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ที่น่าตื่นตาตื่นใจมากจนต้องว้าวๆ ด้วยมี”ของเล่น” ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอวกาศที่ทันสมัย เข้าถึงความเป็น อวกาศอย่างแท้จริง ทั้งการออกแบบนิทรรศการที่อัดแน่นความรู้แบบไม่น่าเบื่อ

spacecover

ภายในแบ่งการจัดแสดงออกเป็น 13 ส่วน เริ่มตั้งแต่

>>โซน 1 Universe เรียนรู้จุดกำเนิดของโลก และระบบสุริยะจักรวาล รวมไปถึงกาแลตซี่และจักรวาล

>>โซน 2 Historical technology of Space เรียนรู้แรงบันดาลใจของสิ่งประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่ สนุกกับภาระกิจการส่งยานอวกาศและดาวเทียมขึ้นสู่โคจร

space13

space1

>>โซน 3 Life begins to space มาเรียนรู้วิถีการดำรงชีวิตของมนุษย์ในอวกาศกัน

>>โซน 4 space station การใช้ชีวิตในสถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station : ISS)

>>โซน 5 Space 3D theatre โรงหนัง 3D ไปทะลุอวกาศดูหมู่ดาวกัน

space2

space3

>>โซน 6 Satellite มาทำความรู้จักกับประเภทและวงโคจรของดาวเทียม พร้อมกับภารกิจเกินตัวของดาวเทียมที่มีหน้าที่หลากหลาย

>>โซน 7 Geo informatics เทคโนโลยีภูมิสารเทศ เป็นการนำเทคโนโนยีสารสนเทศในชีวิตประจำวันโดยเน้นให้เห็นว่าเป็นเรื่องใกล้ตัว

>>โซน 8 Remote Sensing การรับรู้จากระยะไกล เรียนรู้ขั้นตอนการใด้มาของข้อมูลโดยที่เราไม่ต้องไปสำรวจด้วยตัวเอง

space4

>>โซน 9 Global Navigation Satellite System ระบบดาวเทียมนำร่องโลกสนุกกับ Tracking Game ที่จะสมมติให้ผู้เล่นสวมบทบาทเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลภายในเมือง หากเกิดเหตุ จะส่งทีมเข้าไปแก้ปัญหาด้วยเส้นทางไหน

>>โซน10 Geographic Information Systems ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ นำเสนอเกี่ยวกับระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ กระบวนการวิเคราะห์ และจะมีการทดลองการสร้างแผนที่ 3 มิติ

space6

>>โซน 11 GISTDA My House นำเสนอเกี่ยวกับการจำลองมุมมอง เสมือนไปยืนอยู่บนสถานที่จริง รอบพื้นที่ที่สนใจ

>>โซน 12 Informatics Application นำเสนอเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้งานในด้านต่างๆ การใช้ประโยชน์ด้านธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านการเกษตรกรรม

>>โซน 13 Application for Tomorrow นำเสนอเกี่ยวกับ เป็นการนำเสนอภาพสถานที่ในรูปแบบ 360 องศา พร้อมคำบรรยาย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ

space9

space8

ความน่าสนใจไม่อยู่เพียงเท่านี้แต่ยังมีข้อมูลใหม่ๆที่พวกเรายังไม่รู้ในห่วงอวกาศที่กว้างใหญ่ “นายรอบรู้”จึงขอเอาน้ำจิ้มความรู้มาให้ลองชิมดูกันว่าสนใจแค่ไหน

     1. น้ำหนักลดฮวบเมื่อพวกเราย้ายไปดวงจันทร์ น้ำหนักกับมวลนั้นต่างกัน น้ำหนักคือแรงกระทำของแรงดึงดูดที่มีต่อมวล ส่วนมวลคือเนื้อสาร เนื้อหนังของพวกเรา ด้วยแรงดึงดูดของดวงจันทร์นั้นน้อยกว่าโลกประมาณ 6 เท่า แรงกระทำต่อมวลจึงน้อยลง น้ำหนักจึงลดลงด้วย

    2. เยอรมันเป็นชาติแรกที่ส่งวัตถุขึ้นอวกาศ เวลาที่พูดถึงประวัติศาสตร์การส่งวัตถุขึ้นสู่อวกาศมักชวนให้นึกถึงสองยักษ์ใหญ่คือ สหภาพโซเวียตและสหรัฐอเมริกา ทว่าเยอรมันส่งกลับเป็นชาติที่ส่งจรวดV 2 ขึ้นสู่อวกาศนอกโลกเป็นชาติแรก แม้จะไม่ประสบความสำเร็จเท่าควร แต่นักวิทยาศาสตร์และความรู้ของเยอรมันก็กลับถูกพัฒนาต่อในสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต

space10

space11

    3. ชุดมนุษย์อวกาศถ้าอยู่บนพื้นโลกจะหนักร่วม 100 กิโลกรัมเพราะอวกาศนั้นเต้มไปด้วยรังสีและความโหดร้ายของอุณหภูมิ ชุดจึงออกแบบให้อัดแน่ด้วยอุปกรณ์รักษาชีวิต ชุดหลักของมนุษย์อวกาศคือ ชุดปฏิบัติภารกิจนอกยานอวกาศและชุดระหว่างเดินทางเข้าและออกชั้นบรรยากาศโลก

space12

   4. นักวิทยาศาสตร์ไทยมีส่วนในการผลิตดาวเทียม Theos หรือไทยโชตซึ่งเป็นดาวเทียมสำหรับการสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ เป็นการร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและฝรั่งเศสเพื่อพัฒนาดาวเทียมที่คนไทยมีส่วนได้รับประโยชน์จากสำรวจการใช้ที่ดิน การใช้ทรัพยากรน้ำและประเมินความเสียหายของภัยพิบัติ

    5.บนแผ่นที่ GPSที่แสดงถึงการจราจรติดขัด นั้นวัดจากความหนาแน่นของคนใช้มือถือในบริเวณนั้น ถ้ามากจะเป็นสีแดง ถ้าน้อยแสดว่าคล่องตัว 5 ข้อเป็นเพียงออเดิฟที่มาเสิร์ฟให้ชิมกันถ้าอยากรู้มากกว่านี้ต้องหอบลูกจูงหลานไปเที่ยว ชม ฟัง เล่นที่อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ หรือ Space Inspirium


>>>>สอบถามข้อมูลได้ที่ โทร. 08-1915-2374, 0-3300-5833-5


( 0 Votes ) Add a comment
   

หน้า 6 จาก 60