NaiRobRoo.com | เมืองไทยน่าเที่ยว

ไปเที่ยวย่านเก่าเมืองสงขลากันคุณขา...

ไปเที่ยวย่านเก่ากันคุณขา...ถึงสงขลาแล้วต้องห้ามพลาด>>> ย่านเก่าของเมืองสงขลาที่กำลังจะพาไปเดินเที่ยวนั้น ปัจจุบันได้รับการประกาศให้เป็นเมืองเก่า 1 ใน10 เมืองของไทย เพราะมีคุณลักษณะพิเศษทางศิลปะ สถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่หลากหลาย ทั้งไทย จีน และมุสลิม ซึ่งได้รับการผสมผสานกันอย่างลงตัวมาหลายร้อยปี จึงมีการเปิดเส้นทางท่องเที่ยวเมืองเก่าสงขลาเน้นการท่องเที่ยวให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องราวของท้องถิ่นและสร้างสีสันทางการท่องเที่ยวด้วยศิลปะบริเวณย่านเมืองเก่าสงขลา ตามโครงการศิลปะข้างถนน หรือ “สตรีทอาร์ต” ซึ่งนอกจากจะสร้างรายได้ให้แก่คนในพื้นที่แล้ว ยังช่วยอนุรักษ์ และฟื้นฟูเมืองเก่าสงขลาให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

coversongklacity 

>>>เดินทอดน่องส่องถนนสามสาย ...ถ. นางงาม ถ. นครนอก ถ. นครใน

ถนนทั้งสามสายเป็นถนนสายสั้นๆ ในตัวเมืองเทศบาลสงขลาที่สามารถเดินเชื่อมถึงกันได้ ในอดีตมีความคำคัญมากเพราะเป็นท่าเรือจอดเรือสินค้าและท่าเรือประมง ปัจจุบันถนนหนทางเจริญขึ้นมากท่าเรือแห่งนี้ก็ซบเซาไปตามกาลเวลา แต่ทว่าความสวยงามของบ้านเก่าและย่านการค้าที่เจริญยังหลงเหลืออยู่

songklacity12 songklacity13 songklacity14

ที่นี่จึงเป็นย่านเดินชมสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลและของกินพื้นถิ่นแสนอร่อยที่หากได้มาเดินรับรองว่าเพลินมากๆ เริ่มที่ถ. นครนอก และนครใน สองฟากถนนจะเต็มไปด้วยบ้านเรือนยุคเก่าและตึกแถวแบบโคโลเนียลในสมัยร. 4 และร. 5 มีการผสมผสานระหว่างงานไม้และปูนปั้น จับจ้องที่กรอบหน้าต่าง และประตูของบ้านแต่ละหลังให้ดี เพราะมีรายละเอียดเล็กๆ น้อย ซ่อนอยู่เอาไว้ได้น่าชมยิ่งนัก

songklacity7 songklacity5 songklacity2

songklacity1 songklacity3 songklacity6

เดินๆ แล้วหิวแนะนำให้ลัดเลาะออกไปที่ถ. นางงาม ถนนเส้นนี้มีแต่ของอร่อยไม่ว่าจะเป็นสตูหมูที่ร้านเกียดฝั่ง ไอศกรีมไข่แข็งร้านบันหลีเฮง ร้านจิ่นกั๊วหยวน(ไอศกรีมไอยิว) ก๋วยเตี๋ยวหมูใต้โรงงิ้ว ที่มีความโดดเด่นเรื่องน้ำซุปและการมุดเข้าไปนั่งกินกันแบบจุ้มปุ๊กกระกระจุกตัวรวมกัน ปิดท้ายด้วยการตามหาภาพ Graffiti สวยๆ ตามกำแพงตึกเก่าที่ซ่อนตัวอยู่ตามตึกต่างๆ บนถ. นางงาม ซึ่งผู้คนที่อยู่ในภาพวาดนั้นล้วนแต่มีตัวตนจริงๆ ทั้งนั้นด้วย

songklacity9 songklacity10

>>>เรียนรู้ความเป็นสงขลาที่หับ โห้ หิ้น ...โรงสีแดงแห่งการเรียนรู้

โรงสีข้าวเก่าริมทะเลสาบสงขลา ภาษาฮกเกี้ยนแปลว่า สามัคคี กลมเกลียว เจริญรุ่งเรือง ในอดีตนั้นเป็นทั้งโรงสีข้าว โรงน้ำแข็ง โกดังเก็บยางพารา และท่าเรือประมงขนาดเล็กในยุคพ.ศ. 2457-2490 ปัจจุบันอยู่ในความดูแลขอคุณสุชาติ รัตนปราการ หลานขุนราชกิจจารี(จุ่นเลี้ยง ลิ้มเสาวพฤกษ์) เจ้าของเดิมผู้ก่อตั้งโรงสีแห่งนี้

songklacity21

songklacity22

ด้วยความที่เจ้าของยังเก็บรักษาสัญญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองในอดีตเอาไว้ โรงสีแดงสดสุดถนนนางงามจึงเป็นเหมือนแหล่งเรียนรู้เล็กๆ ในการเป็นย่านค้าขายของชาวจีนฮกเกี้ยน เป็นที่ตั้งของภาคีคนรักเมืองสงขลาสมาคม

songklacity23

ภายในมีนิทรรศการภาพถ่ายและเรื่องเล่าความเป็นเมืองสงขลาเอาไว้ให้ชม อีกทั้งยังเป็น SONGKHLA SMART CENTER ที่ทาง TK PARK (สำนักงานอุทยานการเรียนรู้)ได้เข้ามาปรับปรุงพื้นที่บางส่วนที่ทางเจ้าของได้มอบให้ปรับปรุงเป็นห้องสมุดมีชีวิตเบื้องต้นก่อนการจัดตั้งอุทยานการเรียนรู้นครสงขลา หรือ Songkhla Smart Center พื้นที่แห่งการเรียนรู้ขนาดใหญ่ใจกลางเมืองสงขลาที่จะเปิดให้บริการในอีกสองปีข้างหน้า

songkla24 songklacity25 songklacity26

>>>กินอาหารร้านแต้เฮี้ยงอิ๊ว ...หรอยระดับเหลาร้านเก่าแก่บนถนนนางงาม

(เปิดวันละ 2 ช่วง คือเวลา 11.30-14.00 น. และเวลา 17.00-20.00 น. โทร.0-7431-1505)


จัดเป็นร้านอาหารจีนเก่าแก่คู่เมืองสงขลามาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2480 แม้จะเป็นอาคารสองคูหาติดกันไม่ใหญ่โตโอ่อ่าแต่การันตีความอร่อยได้จากคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่ต่างแวะเวียนกันมากินไม่เคยขาดสายตั้งแต่ร้านเปิดจนร้านปิด จากเด็ดร้านนี้คือต้มยำแห้งปลากะพง รสชาติกลมกล่อมทั้งเปรี้ยว เค็ม เผ็ด แถมมีน้ำขลุกขลิกมาหน่อยๆ ให้คลุกเข้าร้อนๆ เพิ่มระดับความอร่อย

songklacity16

songklacity15

อีกจานเป็นเนื้อปูผัดพริกขี้หนู หน้าตาและสีสันดูธรรมดาแต่ทว่ารสชาติจัดจ้านเกินบรรยาย เต็มปากเต็มคำกับเนื้อปูเน้นๆ นำมาผัดคั่วกับพริกขี้หนูสวนบุบพอแหลกแลปรุงรสนิดหน่อยๆ ให้ความหวานหอมของเนื้อปูคั่วยังคงอยู่

songklacity17 songklacity18 songklacity20

สุดท้ายที่ยำมะม่วงเบา มาถึงถิ่นใต้ต้องกินมะม่วงเบา จานนี้ซอยมะม่วงจนเป็นฝอย คลุกเคล้ากับกุ้งแห้งป่น หอมแดงซอย พริกขี้หนูสวนซอย เติมรสด้วยน้ำตาล น้ำปลา ขอบอกเลยว่าแซ่บจนไม่อยากแบ่งใคร

 

ขอบคุณ สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (TK Park)

prachubadverrr



( 0 Votes ) Add a comment
   

พาหลงพระตะบอง ตะลุยเมืองประวัตศาสตร์สุดเรียบง่าย

พาหลงพระตะบอง ตะลุยเมืองประวัติศาสตร์สุดเรียบง่าย>>>หลายคนคงสงสัยว่าเหตุใดนายรอบรู้จึงจะต้องพาเพื่อนๆไปหลง จริงๆแล้ว “หลง” ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงหลงทาง แต่เราจะพาเพื่อนๆไปหลงใหลกับเมืองเก่าแสนเรียบง่าย นามว่า พระตะบอง พระตะบอง หรือ บัตดอมบอง (Batdambang) ในภาษาเขมร มีความหมายว่า กระบองหาย ตามนิทานปรัมปราที่เล่าว่าฤาษีที่ปกครองเมืองได้ทำกระบองหายระหว่างทำสงครามแย่งเมือง เมื่อกระบองหายจึงพ่ายแพ้เสียเมือง เป็นที่มาของชื่อกระบองหายหรือบัตดอมบอง ภายหลังตกอยู่ในอำนาจของสยามจึงเรียกเป็น “พระตะบอง” ในที่สุด ในครั้นที่สยามปกครองได้ส่งเจ้าเมืองเชื้อสายเขมรตระกูล “อภัยวงศ์” ถึง 6 คน

cover1

นอกจากนิทานเก่าแก่หลายคนคงเคยได้ยินชื่อ พระตะบอง จากในหนังสือประวัติศาสตร์อยู่บ้าง อย่างที่รู้กันว่าสยามนั้นมีอิทธิพลในพระตะบองมานาน จนถึงสมัยรัชกาลที่ 5 พระตะบองก็ต้องตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ทว่าในช่วงพระตะบองเจริญรุ่งเรืองนั้นเกิดขึ้นในสมัยพระยาคทาธรธรณินทร์ (ชุ่ม อภัยวงศ์) หรือที่รู้กันจักกันในตำแหน่งเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของสยามจึงปรากฎอยู่ให้เห็นอยู่หลายแห่ง

governmenthouse1

governmenthouse2

ถ้าใครมาเที่ยวพระตะบอง “นายรอบรู้” อยากชวนย้อนรอยสยามกันที่นี้ พวกเราเริ่มต้นที่ศาลากลางเก่าเมืองพระตะบอง(ฺBattambong City Hall) ซึ่งเคยเป็นบ้านพักของพระยาคทาธรธรณินทร์ (ชุ่ม อภัยวงศ์)และครอบครัว ทั้งยังดูคล้ายๆโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี เพราะอาคารศาลากลางหลังนี้คือต้นแบบตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ที่จ.ปราจีนบุรี นั่นเอง

tumraisaw1

จากหลักฐานเล่าว่าพระยาคฑาธรฯ (ชุ่ม) ได้ว่าจ้างช่างชางอิตาลีเข้ามาสร้างอาคารนี้เป็นสถาปัตยกรรมแบบบาโรกเมื่อปี 2448 ทว่าไม่มีโอกาสใช้งานเพราะกว่าจะแล้วเสร็จสยามก็ต้องยกดินแดนให้กับฝรั่งเศส ต่อจากศาลากลางเมืองพระตะบอง เราไปต่อกันที่ วัดดัมรัยซอ (Wat Tahm-rai-saw)หรือวัดช้างเผือก วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อปี 2448ซึ่งเป็นวัดที่คล้ายคลึงกับวัดแก้วพิจิตร ในจังหวัดปราจีนบุรีอีกเช่นกัน เพราะทั้งสองวัดสร้างโดยพระยาคทาธรธรณินทร์ (ชุ่ม อภัยวงศ์)เช่นกัน

tumraisaw2

วัดนี้เป็นวัดที่มีศิลปะสวยงาม ภายนอกประดับด้วยปูนปั้นรูปสัตว์ต่างๆ อิทธิพลตะวันตกแต่เป็นฝีมือช่างพระตะบอง หน้าบันมีลวดลายมีตรา “แผ่นดินสยาม” ในสมัยรัชกาลที่ 5 ปรากฎอยู่ทั้งหน้าและหลังโบสถ์ ส่วนใบเสมาถ้าสังเกตดีๆจะเห็นลายพระแม่ธรณีบีบมวยผม ซึ่งต่อมานายควง อภัยวงศ์ใช้เป็นสัญลักษณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ในเวลาต่อมา ภายในโบสถ์ภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องราวพุทธประวัติและปูนปั้นเรื่องรามเกียรติ์ที่บานประตูวัด และพระประธานปางมารวิชัยประดิษฐานอยู่ภายในบุษบกคงคุณค่ากับการมากราบไหว้อย่างยิ่ง

banon1

banon2

ย้อนอดีตกันต่อกับปราสาทบานอน สร้างขึ้นในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 11 และ พุทธศตวรรษที่ 12 ตอนต้น ในยุคของพระเจ้าอุทัยทิตย์วรมันที่ 2 ตั้งอยู่บนเนินเขา เราต้องเดินขึ้นบันใด 358 ขั้น ก่อนจะถึงตัวปราสาท ที่นี่เป็นสถานที่สำคัญของเมืองพระตะบองเพราะคนเขมรเชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์เรื่องการบนบานอย่างมาก ชาวเขมรมีความเชื่อว่า ไม่ว่าจะบนบานที่ใดในดินแดนเขมรมาก็ตาม มาที่นี่ก็สามารถแก้บนทั้งหมดได้

banon3

ตบท้ายด้วยกิจกรรมสุดฮิตชื่อดังของที่นี่ คือการนั่งBamboo Train รถไฟแบบชาวบ้านๆ ที่ทำจากแคร่ไม้ไผ่ วางบนล้อเหล็ก ที่วิ่งไปตามทางรถไฟสายเก่าของเมืองที่ปัจจุบันไม่มีรถไฟวิ่งแล้ว Bamboo Train เป็นกิจกรรมยอดฮิตที่ใครมาพระตะบองต้องห้ามพลาด เพราะนอกจากได้ลองนั่งรถไฟแบบบ้านๆแล้ว ยังได้สัมผัสธรรมชาติสองข้างทางที่สวยงามและเรียบง่ายของเมืองพระตะบองอีกด้วย

bambootrain-1

bambootrain-2

bambootrain-4

นอกจากสถานที่ทั้งหมดนี้ ในตัวเมืองพระตะบอง ยังเป็นเมืองน่ารักที่เหมาะแก่การเดินเล่นอย่างมาก เพราะตึกสองฝั่งถนนเป็นตึกเก่าแก่ที่มีความคลาสสิคมากๆ ใครที่ชอบเดินเล่นถ่ายรูปไม่ควรพลาดการเดินเล่นรอบเมืองพระตะบองอย่างยิ่ง

pratabon2

pretabon1

ถึงแม้ว่าพระตะบองจะไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวชื่อดังเหมือนเสียมราฐหรือพนมเปญ แต่ที่นี่ก็มีเรื่องราวประวัติศาสตร์และสถานที่เทียวที่สวยงามไม่แพ้ที่ใดในกัมพูชาเลยจริงๆ

ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคตะวันออก

prachubadverrr



( 0 Votes ) Add a comment
   

6จุดไฮไลท์บนดอยอินทนนท์ตามเส้นทางพิพิฒน์

6 จุดไฮไลท์บนดอยอินทนนท์ตามเส้นทางพิพิฒน์>>> ถ้าพูดถึงความเย็นสบายต้องนึกถึงดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ยอดดอยที่สูงที่สุดในไทย และยอดเขาที่ขึ้นง่ายสุดของไทยด้วย เพราะสามารถขับรถยนต์ขึ้นยอดดอยได้เลย ตลอดเส้นทางหมายเลข 1009 มีที่เที่ยวมากมาย ตาม7 จุดไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดบนเส้นทางเที่ยวดอยอินทนนท์ ครั้งนี้ “นายรอบรู้” มีโอกาสไปเที่ยวกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ที่จัดทริปเต็มตามรอยพิพัฒน์ อัศจรรย์แห่งขุนเขา (ชวนกันแอ่วดอย ตามรอยพ่อหลวง)

cover

1. ทักทายพระอาทิตย์ตอนเช้า ถ้าไม่อยากพลาดซีนนี้ต้องตื่นเช้าเพื่อขึ้นดอยอินทนนท์ให้ทันพระอาทิตย์ขึ้น แล้วรอเวลาแสงแรกจากจุดที่พระอาทิตย์ขึ้นสวยที่สุดแห่งหนึ่งคือจุดจอดรถทางขึ้นกิ่วแม่ปาน เพราะเป็นพื้นที่เปิดมองได้ไกลสุดสายตา ยิ่งมาในช่วงที่แสงที่จับขอบฟ้าเป็นเส้นตรงเหลืองทองอร่าม ในบริเวณนี้มีร้านขายข้าวต้มและกาแฟให้คลายหนาว เพราะตอนเช้าอากาศจะหนาว

cnxr23

cnxr22

2.กิ่วแม่ปาน จากจุดจอดรถสามารถเดินเข้าไปในกิ่วแม่ปานได้ มีระยะทางประมาณ 3 กม. ช่วงแรกผ่านป่าดิบเขา มีสะพานไม้ข้ามลำธาร จากนั้นก็จะทะลุสันกิ่วแม่ปานที่เป็นทุ่งหญ้า มองเห็น อ. แม่แจ่ม เดินไปอีกนิดจะพบดงกุหลาบพันปีที่ราวต้นเดือน ม. ค. – ก.พ.จะออกดอกสีแดงพราวไปทั้งต้น ตลอดเส้นทางจะพบกับพืชหลากหลายชนิดตั้งแต่เฟินไม้เล็กๆอย่างมะยมดอย ต่าไก่ป่า บางช่วงยังมีเห็กรูปร่างแปลกตาด้วย

cnxr31

cnxr30

3.ยอดดอยอินทนนท์ จากกิ่วแม่ปานนั่งรถขึ้นบนยอดดอยอินทนนท์ บริเวณยอดดอยเรียกว่าอ่างกาหลวง เนื่องจากมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่มีน้ำขังตลอดปีและมีหินก้อนใหญ่รูปทรงเหมือนกาตั้งอยู่

cnxr24

cnxr25

จากลานจอดอันเป็นที่ตั้งสถานีเรดาห์ของกองทัพอากาศ เดินขึ้นไปซักพักจะเจอป้าย “สุงสูดแดนสยาม” ที่ต้องรอคิวแคปเจอร์กันนานซะหน่อย ถัดไปเป็นเจดีย์บรรจุพระอัฐิของเจ้าอินทวีชิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่และเป็นที่มาของดอยอินทนนท์

cnxr28

cnxr29

จากนั้นเป็นจุดหมุดแสดงความสูงสุดจากระดับน้ำทะเลของดอยอินทนนท์ซึ่งสูง 2565.3341 ม. ไม่ไกลกันเป็นสะพานไม้ที่ตัดผ่านป่าดิบเขาที่ปกคลุมด้วยมอส เฟินดูคล้ายป่าดึกดำบรรพ์ เดินได้สักพักจะเจอกับร้านกาแฟและพุ่มดอกกุหลาบพันปี

4. พระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนพภพภูมิสิริ ทางเข้าค่อยข้างจะแคบ ในช่วงเทศกาลรถต้องรอคิวขึ้นกัน เมื่อขึ้นมาแล้วจะพบกับสองเจดีย์คือพระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนพภพภูมิสิริ ตามประวัติในปี 2530 กองทัพได้สร้างพระมหาธาตุนถเมทนีดลขึ้นเพื่อเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทางพระเจริญพระชนมพรรษา 5 รอบ ต่อมาในปี 2535 ก็ได้จัดสร้างพระมหาธาตุนภพลราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระนามเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 5 รอบ ทั้งสองเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุบนยอดปลี การขึ้นชมบนเจดีย์ปัจจุบันมีสร้างบันไดเลื่อนสำรับขาขึ้น บริเวณรอบพระมหาธาตุทั้งสองตกแต่งจัดสวนอย่างงดงาม เป็นจุดทิวทัศน์ชมทะเลหมอกในช่วงเช้าและถ้าฟ้าเปิดจะมองเห็น อ. แม่แจ่มด้วย

cnrx33

5. สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ (โทร.0-5328-6777-8)จากทางหลวงหมายเลข 1009 เลี้ยวมาจากทางหลวงหมายเลข 1284 เข้ามายังบ้านแม่ขุนกลาง ที่นี้แม้จะเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศ แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ได้เสร็จเพื่อพัฒนาชีวิตของชาวบ้านตั้งแต่ ปี 2522 จนเกิดเป็นสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ขึ้น

cnxr36

cnxr37

เพื่อส่งเสริมให้ชาวไทยภูเขาเพาะปลูกพืชเมืองหนาวจนสร้างรายได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันทางสถานีเกษตรหลวงฯได้นำเอาปลาเทราต์เรนโบว์และปลาสเตอเจียนซึ่งเป็นปลาในเขตหนาวเข้ามาเลี้ยงเพราะพันธุ์ จนสำเร็จสามารถเพราะพันธุ์ได้แล้ว ปลาทั้งสองปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของน้ำบนดอยอินทนนท์ได้ โดยน้ำจะต้องเป็นน้ำไหลผ่านจากน้ำตกสิริภูมิซึ่งเป็นน้ำจากตาน้ำที่สะอาด ส่วนใครกลัวว่าปลาเทราต์และปลาสเตอเจียนซึงเป็นเอเลี่ยนสปีชีที่สร้างความเดือดร้อนให้กับระบบนิเวศบนดอยอินทนนท์ ทางสถานีเกษตรหลวงได้ป้องกันโดยสร้างบ่อที่แข็งแรงและมีตะแกรงเหล็กกันปลาว่ายหนีเข้าสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ

cnxr34

อย่างที่รู้กันว่าปลาสเตอเจียนสามารถให้ไข่ที่นำมาทำ คาเวียร์ ได้แต่ใครจะรู้ว่าไข่ปลาเทราต์ก็ทำคาเวียร์ได้เช่นกัน จริงๆ คาเวียร์ (Caviar) แปลว่าไข่ปลาที่ปรุงรสแล้ว แต่คาเวียร์ที่รสเลิศต้องเป็นปลาสเตอร์เจียน แต่ทางสถานีเกษตรหลวงสามารถผลิตได้เป็นคาเวียร์สีดำและสีส้มเหลือง เจ้าหน้าที่บอกว่า คาเวียร์สีดำได้จากปลาสเตอร์เจียนที่เลี้ยงดูอย่างดีถึง 9ปี ถึงจะมาทำคาเวียร์ได้

cnxr38

cnxr39

ภายในสถานีเกษตรหลวงฯยังจัดสวนแสดงไม้ดอกและพืชเมืองหนาวอย่างสวยงาม ที่ห้ามพลาดคือสวนสิริภูมิเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์เฟินทั้งของไทยและต่างประเทศ ไม้ดอก และพืชกินแมลง หลายคนมักชอบมาถ่ายรูปตรงบ่อน้ำกลางสถานีซึ่งมีกังหันน้ำและหงส์ 2 ตัว สีขาวและสีดำว่ายอวดโฉมรอให้เชลฟี่ด้วย รอบๆบึงปลูกก่วมแดงหรือที่รู้จักว่า “เมเปิ้ล” ในช่วงหน้าหนาวจะออกใบสีแดงสวยงาม

cnxr41

cnxr40

ส่วนใครที่อยากลิ้มลองรสชาติของปลาเทราต์เรนโบว์และปลาสเตอร์เจียนแนะนำให้มาที่ร้านอาหารของสถานีเกษตรหลวงฯ นำมาทำเป็นสเต็กปลาสเตอร์เจียนกินกับผักสลัดและปลาเทราต์ทอดกระเทียมเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู๊ด ปิดท้ายด้วยพานาคอตต้าสตรอเบอร์รี่

cnxr43

cnxr45-01

cnxr42

6. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง (โทร.0-5331-8333)จุดน่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของเส้นทางดอยอินทนนท์คือศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง ตั้งขึ้นเพื่อสนองนโยบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งทรงมีพระราชประสงค์ต้องการพัฒนาความเป็นอยู่ของชาวไทยภูเขาทั้งม้งและชาวปกาเกอะญอ

cnxr44

ในปื 2528เป็นศูนย์วิจัยทดลองไม้ดอกและไม้เมืองหนาว เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับว้อนบนเทือกเขาถนนธงชัยซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,300-1,400 ม. จึงมีอากาศหนาวตลอดปี ปัจจุบันภายในโครงการมีเส้นทางดอกไม้ระยะทางประมาณ 1 กม.

cnxr50

ทิวต้นนางพญาเสือโคร่งที่สาดสีชมพูสะพรั่งราวเดือน ม.ค. – ก.พ. หลายคนจึงมักมองหามุมสวยๆ โพสต์เก๋ๆกับฉากสีชมพูหวานซึ่งตัดกับฟ้าสีคราม หรือบางคนก็เดินชมความพราวฟรุ้งฟริ้งยามที่ตัวดอกต้องสีทองของแดดยามเช้า ยิ่งเวลาเดินอยู่แล้วกลีบดอกพัดปลิวไปตามกระแสลมก่อนที่ร่วงลงพื้นเป็นพรมผืนปูลาดไปถนน เป็นช่วงเวลาสุดโรแมนติกที่หาได้จากในชีวิตจริง

cnxr46

cnxr49

นอกจากทิวดอกนางพญาเสือโคร่งแล้วทางโครงการยังมีแปลงทดลองไม้เมืองหนาวอีกมากมายที่ปลูกหมุนเวียนไปตามฤดูกาล จากศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวางใช้เส้นทาง 1248 แล้ววิ่งเข้าทางหลวงหมายเลข 1013 เพื่อเข้าตัวเมืองเชียงใหม่เลย

สอบถามเพิ่มเติมเรื่อง ตามรอยพิพัฒน์ อัศจรรย์แห่งขุนเขา "ชวนแอ่วดอย ตามรอยพ่อหลวง" ได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ โทร. 0-5324-8604-5 

ขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่และสายการบิน Bangkok Airway (โทร. 1771 )

covermeahongson-01



( 0 Votes ) Add a comment
   

เที่ยวเชียงใหม่ เส้นทางแม่ริม – สะเมิง ตามรอยพิพัฒน์

เที่ยวเชียงใหม่ เส้นทางแม่ริม – สะเมิง ตามรอยพิพัฒน์ >>> ช่วงนี้ “นายรอบรู้” ชวนเที่ยวแบบกรีนๆตามรอยเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อ 30ปีที่แล้ว ในครั้งนั้นพระองค์ทอดพระเนตรปัญหาเรื่องฝิ่นซึ่งชาวไทยภูเขาปลูกขึ้นเพื่อทำกินเลี้ยงชีพ พระองค์จึงพระราชทานแนวโครงการหลวงเพื่อสนับสนุนชาวไทยภูเขาให้หันมาปลูกพืชเมืองหนาวแทนฝิ่น และวันนี้โครงการประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง ได้เปลี่ยนภูเขาฝิ่นเป็นไร่สตรอว์เบอร์รี่ ท้อ และพืชผลไม้เมืองหนาวอีกมากมาย

cnxr17

การเดินทางครั้งนี้ต้องขอขอบคุณ การท่องเทียวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่และสายการบิน Bangkok Airways ซึ่งมีเที่ยวบินกรุงเทพ – เชียงใหม่วันละ 6 เที่ยวบินต่อวัน ที่พานายรอบรู้มาเที่ยวตามเส้นทางรอยพิพัฒน์ หลังจากมาถึงสนามบินเชียงใหม่พวกเราก็มุ่งหน้าไปทาง อ. แม่ริ่มแล้วเลี้ยวไปยังอ. สะเมิง ตามเส้นทางหลวงหมาย 1096 ไปจุดหมายแรกคือ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ (เปิดเวลา08.30-17.00น. โทร. 0-5384-1234 ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 10 บาท รถยนต์ 100 บาท) 

>>>เหยียบเรือนยอดไม้-ม่อนแจ่ม

นอกจากเรือนกระจกที่รวบรวมพืชพันธุ์ไม้จากหลายภูมิอากาศทั่วทวีปเอเชียอาทิเช่นป่าฝนเขตร้อน ระบบนิเวศป่าพรุ บัว กล้วยไม้ เฟินและพืชทะเลทรายโดยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการควบคุมความชื้นสัมพันธ์แล้ว 

cnxr13

cnxr14

cnxr12

ยังมีอีกหนึ่งที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นคือ ทางเดินเหนือเรือนยอดไม้ (Canopy walk way ) สร้างเหนือผืนป่าปลูกซึ่งเป็นป่าเบจญพรรณ ยาวประมาณ 400 ม. สูงจากพื้นประมาณ 20 ม. ถือว่ายาวที่สุดในประเทศ พาดผ่านยอดไม้ที่น่าสนใจอย่างสนสามใบ ต้นสัก ต้นหมาก ต้นแคหางค่าง ต้นกำยาน ต้นตะแบก และต้นตะคำ แม้จะดูสูงทว่าทางเดินแข็งแรงไม่โยกสั่น สามารถชมยอดไม้ได้อย่างสบายใจแม้จะเป็นคนกลัวความสูงก้ตาม บริเวณทางเดินเหนือยอดไม้ มีร้านอาหารและเครื่องดื่มบริการอยู่ด้วย  

cnxr24

cnxr25

cnxr26

จากสวนพฤกษศาสตร์พวกเรามุ่งหน้าไปยังม่อนแจ่ม (ติดต่อที่พัก โทร. 08-1806-3993, 08-4732-0466) กินมื้อเที่ยงบนดอยสูง ม่อน หมายถึงภูเขา ม่อนแจ่มเป็นที่ตั้งของร้านอาหารที่สามารถชมทิวทัศน์ของเทือกเขาได้ 360 องศา อากาศเย็นตลอดปี ร้านนี้เมนูมีนับร้อยแต่ที่อยากให้สั่งทานกันมากๆคือ ตำสตรอว์เบอร์รี่ อร่อยมาก 

cnxr23

cnxr22

cnxr21

cnxr19

cnxr18

รอบๆ ร้านจัดตกแต่งเป็นสวนไม้เมืองหนาวให้เซลฟี่กันให้เพลินไปเลย ทางขึ้นม่อนแจ่มมีร้านขายของฝาก พืชผักผลไม้เมืองหนาวอยู่หลายร้าน หรือใครอยากนึกสนุกลองไปนั่งฟอโมล่าม้ง รถที่ทำจากไม้ปล่อยตัวมากจากเนินสูง ต้องจับมั่นบังคับให้เป็นถึงจะไม่ล้มลงกลางทางซะก่อน แต่รับรองว่าสนุกจนลืมวัยกันแน่นอน

cnxr9

cnxr10

cnxr11

cnxr16

ม่อนแจ่มเป็นหนึ่งใน 26 ม่อน ในบ้านหนองหอยซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวม้งซึ่งอยู่ในพื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย (โทร. 08-1950-9767)ซึ่งตั้งชึ้นในปี 2512 เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จทรงเยี่ยมเยียนราษฎรจึงมีพระราชดำริส่งเสริมพืชเมืองหนาวให้กับราษฎรแทนการปลูกฝิ่น

cnx15

ปัจจุบันทางศูนย์โครงการฯเป็นศูนย์กลางรวบรวมพืชผักเมืองหนาวจากชาวบ้านส่งขายร้านอาหารในกรุงเทพฯอยู่ตลอดเช่น ร้านอาหารเอ็มเค ที่รับผักกาดขาวจากโครงการฯไป ถ้าใครไปม่อนแจ่มอย่าลืมไปแวะชมแปลงผักของชาวบ้านหรือจะเข้าไปในศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอยซึ่งมีแปลงผักและแปลงสาธิตปลูกผักจำพวก กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค บัตเตอร์เฮด ฯลฯ ให้เลือกซื้อด้วยนะ

cnxr6

cnxr8

cnxr7 cnxr5

cnxr4

>>>ชมไม้เมืองหนาวและสตรอว์เบอร์รี่

หลังจากม่อนแจ่มแล้วพวกเรามุ่งหน้าสู่โครงการหลวงปางดะ หรือสถานีเกษตรหลวงปางดะ (จองที่พัก โทร. 0-5337-8046, 08-7173-5454)ที่นี้โดดเด่นเรื่องการเพาะปลูกดอกกุหลาบสายพันธุ์ต่างประเทศทั้งกุหลาบสีแดง เหลือ ขาวและชมพู นอกจากนี้ยังมีกีวี องุ่นไร้เมล็ด ฯลฯ ถ้ามาตรงช่วงที่ผลไม้เมืองหนาวออกอาจจะได้กินและซื้อกลับบ้าน ถ้าใครอินกับบรรยากาศแปลงพืชและผักไม้เมืองหนาวก็ลองเช็คอินเข้าที่พักของโครงการฯได้

cnxr3

cnxr2

cnxr1

ใกล้ๆกันเป็นแปลงสตรอว์เบอร์รี่ไร่นภ-ภูผา (โทร. 0-5337-8415, 08-1603-9800)ที่เคลมว่าเป็นไร่สตอรว์เบอร์รี่ปลอดสารพิษที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวหิ้วตระกร้า พร้อมร่มสีแดงเก๋ๆกันแดดลงไปเก็บสตรอว์เบอร์รี่ด้วยตัวเองแล้วเอามาชั่งคิดราคาตามน้ำหนัก หรือใครไม่อยากเหนื่อยก็ลงสั่งน้ำสตรอว์เบอร์รี่ปั่นและของหวานมาละเลียดกินพร้อมเสพบรรยากาศหนาวๆที่ไร่ได้ ในบริเวณเดียวกันร้านขายของฝากที่หอบเอาผลไม้เมืองหนาวอย่างเคพกูสเบอร์รี่ อาโวคาโด้ มาขายจากชาวบ้าน เหนื่อยกับการเก็บสตรอว์เบอร์รี่ก็ลองเช็คอินพักในไร่นถ- ภูผาให้อินกับการเป็นชาวไร่กันไปเลย 

cnxr27

  cnxr31 cnxr28

cnxr29

cnxr30

ฟินกับไปกับบรรยากาศบนเส้นทางแม่ริม-สะเมิง ใครจะเชื่อว่าเมื่อ 30 ปีที่แล้วที่นี้จะเป็นแหล่งปลูกฝิ่นพืชเสพติดอันดับต้นๆของประเทศ ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงเปลี่ยนพื้นที่ปลูกฝิ่นเป็นไร่สตรอว์เบอร์รี่และพืชเมืองหนาวอื่น ทั้งยังช่วยชาวบ้านให้มีรายได้จากพืชและพัฒนาการท่องเที่ยวในชุมชนด้วย ทำให้วันนี้เส้นทางแม่ริม-สะเมิงเป็นเส้นทางเที่ยวยอดฮิตของนักท่องเที่ยวไปแล้ว


ขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่และสายการบิน Bangkok Airway 

prachubadverrr

 


( 0 Votes ) Add a comment
   

หน้า 7 จาก 59