NaiRobRoo.com | เมืองไทยน่าเที่ยว

เที่ยวสถานีเกษตรหลวงดอยอินทนนท์ ความสุขเหลือล้นที่บ้านแม่กลางหลวง

ต้นเดือนที่ผ่านมา “นายรอบรู้” แว่บไปขึ้นดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่  ...หลายคนคงเคยมากิ่วแม่ปาน หรือยอดดอยหลวงกันแล้ว แต่อาจไม่รู้ว่าบนดอยอินทนนท์มีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่นๆ โดยเฉพาะด้านท่องเที่ยวเชิงเกษตร คราวนี้เราได้รับเชิญจาก สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. เจ้าของพื้นที่ซึ่งดูแลงาน “โครงการหลวง” ทำหน้าที่ส่งเสริมการพัฒนาและวิจัยด้านเกษตรให้กับชาวเขา พาเราไปชมตั้งแต่สถานีเกษตรไปจนถึงหมู่บ้านชนเผ่าปกาเกอะญอ  ...ใครที่มาดอยอินทนนท์แล้วพลาดไป บอกเลยว่าต้องมาแก้ตัวให้ได้!! 

doiincover

>>>ชิมปลาเทราต์ ชมดอกไม้เมืองหนาว ที่สถานีเกษตรหลวงฯ

ไม่ต้องคนอื่นไกล ตัว “นายรอบรู้” เองขึ้นดอยอินท์ฯ ก็หลายครั้ง แต่ไม่ได้แวะเที่ยวสถานีเกษตรหลวงดอยอินทนนท์สักเท่าไร เลยไม่รู้ว่านอกจากดอกไม้สวยๆ แล้ว เดี๋ยวนี้เขามีที่พักน่านอนราคาไม่แพง มีร้านอาหารที่ปรุงจากพืชผักและปลาจากเมืองหนาวด้วย สถานีตั้งอยู่ที่บ้านขุนกลาง อยู่เลย กม.31 มานิดเดียว

doiin1

doiin2

สถานีเกษตรแห่งนี้ เกิดจากสายพระเนตรอันยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชประสงค์ให้ชาวเขาทำการเกษตรทดแทนการปลูกฝิ่น การตัดไม้ทำลายป่า ทำไร่เลื่อนลอย ที่จะสร้างปัญหาตามมาในอนาคต จึงโปรดเกล้าฯ ให้ก่อตั้งสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2522 เพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตรแผนใหม่ที่ให้ผลผลิตสูง ดึงให้ชาวบ้านลดละเลิกการเกษตรวิถีเก่ามาสู่การเกษตรวิถีใหม่ 

doiin3

doiin4

ก่อนจะไปชิม เราขอชวนเดินเที่ยวสวนดอกไม้ ภายในสถานีเกษตรเต็มไปด้วยพรรณไม้ดอกไม้ที่ประดับไว้สวยงามตามจุดต่างๆ จุดแรกคือสวน 80 พรรษา ที่มีสวนดอกไม้และสระน้ำที่มีหงส์ดำและหงส์ขาวว่ายอวดโฉมไปมา มีสวนกุหลาบพันปี-พันธุ์ไม้หายากที่ขึ้นเฉพาะตามพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 2,000 เมตรขึ้นไปเท่านั้น แต่นักวิจัยโครงการหลวงสามารถนำมาปลูกและผสมพันธุ์ได้สำเร็จ

doiin5

doiin6

หากเดินลึกเข้าไปจะพบชาวบ้านง่วนอยู่กับแปลงต้นไม้ดอกไม้ ซึ่งเตรียมนำมาจัดแสดงในสถานีและส่งลงไปจัดแสดงในอุทยานหลวงราชพฤกษ์  คอกาแฟแนะนำให้แวะเติมคาเฟอีนที่ซุ้มกาแฟบริเวณหน้าสวน 80 ปี แต่ที่นับเป็นสุดยอดไฮไลต์พลาดไม่ได้คืออาหารที่สโมสรสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ มีเมนูเด็ดหาชิมยากหลายอย่างฝีมือของ “เชฟโจ” พ่อครัวมือหนึ่งของสถานีเกษตรหลวงฯ โดยเฉพาะเมนูจากปลาเรนโบว์เทราต์หรือปลาเทราต์และปลาสเตอร์เจียน

doiin13 doiin10 

doiin14

จานเด็ดคือสเต็กปลาสเตอร์เจี้ยนซัลซ่าซอส ปลาสเตอร์เจี้ยนคือปลาที่ให้ไข่ปลาคาร์เวียร์ (คาร์เวียร์เป็นชื่อเรียกวิธีการถนอมอาหาร) นำพันธุ์มาจากรัสเซียและเยอรมันมาเลี้ยงบนดอยอินทนนท์ เนื้อของมันก็กินอร่อยไม่แพ้กัน ทั้งนุ่มและมัน เข้ากับรสเปรี้ยวของซอส อีกอย่างที่พลาดไม่ได้คือปลาเรนโบว์เทราต์นึ่งซีอิ๊ว ปลาเทราต์นำพันธุ์มาจากอเมริกาเหนือ เนื้อปลาละเอียด นึ่งกับเบคอน รสชาติกลมกล่อม

doiin7 doiin8

นอกจากนี้ยังมีเมนูเด็ดอื่นๆ เช่น เป็ดอี้เหลียงอบกาแฟดอยคำ ที่เนื้อนุ่มกว่าเป็ดทั่วไป และหอมกลิ่นเมล็ดกาแฟอาราบิกาที่มาช่วยดับกลิ่นของเป็ด เป็ดอี้เหลียงเป็นเป็ดสายพันธุ์จีน นำมาเพาะพันธุ์และเลี้ยงที่ดอยอ่างขาง มีน้ำพริกเห็ดหอม ปลาสลิดทอด และแกงเหลืองปลาเทราต์ ผักที่นำมาประกอบอาหารก็สดใหม่ไร้สารพิษ ส่งตรงมาจากบ้านเมืองอางที่เป็นแหล่งปลูกผักโครงการหลวงแหล่งใหญ่ของดอยอินทนนท์ 

doiin11

ส่วนของหวานขอแนะนำพานาคอตตาสตรอว์เบอร์รี ที่ได้สตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน 80 รสหวานไร้สารพิษมาเป็นตัวชูโรง เท่านี้ก็อิ่มใจอิ่มกายกันแล้ว ตามหา “หยกของโลกสีเขียว” ที่สวนหลวงสิริภูมิอิ่มแล้วก็ไปเดินย่อยกันหน่อย ไม่ไกลจากสถานีเกษตรหลวงฯ มีเส้นทางสั้นๆ เดินไปชมน้ำตกสิริภูมิ น้ำตกขนาดเล็กที่สวยงามไม่น้อย

น้ำตกสิริภูมิ เดิมชื่อ น้ำตกเลาลี ตามชื่อของหัวหน้าเผ่าม้งผู้เป็นที่เคารพในชุมชน ต่อมาในปีพ.ศ. 2541 ม.ร.ว.จักรทอง ทองใหญ่ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น น้ำตกสิริภูมิ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ

doiincover

เส้นทางที่จะเข้าสู่ตัวน้ำตกจัดทำเป็นสวนหลวงสิริภูมิ ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 8 ไร่ พัฒนาขึ้น พ.ศ. 2545 เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์เฟิน ปัจจุบันมีถึง 30 สกุล 50 ชนิด สวนแห่งนี้มาจากแนวคิดการปลูกเฟินเพื่ออนุรักษ์ต้นน้ำ เพราะรากเฟินช่วยยึดหน้าดิน สร้างขึ้นเลียนแบบธรรมชาติ โดยนำพันธุ์เฟินจากทั่วเมืองไทย มาเลเซีย ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ มาเพาะสปอร์แล้วนำมาปลูก ทำให้สวนแห่งนี้เป็นแหล่วงรวบรวมพันธุ์เฟินที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย โดยเฉพาะ Tree Fern หรือกูดต้น ซึ่งเป็นเฟินสายพันธุ์ที่สูงที่สุด มีถึงกว่า 10 ชนิด นับว่ามีกูดต้นมากที่สุดในเอเชียอาคเนย์ Tree Fern เหล่านี้ต้องอาศัยอยู่บนพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 1,000 เมตร

doiin20

นอกจากนี้ยังมีเฟินอุ้งตีนหมี เฟินลูกไก่ทอง เฟินกีบแรด กูดกิน ซึ่งเป็นเฟินหายาก ใกล้สูญพันธุ์แล้ว พี่อนุพันธ์ สุรินรังษี นักวิชาการเฟิน ที่ทำงานอยู่ที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ ที่นำเดินชม บอกเล่าถึงเสน่ห์ของพืชชนิดนี้ว่าเป็นพืชโบราณ เกิดก่อนไม้ดอก มีเฟินมาตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ และปรับตัวมาอยู่จนถึงปัจจุบัน ในผืนป่าที่มีเฟินจะทำให้มองไปแล้วเย็นตา เย็นใจ ร่มรื่น จึงมีการขนานนามเฟินว่าเป็น “หยกของโลกสีเขียว” ความสวยของเฟินยังอยู่คู่กับป่าตลอดทุกช่วงเวลา ต่างจากไม้ดอกที่พอหมดดอกแล้วก็หมดสวย 

>>>สัมผัสวิถีชาวปกาเกอะญอ ณ บ้านแม่กลางหลวง

บ้านแม่กลางหลวงอยู่ครึ่งทางก่อนถึงยอดดอยอินทนนท์ บริเวณกิโลเมตรที่ 26 จากสถานีเกษตรฯ ให้ย้อนลงมา เมื่อเข้าถึงหมู่บ้านจะพบนาขั้นบันไดผืนใหญ่ที่สุดในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ หมู่บ้านแห่งนี้เป็นที่ราบกลางหุบเขา มีลำธารหลายสายไหลผ่าน ทำให้เหมาะกับการทำเกษตรรวมทั้งทำประมงที่สูง ชาวบ้านเป็นชาวปกาเกอะญอ หรือกะเหรี่ยง

doiin18

แม่กลางหลวงมีไฮไลต์เด็ดหลายอย่าง ตั้งแต่นาขั้นบันไดที่สวยงาม เริ่มปลูกกันตั้งแต่เดือนพฤษภาคม และข้าวออกรวงเหลืองทองเริ่มเก็บเกี่ยวตั้งแต่เดือนตุลาคมไปจนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน ที่นี่ยังมีกาแฟอาราบิการสเยี่ยมเพราะปลูกที่ความสูงเหมาะสม อ้ายสมศักดิ์ บาริสต้าแห่งแม่กลางหลวงทั้งปลูกเอง คั่งเอง ก่อนมาเป็นกาแฟรสเยี่ยมให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลอง นอกจากนี้ยังมีผ้าทอสีสวยๆ และเสื้อปกาเกอะญอเก๋ๆ ให้เลือกซื้อไปฝากคนที่คิดถึง หากได้เห็นชาวบ้านนั่งตีฝ้าย ปั่นฝ้ายทำเป็นด้ายแล้วนำมาทอมือทีละเส้นทีละเส้นแล้ว ก็จะเห็นว่ากว่าจะได้ผ้าแต่ละผืนนั้นไม่ง่ายเลย 

ด้วยความเย็นที่เหมาะสม บ้านแม่กลางหลวงยังเป็นที่เลี้ยงปลาสเตอร์เจี้ยนและปูขนของงานประมงที่สูง ซึ่งเป็นอีกส่วนในโครงการหลวง ปลาสเตอเจี้ยนเป็นปลากระดูกอ่อน ตัวเหมือนฉลาม ต้องเลี้ยงจนมีอายุ 8 ปีจึงจะรีดไข่ไปทำไข่ปลาคาร์เวียร์ได้ เนื่องจากเป็นปลาที่ต้องเลี้ยงในน้ำเย็น และนำไหลตลอดเวลาทำให้ต้องสร้างบ่อที่เหมาะสม ด้วยความเอาใจใส่ของชาวบ้านทำให้ได้ปลาที่มีคุณภาพและให้ผลผลิตราคาสูง

doiin16 doiin17

ในหมู่บ้านแม่กลางหลวงมีที่พักหลายแห่งซึ่งเป็นกิจการของชาวบ้านเอง เช่น อินทนนท์คีรีมายา บ้านโอมือเชอปอ (แม่กลางหลวงวิว) แพรว-พลอยรีสอร์ต ในวันที่เรามานอนพักนั้น ชาวบ้านทำพิธีมัดมือให้พวกเราด้วย ชาวปกาเกอะญอเชื่อว่าเป็นพิธีที่ขับไล่สิ่งไม่ดีให้ออกไป และเรียกขวัญของเราที่หนีหายไปให้กลับคืนมา ของที่ใช้ในการทำพิธีมีด้ายสีขาว ข้าวต้มมัด ไก่ต้ม เหล้าขาว และข้าวเบ๊อะ-อาหารประจำชาติของชาวปกาเกอะญอ ในสมัยก่อนพวกเขามีลูกหลานเยอะ บางปีปลูกข้าวไม่พอกิน จึงนำข้าวที่เหลือมาทำเป็นข้าวต้มโดยใส่พริก ใส่ผักหลากชนิดลงไปด้วย ลูกหลานจึงกินกันได้พออิ่ม – เราลองชิมแล้วรสชาติคล้ายกับข้าวต้มผสมแกงเขียวหวาน นับว่าอร่อยเลยทีเดียว    

ส่วนของฝากที่พลาดไม่ได้ คือโทงเทงฝรั่ง ผลไม้ลูกเล็กรสเปรี้ยวอมหวาน มีกลิ่นเฉพาะตัว ที่บ้านแม่กลางหลวงมีขายเป็นกองใหญ่ ราคาถูกกว่าข้างล่างเท่าตัว ใครได้ลองแล้วจะติดใจ มาเยือนดอยอินทนนท์เที่ยวนี้เราพบว่า ที่นี่ยังมีอะไรให้ค้นหาอีกมากมาย แว่วมาว่าทาง สวพส. มีโครงการพัฒนาหมู่บ้านอีกหลายแห่งให้เป็นจุดท่องเที่ยว หากมาครั้งหน้าคงมีอะไรตื่นตาตื่นใจอีกแน่นอน 


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) โทร. 0-5332-8496-8, www.hrdi.or.th

covercr-01 

 


( 0 Votes ) Add a comment
   

ขับรถเที่ยว เส้นทางดอกไม้อีสานใต้

พูดถึงดอกไม้ หลายคนพลันคิดไปถึงทางภาคเหนือ แต่อีสานบ้านเฮาก็มีเส้นทางดอกไม้ให้เที่ยวเหมือนกัน ทั้งแปลงดอกไม้ในฟาร์มและธรรมชาติ ยิ่งช่วงหนาว ดอกไม้ต่างชูช่อบานสะพรั่งอวดสีสันกันใหญ่ ว่าแล้วก็พร้อมกันยัง 

flower_cover

เราจะเริ่มเส้นทางการขับรถเที่ยวจาก กทม. ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2 แล้วเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 24  บริเวณอ. สีคิ้ว จ. นครราชสีมา แล้ววิ่งเข้าถนนทางหลวงหมายเลข 304 เพื่อยังไปยังจุดหมายแรกคือ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ใน ปี 2558 (อ่านเพิ่มเติม >>>http://goo.gl/684ZQe) ทางฟาร์มเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมระหว่างวันที่ 5 ธันวาคม 2558 – 10 มกราคม 2559 

jim9

jim12

ภายในแบ่งเป็นส่วนจัดแสดงต่างๆ ส่วนแรกเป็นแปลงดอกไม้คอตมอสหลากสีสันไกลสุดตา นอกจากทุ่งดอกไม้หลากสีแล้วยังมีกิจกรรมให้เรียนรู้ภายใต้ชื่อที่ว่า มังมูน บุญข้าว ที่ย่อโลกวัฒนธรรมอีสานอันเกี่ยวกับข้าวมาไว้ในที่เดียว  ในฟาร์มยังมีร้านอาหารพื้นถิ่นที่รสชาติถูกปากคนเมืองให้ลองชิ้มอีกด้วย ใช้เวลาที่นี้สัก 3-4 ชั่วโมงก่อนออกเดินทางไปยังจุดหมายต่อไปคือ จ. บุรีรัมย์ จากจิมทอมป์สันให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 224 วิ่งเข้าทางหลวงหมายเลข 226 ไปอ. คูเมือง จ. บุรีรัมย์ มุ่งตรงไปยังเพลาเพลิน

ก่อนเข้าเพลาเพลินแวะชิมเป็ดที่ร้านเป็ดย่างคูเมืองซึ่งเมนูอาหารแนะนำคือ เป็ด เรียกได้ว่าทุกส่วนของเป็ดนำมาทำอาหารได้หมด ไม่เว้นแม้กระทั่งบันท้าย (ตูด) ยังนำมาย่างกินแล้วอร่อยดี  (เปิด 10.00-20.00 น. โทร. 0-4469-9230)

flower11 flower12

จากนั้นเช็คอินที่พักที่เพลาเพลิน นั้นคือ เพลาเพลิน บูติค รีสอร์ท ความพิเศษคือที่นี้แต่ละห้องตกแต่งตามธีมของแต่ละประเทศทั่วโลก ใครชอบประเทศไหนบอกได้เลย

flower7 

เพลาเพลินเป็นอุทยานแห่งการเรียนรู้ของจ. บุรีรัมย์ ภายในแบ่งออกเป็น 3 ส่วนส่วนที่ 1  บูติครีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ แคมป์  ส่วนที่ 2  อุทยานไม้ดอก (FLORA)  ส่วนที่ 3  ศูนย์การเรียนรู้ด้านการเกษตร และปศุสัตว์ฟาร์ม  แต่ส่วนที่ฮอตฮิตคือ อุทยานไม้ดอกที่แบ่งการจัดแสดงพันธุ์ไม้ออกเป็น 6 โรงเรือน  เข้าไปโรงเรือนแรกเป็นโถงจัดแสดงพรรณไม้ตามฤดูกาล ที่ผลัดเปลี่ยนไปเรื่อยๆ  

flower1

flower3

flower2

จากนั้นตะลุยเข้าไปโรงเรือนที่ 2 จัดแสดงพันธุ์เฟินภายใต้คอนเซ็ปต์ ป่าดึกดำบรรพ์ มีรูปปั้นไดโนเสาร์ตัวใหญ่ยักษ์ ดูน่าเกรงขามซ่อนอยู่หลังกอเฟิน ดูราวกับตะลุยไปดินแดนเมื่อหลายล้านปีก่อน  โรงเรือนที่ 3 จัดแสดงสับปะรดสีและพืชกินแมลง ภายใต้คอนเซ็ปต์ สีสรรแห่งธรรมชาติ มีรูปปั้นนางเงือกน่ารักประดับอยู่โดยทั่ว มีผีเสื้อที่ทำจากดอกไม้ตัวใหญ่ให้ถ่ายรูปด้วย 

flower5

flower4

flower6

โรงเรือนที่ 4 จัดแสดงกล้วยไม้ ภายใต้คอนเซ็ปต์ กินรี ภายในตกแต่งด้วยกล้วยไม้นานาพันธุ์ มีรูปปั้นจำลองเหตุการณ์ในวรรณคดีตอนที่พรานบุญกำลังจับกินรี  โรงเรือนที่ 5 จัดแสดงพืชทะเลทราย ภายใต้คอนเซ็ปต์ มหาพีระมิด ได้บรรยากาศเหมือนอยู่ที่อียิปต์   โรงเรือนที่ 6 จัดแสดงดอกหน้าวัว ภายใต้คอนเซ็ปต์ ศิลปะอีสานใต้ สื่อถึงความเป็นประวัติศาสตร์และความเป็นอีสานผ่านนิทรรศการที่จำลองบ้านเรือนและวิถีชีวิตมาให้ดูกัน  

flower8

flower9

flower10

ในช่วงปลายปี 2558 ทางเพลาเพลินมีงานใหญ เรียกว่า The Dazzling Flora Carnival 2015 ซึ่งจะมีขบวนรถตกแต่งด้วยดอกไม้แลดูแฟนตาซี แต่ละคันมีดารานักแสดงร่วมด้วย ปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตในสวนแบบอบอุ่นๆ 

flower15

flower16

flower20

วันที่ 2 ขับรถกลับเข้าตัวเมืองบุรีรัมย์ เพื่อวิ่งเข้าทางหลวงหมาย 226 อีกครั้ง ไป จ. อุบลราชธานี ทักทายกับทุ่งดอกไม้บนลานหิน เมื่อมาถึงตัวอ. เมืองอุบลฯให้ข้ามฝั่งมาที่ อ. วารินชำราบ ลั้นล้าในทุ่งดอกกระดุมเงินหนองหญ้าม้า อยู่ที่บ้านโนนเค็ง ชาวบ้านแถบนี้นิยมเรียกว่า “หญ้าหัวหงอก มีนับล้านดอกดูไกลเป็นพรมสีขาวสวยงาม (อ่านเพิ่มเติม >>>http://goo.gl/1ncaEi

flower14

flower18

จากนั้นรีบขับรถเข้าตัวเมืองโขงเจียม รีบหาที่พักแล้วรอเวลาพรุ่งนี้เช้าไปดูเลาเสียบโขงดูดอกไม้กัน (อ่านเพิ่มเติม >>>http://goo.gl/AFQYdr)


ขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

prachubadverrr


( 0 Votes ) Add a comment
   

จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ทัวร์ 2558 : มังมูน บุญข้าว

ปี 2558 หลายคนคงรอคอยว่า  จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรและวัฒนธรรมจะจัดธีมงานแบบไหน?  มังมูน บุญข้าว เป็นธีมงานที่จัดขึ้นในปีนี้ พื้นที่กว่า 600 ไร่ ถูกรังสรรค์ให้เป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของคนอีสานกับข้าว ตลอดปี 12 เดือน ชาวอีสานจะมีงานบุญแต่ละเดือน เรียกว่า “ฮีตสิบสองคลองสิบสี่” ทางจิม ทอมป์สัน จึงหยิบงานบุญอันเกี่ยวกับข้าว “หกงานบุญ” มาให้มาเรียนรู้กัน

jim13

 นอกจากนี้ยังมีการปรับภูมิทัศน์ให้สอดคล้องกับกลิ่นอายความเป็นอีสานในทุกจุดท่องเที่ยว เริ่มตั้งแต่การตกแต่งประตูทางเข้าด้วยซุ้มข้าวหลาม และลานม่วนชื่นชาวนา ที่แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของชาวนา รวมถึงการตกแต่งแลนมาร์คฟักทองด้านหน้าด้วย ต้นมาลัยไม้ไผ่ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของชาวภูไทในบ้านกุดหว้า กาฬสินธุ์  และในส่วนของ 5 จุดท่องเที่ยว ภายใน จิม ทอมป์สันฟาร์ม ได้ถูกสร้างสรรค์ความพิเศษและความแปลกใหม่เพิ่มเติมประกอบด้วย 

jim1

jim2

จุดที่ 1 ทุ่งคอสมอสและแปลงเก็บผักปลอดสาร พบกับสีสันสดใสของ “ทุ่งดอกคอสมอสสีชมพูที่กว้างสุดลูกหูลูกตาบนพื้นที่กว่า 50 ไร่ เพลินตากับ สวนผักลอยฟ้าที่มีไม้ดอกและเห็ดหลากหลายชนิด สนุกสนานกับการเก็บผักสดๆ จากแปลงผักปลอดสารพิษ ตื่นตากับกิจกรรม”ไฮไลท์ประจำจุดท่องเที่ยวนี้ “ รถนิทรรศการหมอลำเคลื่อนที่” ที่มีทั้งนิทรรศการหมอลำ เวทีและรถบัสนอน พร้อมพาชมโลกของหมอลำอันเป็นแก่นแท้ตามฉบับของวิถีชีวิตชาวอีสาน

jim3

jim4

จุดที่ 2 ลานฟักทองและทุ่งดอกไม้หลากสี นี้อาจเป็นจุดที่ตรึงคุณไว้นานที่สุดก็เป็นได้ เพราเมื่อยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ อะไรๆก็สวยไปหมด โดดเด่นด้วยลูกฟักทองสีเหลืองยักษ์ ด้านหลังเป็นภูเขาพญาปราบ นอกจากความตระการตาของทุ่งดอกไม้แบบ 360 องศาแล้ว ยังเพลินตากับ”ลานบั้งไฟหลาย หลายล้าน”หรือลานบั้งไฟหลากสี เพลิดเพลินกับขบวนเซิ้งบั้งไฟที่แห่ผ่านทุ่งดอกไม้อย่างครึกครื้นและสนุกสนานกับกิจกรรม “คล้องกระติ๊บจิ๋ว” ด้วย

jim5

jim6

jim7

jim8

jim14

jim10

จุดที่ 3 หมู่บ้านอีสานชมวิจิตรงดงามของสถาปัตยกรรมอีสาน ทั้งเรือนโบราณและศาสนาคารอีสานดั้งเดิมทั้ง สิม หอไตร หอกลอง และเรือนไทยวนซึ่งเป็นเรือนพื้นถิ่นอีสานใหม่ 2 หลังจากอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา พร้อมทั้งจัดแสดงการสาธิตงานบุญดั้งเดิมเกี่ยวกับข้าวใน “ฮีตสิบสอง” ของชาวอีสาน นั้นคือ บุญคูนลาน- บุญเดือนยี่ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ข้างเปลือก  บุญข้าวจี่ – บุญเดือนสาม พิธีตักบาตรพระสงฆ์ด้วยข้าวจี่  บุญผะเหวต - บุญเดือนสี่ สดับตรับฟังเทศน์มหาชาติ งานบุญบั้งไฟ – บุญเดือนหก การบูชาพระยาแถนด้วยบั้งไฟเพื่อขอฝน บุญข้าวประดับดิน - บุญเดือนเก้า ที่อุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรดาญาติผู้ล่วงลับไปแล้วด้วยข้าวและอาหารคาวหวานนำไปแขวงไว้ตามกิ่งไม้ สุดท้ายเป็น บุญข้าวสาก-บุญเดือนสิบ การทำบุญที่ให้พระเณรจับสลาก เพื่อรับปัจจัยไทยทานและสำหรับกับข้าวที่ญาติโยมนำมาถวาย  พร้อมชมความอลังการของปราสาทข้าวที่สูงกว่า 14 เมตร โดดเด่นด้วยรูปทรงที่คล้ายกับปราสาทพิมาย ทุ่งข้าวหลากสีและควายหลากสี

jim16

jim15

jim19

jim18

jim21

จุดที่ 4 หมู่บ้านจิม เรียนรู้และร่วมทดลองกระบวนการผลิตผ้าไหมอันเป็นเอกลักษณ์ของจิม ทอมป์สันด้วยอย่างใกล้ชิดครบทุกขึ้นตอนตั้งแต่การเลี้ยงไหม การสาวไหม การฟอกย้อมเส้นไหมและการพิมพ์ผ้าไหม 

jim22

จุดที่ 5 ตลาดจิม ชมความงดงามของสวนแนวตั้งชิลเวอร์ฟอล และทุ่งดอกไม้ฮอลลี่ฮ็อค และสนุกกับการช้อปผัก ผลไม้ ต้นไม้ ไม้ดอกกะถางและผลผลิตทางการเกษตรทั้งสดและแปรรูป ตลอดจนผ้าไหม ผลิตภัณฑ์ต่างๆจากจิมทอมป์สัน 

jim17

jim11

jim12

จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม เกิดขึ้นมาเมื่อ ปี 2531 จากที่เป็นเพียงแหล่งผลิตไข่ไหม ส่งต่อให้ชาวบ้านซึ่งเป็นสมาชิกนำไปเลี้ยงต่อ แล้วรับซื้อรังไหมสดมาการผลิตเส้นไหมเพื่อทอเป็นผ้าไหมต่อไปแล้ว ทั้งยังเป็นแหล่งปลูกใบหม่อนด้วย ต่อมาปี 2541 ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเพื่อเรียนรู้วิถีทางการเกษตรการ เพาะหนอนไหม ชมแปลงผักและดอกไม้ และในปี 2552 จิม ทอมป์สันเริ่มโครงการ Art on Farm ขึ้นเพื่อเป็นโครงการนำร่องที่ทำให้ฟาร์มเป็นสถานที่จัดงานศิลปะในบริบทของแหล่งท่องเที่ยวทางเกษตรกรรม  โดยใช้วัสดุทางธรรมชาติ ในท้องถิ่นมาจัดแสดงภายในฟาร์มจนถึงปัจจุบัน 

jim9

จิม ทอมป์สัน  ฟาร์ม ทัวร์ 2558 : มังมูน บุญข้าว เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมระหว่างวันที่ 5 ธันวาคม 2558 – 10 มกราคม 2559 เวลา 09.00 -17.00 น.  ราคาบัตรหน้าฟาร์มสำหรับวันธรรมดา ผู้ใหญ่ราคา 180 บาท เด็กราคา 135 บาท  วันเสาร์-อาทิตย์ ผู้ใหญ่ราคา 220 บาท เด็กราคา 180 บาท และวันหยุดเทศกาลปีใหม่ ผู้ใหญ่ราคา 280 บาท เด็กราคา 220 บาท 

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร 0-2762-2566 และ 08-5660-7336  หรือเวปไซต์ http://www.jimthompsonfarm.com หรือ  https://www.facebook.com/JimThompsonFarmTour


prachubadverrr


( 0 Votes ) Add a comment
   

ตระการตาดอกไม้แห่งราชินี... ที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ฯ’58

ใครขึ้นเหนือไปหาหนาวที่เชียงใหม่ ลองหาโอกาสเหมาะๆ แวะไปถ่ายรูปกับดอกไม้นานาพันธุ์ที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ซึ่งปีนี้จัดเต็มทั้งดอกไม้หลากสีสัน และพรรณไม้สวยงามนานาชนิด มาเติมความสุข สนุกสนาน และฟินเว่อร์! 

cnx13

เป็นธรรมเนียมว่าทุกช่วงปลายปี อุทยานหลวงราชพฤกษ์จะจัด “เทศกาลชมสวน” หรือ Flora Festival ยกกองทัพดอกไม้และพันธุ์ไม้สวยงามจากโครงการหลวงทั่วประเทศและเครือข่ายกว่า 20 แห่ง มาแต่งแต้มสีสันให้พื้นที่กว่า 470 ไร่ เต็มไปด้วยพืชพรรณนานาชนิด ใครหลงใหลดอกไม้คงถ่ายรูปกันเพลิดเพลินทั้งวัน 

cnx2

ในปี 2559 นี้เป็นวาระมงคลที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระชนม์มายุ 84 พรรษา อุทยานหลวงราชพฤกษ์ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) และมูลนิธิโครงการหลวงและหน่วยงานภาคี จึงร่วมกันจัดงานเทศกาลชมสวนอย่างยิ่งใหญ่ ใช้ธีมของเทศกาลว่า “Flora of the Queen พฤกษา ราชินี” โดยมีดอกไม้เด่นคือ “ราชินีแห่งดอกไม้” ทั้ง 3 ชนิด ได้แก่ กล้วยไม้ ทิวลิป และกุหลาบ หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนมาจัดแสดง นอกจากนี้ยังมีดอกไม้พรรณไม้จัดแสดงอย่างสวยงามอีกมากมาย 

เทศกาลเริ่มต้นแล้วเมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ไปจนถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559


>>>7 จุดไฮไลท์ ห้ามพลาดชม

ทางอุทยานหลวงฯ ชวน “นายรอบรู้” ร่วมงานเปิดเทศกาลพร้อมกับพานั่งรถ ชม 7 จุดไฮไลท์ของงานปีนี้ เราตื่นตาตื่นใจกับ นิทรรศการ 84 พรรณพฤกษาราชินี บริเวณอาคารนิทรรศการเรือนกล้วยไม้ ซึ่งจัดแสดงพรรณไม้ที่เกี่ยวเนื่องในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จำนวน 84 ชนิด เช่น พรรณไม้พระราชทานนาม พรรณไม้ทรงโปรด พรรณไม้ที่เกี่ยวเนื่องกับโครงการพระราชดำริ

cnx1

ในเดือนกุมภาพันธ์บริเวณนี้จะมีนิทรรศการผ้าทอที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ ฯ ทรงส่งเสริมและพัฒนา  จากนั้นมาเรียนรู้วิถีชีวิตพอเพียง ณ สวนเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งจำลองวิถีชีวิตเกษตรกรที่นำแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ไปใช้ มีทั้งการสาธิตการเลี้ยงสัตว์ การทำนา การเลี้ยงไส้เดือน จิ้งหรีด และอย่าพลาดชมการปลูกองุ่นดำไร้เมล็ด พันธุ์บิวตี้ซีดเลส ซึ่งเป็นผลวิจัยของโครงการหลวง และแวะ สวนไม้ชุ่มน้ำ แหล่งสาธิตและถ่ายทอดองค์ความรู้ เรื่อง “ป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง” ตามแนวพระราชดำริ ซึ่งเป็นการจัดการสิ่งแวดล้อมที่คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน  

cnx3 cnx4

ขบวนรถพาเราไปต่อที่ อุโมงค์ไม้ดอก ซึ่งแต่งแต้มด้วยไม้ดอกเมืองหนาวที่ผลิบานสร้างสีสันในอุโมงค์ยาวกว่า 70 เมตร จากนั้นถ่ายภาพกับ Flower Mosaic ที่ผสมผสานของดอกไม้หลากสีออกมาเป็นลวดลายคล้ายกับมงกุฎดอกไม้ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความสุข ความสมหวังและความสำเร็จ  

cnx5

cnx9 cnx10

แต่ที่เรายกให้เป็น “ที่สุดของที่สุด” มีอยู่ 2 แห่ง คือ เรือนกล้วยไม้ ที่มีกล้วยไม้ กว่า 10,000 ต้น อันแสนตระการตา ให้เราถ่ายรูปสวยๆ กับกล้วยไม้พันธุ์แท้และพันธุ์ผสม อย่าพลาดชม Orchid chandelier หรือโคมระย้ากล้วยไม้ซึ่งจัดขึ้นในงานนี้เป็นครั้งแรก

cnx6

cnx8

อีกแห่งที่เป็นที่สุดคือ เรือนไม้ดอกควบคุมอุณหภูมิ จัดแสดงโดยใช้ชื่อว่า “มนต์เสน่ห์พรรณพฤกษา ราชินีของดอกไม้” ซึ่งมีดอกไม้เมืองหนาวที่สวยงามระดับราชินีสลับหมุนเวียนให้ได้ชมกันทุกเดือน เดือนธันวาคมเป็นเวทีของกล้วยไม้หลากสายพันธุ์ เดือนมกราคม ชมทิวลิป-ราชินีแห่งดอกไม้ของประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งจะบานอวดสีสันนับหมื่นดอก และช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ชมเสน่ห์ล้ำลึกของกุหลาบที่จะตราตรึงใจไปตลอดเดือนแห่งความรัก

>>>หอคำหลวง สัญลักษณ์ของอุทยานหลวงราชพฤกษ์

มาถึงอุทยานหลวงฯ แล้ว อย่าลืมแวะไป หอคำหลวง ซึ่งตั้งอยู่โดดเด่นใจกลางของงาน เรือนสถาปัตยกรรมแบบล้านนาอันวิจิตรและสง่างามแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ที่ทรงอัจฉริยภาพและทรงครองสิริราชสมบัติยาวนานที่สุดในโลก

cnx11 cnx12

หอคำหลวงได้ต้นแบบมาจากหอคำหลวงของเจ้าเมืองเชียงใหม่ แล้วนำมาประยุกต์ให้ทันสมัย แต่ยังคงรักษากลิ่นอายแบบล้านนา หลังคาของหอคำซ้อนทับกันตามลักษณะการสร้างวิหารของชาวล้านนาที่เรียกว่าวิหารซด มีสัญลักษณ์กระต่ายอันเป็นสัตว์ประจำปีพระราชสมภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอยู่บริเวณซุ้มประตูทุกด้าน ภายในมีจิตกรรมฝาผนังฝีมือ ผศ.ปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ แสดงพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเกี่ยวกับการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ นับเป็นอาคารที่งดงามควรค่าแก่การเข้าชมอย่างยิ่ง 

ค่าเข้าชมอุทยานหลวงราชพฤกษ์สำหรับคนไทย ผู้ใหญ่ 50 บาท และเด็ก  25 บาท เท่านั้น ใครอยากเข้าชมแบบไม่จำกัดจำนวนครั้ง ก็มีบัตรแบบรายปี ราคา 400 บาท จำหน่าย นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมอุทยานได้หลายวิธี ทั้งการนั่งรถราง รถกอล์ฟ หรืออยากชมแบบสะดวกตามใจตัวเองก็มีจักรยานให้เช่าปั่นคันละ 60 บาท/ครั้ง พร้อมคู่มือเส้นทางปั่นในอุทยานหลวงฯ ใครที่อยากนำจักรยานไปเองก็สามารถทำได้ 

cnx7

เทศกาลชมสวน Flora Festival 2015- “Flora of the Queen พฤกษาราชินี” จัดขึ้นเป็นระยะเวลา 91 วันระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2558 ถึง 29 กุมภาพันธ์ 2559 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 20.00 น.  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 053-114110-5 หรือ www.royalparkrajapruek.org

 

covercr-01


( 0 Votes ) Add a comment
   

หน้า 9 จาก 59