NaiRobRoo.com | เมืองไทยน่าเที่ยว

เที่ยวเชียงใหม่ เส้นทางแม่ริม – สะเมิง ตามรอยพิพัฒน์

เที่ยวเชียงใหม่ เส้นทางแม่ริม – สะเมิง ตามรอยพิพัฒน์ >>> ช่วงนี้ “นายรอบรู้” ชวนเที่ยวแบบกรีนๆตามรอยเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อ 30ปีที่แล้ว ในครั้งนั้นพระองค์ทอดพระเนตรปัญหาเรื่องฝิ่นซึ่งชาวไทยภูเขาปลูกขึ้นเพื่อทำกินเลี้ยงชีพ พระองค์จึงพระราชทานแนวโครงการหลวงเพื่อสนับสนุนชาวไทยภูเขาให้หันมาปลูกพืชเมืองหนาวแทนฝิ่น และวันนี้โครงการประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง ได้เปลี่ยนภูเขาฝิ่นเป็นไร่สตรอว์เบอร์รี่ ท้อ และพืชผลไม้เมืองหนาวอีกมากมาย

cnxr17

การเดินทางครั้งนี้ต้องขอขอบคุณ การท่องเทียวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่และสายการบิน Bangkok Airways ซึ่งมีเที่ยวบินกรุงเทพ – เชียงใหม่วันละ 6 เที่ยวบินต่อวัน ที่พานายรอบรู้มาเที่ยวตามเส้นทางรอยพิพัฒน์ หลังจากมาถึงสนามบินเชียงใหม่พวกเราก็มุ่งหน้าไปทาง อ. แม่ริ่มแล้วเลี้ยวไปยังอ. สะเมิง ตามเส้นทางหลวงหมาย 1096 ไปจุดหมายแรกคือ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ (เปิดเวลา08.30-17.00น. โทร. 0-5384-1234 ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 10 บาท รถยนต์ 100 บาท) 

>>>เหยียบเรือนยอดไม้-ม่อนแจ่ม

นอกจากเรือนกระจกที่รวบรวมพืชพันธุ์ไม้จากหลายภูมิอากาศทั่วทวีปเอเชียอาทิเช่นป่าฝนเขตร้อน ระบบนิเวศป่าพรุ บัว กล้วยไม้ เฟินและพืชทะเลทรายโดยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการควบคุมความชื้นสัมพันธ์แล้ว 

cnxr13

cnxr14

cnxr12

ยังมีอีกหนึ่งที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นคือ ทางเดินเหนือเรือนยอดไม้ (Canopy walk way ) สร้างเหนือผืนป่าปลูกซึ่งเป็นป่าเบจญพรรณ ยาวประมาณ 400 ม. สูงจากพื้นประมาณ 20 ม. ถือว่ายาวที่สุดในประเทศ พาดผ่านยอดไม้ที่น่าสนใจอย่างสนสามใบ ต้นสัก ต้นหมาก ต้นแคหางค่าง ต้นกำยาน ต้นตะแบก และต้นตะคำ แม้จะดูสูงทว่าทางเดินแข็งแรงไม่โยกสั่น สามารถชมยอดไม้ได้อย่างสบายใจแม้จะเป็นคนกลัวความสูงก้ตาม บริเวณทางเดินเหนือยอดไม้ มีร้านอาหารและเครื่องดื่มบริการอยู่ด้วย  

cnxr24

cnxr25

cnxr26

จากสวนพฤกษศาสตร์พวกเรามุ่งหน้าไปยังม่อนแจ่ม (ติดต่อที่พัก โทร. 08-1806-3993, 08-4732-0466) กินมื้อเที่ยงบนดอยสูง ม่อน หมายถึงภูเขา ม่อนแจ่มเป็นที่ตั้งของร้านอาหารที่สามารถชมทิวทัศน์ของเทือกเขาได้ 360 องศา อากาศเย็นตลอดปี ร้านนี้เมนูมีนับร้อยแต่ที่อยากให้สั่งทานกันมากๆคือ ตำสตรอว์เบอร์รี่ อร่อยมาก 

cnxr23

cnxr22

cnxr21

cnxr19

cnxr18

รอบๆ ร้านจัดตกแต่งเป็นสวนไม้เมืองหนาวให้เซลฟี่กันให้เพลินไปเลย ทางขึ้นม่อนแจ่มมีร้านขายของฝาก พืชผักผลไม้เมืองหนาวอยู่หลายร้าน หรือใครอยากนึกสนุกลองไปนั่งฟอโมล่าม้ง รถที่ทำจากไม้ปล่อยตัวมากจากเนินสูง ต้องจับมั่นบังคับให้เป็นถึงจะไม่ล้มลงกลางทางซะก่อน แต่รับรองว่าสนุกจนลืมวัยกันแน่นอน

cnxr9

cnxr10

cnxr11

cnxr16

ม่อนแจ่มเป็นหนึ่งใน 26 ม่อน ในบ้านหนองหอยซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวม้งซึ่งอยู่ในพื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย (โทร. 08-1950-9767)ซึ่งตั้งชึ้นในปี 2512 เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จทรงเยี่ยมเยียนราษฎรจึงมีพระราชดำริส่งเสริมพืชเมืองหนาวให้กับราษฎรแทนการปลูกฝิ่น

cnx15

ปัจจุบันทางศูนย์โครงการฯเป็นศูนย์กลางรวบรวมพืชผักเมืองหนาวจากชาวบ้านส่งขายร้านอาหารในกรุงเทพฯอยู่ตลอดเช่น ร้านอาหารเอ็มเค ที่รับผักกาดขาวจากโครงการฯไป ถ้าใครไปม่อนแจ่มอย่าลืมไปแวะชมแปลงผักของชาวบ้านหรือจะเข้าไปในศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอยซึ่งมีแปลงผักและแปลงสาธิตปลูกผักจำพวก กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค บัตเตอร์เฮด ฯลฯ ให้เลือกซื้อด้วยนะ

cnxr6

cnxr8

cnxr7 cnxr5

cnxr4

>>>ชมไม้เมืองหนาวและสตรอว์เบอร์รี่

หลังจากม่อนแจ่มแล้วพวกเรามุ่งหน้าสู่โครงการหลวงปางดะ หรือสถานีเกษตรหลวงปางดะ (จองที่พัก โทร. 0-5337-8046, 08-7173-5454)ที่นี้โดดเด่นเรื่องการเพาะปลูกดอกกุหลาบสายพันธุ์ต่างประเทศทั้งกุหลาบสีแดง เหลือ ขาวและชมพู นอกจากนี้ยังมีกีวี องุ่นไร้เมล็ด ฯลฯ ถ้ามาตรงช่วงที่ผลไม้เมืองหนาวออกอาจจะได้กินและซื้อกลับบ้าน ถ้าใครอินกับบรรยากาศแปลงพืชและผักไม้เมืองหนาวก็ลองเช็คอินเข้าที่พักของโครงการฯได้

cnxr3

cnxr2

cnxr1

ใกล้ๆกันเป็นแปลงสตรอว์เบอร์รี่ไร่นภ-ภูผา (โทร. 0-5337-8415, 08-1603-9800)ที่เคลมว่าเป็นไร่สตอรว์เบอร์รี่ปลอดสารพิษที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวหิ้วตระกร้า พร้อมร่มสีแดงเก๋ๆกันแดดลงไปเก็บสตรอว์เบอร์รี่ด้วยตัวเองแล้วเอามาชั่งคิดราคาตามน้ำหนัก หรือใครไม่อยากเหนื่อยก็ลงสั่งน้ำสตรอว์เบอร์รี่ปั่นและของหวานมาละเลียดกินพร้อมเสพบรรยากาศหนาวๆที่ไร่ได้ ในบริเวณเดียวกันร้านขายของฝากที่หอบเอาผลไม้เมืองหนาวอย่างเคพกูสเบอร์รี่ อาโวคาโด้ มาขายจากชาวบ้าน เหนื่อยกับการเก็บสตรอว์เบอร์รี่ก็ลองเช็คอินพักในไร่นถ- ภูผาให้อินกับการเป็นชาวไร่กันไปเลย 

cnxr27

  cnxr31 cnxr28

cnxr29

cnxr30

ฟินกับไปกับบรรยากาศบนเส้นทางแม่ริม-สะเมิง ใครจะเชื่อว่าเมื่อ 30 ปีที่แล้วที่นี้จะเป็นแหล่งปลูกฝิ่นพืชเสพติดอันดับต้นๆของประเทศ ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงเปลี่ยนพื้นที่ปลูกฝิ่นเป็นไร่สตรอว์เบอร์รี่และพืชเมืองหนาวอื่น ทั้งยังช่วยชาวบ้านให้มีรายได้จากพืชและพัฒนาการท่องเที่ยวในชุมชนด้วย ทำให้วันนี้เส้นทางแม่ริม-สะเมิงเป็นเส้นทางเที่ยวยอดฮิตของนักท่องเที่ยวไปแล้ว


ขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่และสายการบิน Bangkok Airway 

prachubadverrr

 


( 0 Votes ) Add a comment
   

จิบชาแก้หนาว...ที่บ้านศรีนาป่าน-ตาแวน

หนาวๆ แบบนี้นึกถึงชาร้อนๆ และชาร้อนๆ ก็ทำให้นึกถึงป่าเมี่ยงที่บ้านศรีนาป่าน-ตาแวน บ้านศรีนาป่าน-ตาแวน จ. น่าน เป็นชุมชนที่อพยพมาจากแคว้นสิบสองปันนาและสิบสองจุไทย ชาวบ้านที่นี่ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันคุ้นเคยกับการปลูกต้นเมี่ยงเป็นอย่างดี เพราะครั้งที่อพยพมานั้นมีการนำพันธุ์ต้นเมี่ยงหรือชามาปลูกด้วยซึ่งเป็นต้นชาสายพันธุ์เดียวกับ ชาอัสสัม ที่นี่จึงมีการทำเมี่ยงและผลิตภัณฑ์ชายี่ห้อ "ทีพนา"  เป็นชาคุณภาพดี รสชาติกลมกล่อมมากๆ

srinaban12

ต้นชาหรือต้นเมี่ยงที่ป่าห้วยหลวง บ้านศรีนาป่าน-ตาแวนเติบโตดีเพราะอยู่ในดงป่าไม้ใหญ่อันอุดมสมบูรณ์ ได้รับความชุ่มชื้นจากใบไม้ที่ร่วงหล่นทับถมกันมานานปี กลายเป็นปุ๋ยชั้นเยี่ยมที่ชาวบ้านไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยเคมี มีพื้นที่การปลูกชาประมาณ 5,000 ไร่ จุดที่ปลูกชาสูงกว่าระดับน้ำทะเลอยู่ที่ 300-800 เมตร อุณหภูมิ 25-30 องศา 

srinaban3 srinaban4

สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวพักโฮมสเตย์ที่บ้านศรีนาป่าน ก็จะได้ชมสวนป่าเมี่ยงและลงมือเก็บใบเมี่ยงด้วยตัวเอง อีกทั้งชมกระบวนการทำเมี่ยงไปจนถึงชมโรงงานการทำชาที่ทั้งสนุกและได้ความรู้แบบตาสว่างกันทั้งวัน เพราะคุณจะได้ทั้งอมเมี่ยงของกินพื้นถิ่นของชาวล้านนา และจิบชาร้อน ชาเย็นกันทั้งวัน

srinaban8 srinaban9

srinaban10 srinaban11

บ้านศรีนาป่านยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ที่นี่อากาศดีมาก แวะมาเรียนรู้ จิบชา ชมป่าเมี่ยงกันได้นะจ๊ะ 

srinaban6

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

>>>อบต.เรือง โทร. 0- 5470 -1033, 08 -9997 -8230 (นายกฯ คุณวิเชียร เขื่อนคง)

>>> สอบต. คุณเฉลียว สมจิต โทร. 08- 9266- 3770


covernan-01



( 0 Votes ) Add a comment
   

มุมธรรมชาติสุดฟิน อิน “แม่แจ่ม” ไม่เช็คอินไม่ได้แล้ว!!!

แม่แจ่ม มันแจ่มอย่างไรก็ต้องลองตาม “นายรอบรู้” ที่จัดมุมสุดฮิต ถ่ายยังไงก็สวย รับรองได้เลย 

>>>นาขั้นบันไดบ้านป่าบงเปียง 

maejam13

maejam11

maejam14

บ้านป่าบงเปียง นาขั้นบันไดที่สามารถชมทิวทัศน์กว่า 180 องศา ด้วยมุมมองที่มีทุ่งนาเป็นฉากหน้า บวกกับกระท่อมหลังเล็กๆ ประปราย ด้านหลังเป็นทิวเขาสลับซับซ้อน ถ้าหากมาช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตกด้วยแล้ว แสงอาทิตย์สีส้มกับทุ่งนาเขียวขจีรวมกับละอองฝนโปรยปรายช่วยให้นาชุ่มชื้นและสวยงามขึ้นไปอีกหลายเท่า หากใครยังนึกภาพไม่ออก น่าจะลองมานอนพักโฮมสเตย์ที่นี่สักคืนที่นี่ก็มีกระท่อมโฮมสเตย์หลังน้อยๆ กับบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยสายหมอก ทุ่งนา และธรรมชาติที่งดงามไม่แพ้ที่ใดในโลกเลยจริงๆ 

>>>จุดชมทะเลหมอกบ้านบนนา

maejam4

maejam3

นับเป็นจุดไฮไลท์ของการชมทะเลหมอกที่ผู้มาเยือนแม่แจ่มต้องมาสัมผัส ด้วยมีต้นไม้ใหญ่เป็นแลนมาร์ก ฉากหลังคือขุนเขาที่โอบกอดท้องทุ่งแม่แจ่มเอาไว้ ยิ่งช่วงปลายฝนต้นหนาวสายธารหมอกจะห่มคลุมท้องทุ่งและขุนเขาไว้เหมือนมีม่านสีขาวผืนใหญ่มาบดบัง พอสายลมหนาวพัดมาอาทิตย์ดวงโตเริ่มเผยโฉม สายหมอกจะค่อย ๆ เผยให้เห็นความงดงามเหมือนดั่งฉากรักโรแมนติกในเทพนิยายเชียวล่ะ จุดชมทะเลหมอกบ้านบนนาตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองแม่แจ่มไม่ไกลประมาณ 8 กิโลเมตรเท่านั้น และห่างออกไปราว 3 กิโลเมตร ก็มีอีกหนึ่งจุดชมวิวที่สวยงามมองเห็นขุนเขาและสายหมอกได้แบบ 360 องศา

>>>ทุ่งดอกบัวตองบ้านดินขาว

maejam1

maejam2

จากตัวเมืองแม่แจ่มไปตามทางหลวงชนบทหมายเลข 4024 เลี้ยวลดคดเคี้ยวไปตามสันเขา บางช่วงขรุขระเป็นหลุมบ่อ บางช่วงก็คลุกฝุ่นบนทางดินลูกรัง ด้วยระยะทางกว่า 30 กิโลเมตร ที่ดั้นด้นขึ้นมาจนถึงบ้านดินขาว ต. ปางหินฝน ดินแดนทุ่งดอกบัวตอง ที่น้อยคนนักจะเคยมาสัมผัส ดอกบัวตองสีเหลืองสดสะพรั่งบานอวดโฉมตามรายทางและขึ้นห่มคลุมบนเนินเขา รับสายลมหนาว เบื้องหลังปรากฎภาพวัดพระมารดานิจจานุเคราะห์หรือที่ชาวแม่แจ่มเรียกว่าโบสถ์เซนต์โยเซฟ ตั้งตระหง่านบนเขาสูงเป็นฉากหลังที่ช่วยให้บรรยากาศดูโรแมนติกเหมือนอยู่เมืองนอก           

>>>สวนเกษตรบ้านโหล่งปง

maejam5

maejam6

maejam7

ใครอยากซื้อผักสด ๆ จากไร่ แนะนำให้มาที่สวนเกษตรบ้านโหล่งปง เป็นสวนเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในแม่แจ่ม ห่างจากตัวเมืองแม่แจ่มไปประมาณ 25 กิโลเมตร บนทางหลวงหมายเลข 1088 มองไปยังสองข้างทางเต็มไปด้วยพืชผักเมืองหนาว ที่ปลูกผัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันตลอดปี มีทั้งมะเขือเทศ กะหล่ำปลี ผักกาดขาว พริกหยวก หอมแดง และพืชผักอีกนานาชนิด แถมยังปลูกมันฝรั่งนับสิบ ๆ ไร่ สามารถแวะซื้อผักสด ๆ คุณภาพดีในราคามิตรภาพที่ส่งตรงจากชาวสวนเกษตรบ้านโหล่งปง 


prachubadverrr

  


( 0 Votes ) Add a comment
   

ชมดอกไม้ ถ่ายรูปสุดชิค ที่งานมหกรรมดอกไม้ดาษดา

งานมหกรรมดอกไม้ "ดาษดา" ที่ดาษดาแกลเลอรี่ อ. เมือง จ.ปราจีนบุรี ปีนี้จัดอย่างยิ่งใหญ่อลังการ ด้วยคอนเซ็ป “Art in heart แค่เห็นก็เข้าใจ” มีดอกไม้นานาชนิดถูกจัดตกแต่งอย่างสวยงามท่ามกลางบรรยากาศเขาใหญ่ ที่ใครๆก็อยากไปสัมผัสสักครั้ง โดยทาง ดาษดา ได้จัดโซนต่างๆเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความงาม และถ่ายภาพกันได้อย่างเต็มที่ วันนี้”นายรอบรู้”จะพาเพื่อนๆไปชมโซนเด่นๆในงานกัน

dadsacover11012016

ทิวเขาใหญ่โอบล้อมทุ่งนาที่ข้าวกำลังตั้งท้องนั้นสวยงามต้องใจนัก บรรยากาศที่นี่ทำให้หลายๆคนถ่ายรูปจนลืมเวลากันเลยทีเดียว นอกจากนั้นยังมีศาลาเทวดา ศาลาไม้ขนาดใหญ่ที่สร้างได้อย่างงดงาม ที่ตั้งเด่นอยู่บนเนินซึ่งเป็นจุดชมวิวแบบ 360 องศา และพี่หมีตัวใหญ่ให้ได้เซลฟีไปอวดเพื่อนๆกันได้อีก

dadsa12

dadsa14

dadsa11

จากทุ่งดาษดา นั่งรถรับส่งที่บริการอยู่ใกล้ๆไปที่สวนเพื่อนตัวน้อย  เข้าไปสัมผัสบรรยากาศของสัตว์ต่างๆเช่น นกยูง กระต่าย แพะ นกแก้ว และสัตว์ตัวน้อยอีกมากมายได้อย่างใกล้ชิด เพราะมีทางเดินยกระดับผ่านเข้าไปในกรงขนาดใหญ่ จุดนี้เด็กๆจะได้ใช้เวลาอยู่กับเพื่อนตัวน้อยท่ามกลางบรรยากาศต้นไม้ น้ำตก ที่เป็นธรรมชาติสุดๆ

dadsa15

dadsa22

dadsa21

dadsa20

ถัดมาที่ Hall B ซึ่งเป็นไฮไลท์ของปีนี้เลยก็ว่าได้ คือการแสดงดอกกล้วยไม้ฟาแลนนอฟซิสในห้องมืด ร่วมกับเทคนิค Mapping และ Interactive Game Design ที่มีทั้งแสงสีเสียงตระการตา ในห้องที่เต็มไปด้วยดอกกล้วยไม้หลายพันดอก เราจะได้เห็นการฉายแสงไปบนดอกกล้วยไม้ และเปลี่ยนสีไปตามจังหวะดนตรีเป็นที่ตื่นตาตื่นใจของนักท่องเที่ยวทุกๆคน โดยจัดแสดงเป็นรอบ รอบละ 15 นาที เริ่มแสดงทุกๆต้นชั่วโมง

dadsa1

dadsa2

dadsa5

dadsa6

ออกจากชมการแสดง ชมกล้วยไม้ฟาเลนอฟซิส ดอกไม้ไฮไลท์ของปีนี้จัดแสดงอยู่ในเรือนกระจกควบคุมอุณภูมิ ซึ่งดอกกล้วยไม้ชนิดนี้เป็นดอกไม้ที่ต้องอาศัยการดูแลและเอาใจใส่เป็นอย่างมาก กว่าที่จะมีดอกให้เราได้ชมนั้นต้องใช้เวลาดูแลถึง 2 ปีครึ่งเลยทีเดียว ชมดอกไม้และถ่ายรูปกันจนเต็มอิ่ม ใครที่อยากซื้อดอกกล้วยไม้กลับบ้าน ก็สามารถซื้อหากันได้จากตรงนี้ นอกจากจะได้กล้วยไม้กลับบ้านแล้วยังได้ความรู้จากกูรูที่ให้คำปรึกษาอยู่ในร้านอีกด้วย

dadsa7

dadsa9

dadsa10

dadsa4

dadsa13

หากใครมีเวลาต่อที่นี่มีร้านอาหาร ร้านกาแฟบรรยากาศชิคๆบริการ หรือช่วงเย็นแวะไปชมอุโมงเรืองแสงรูปหัวใจ และน้ำพุเต้นระบำอีกหนึ่งจุดแนะนำสำหรับคนชอบแสงไฟยามค่ำคืน รับรองว่าจะได้วันพักผ่อนดีๆไปกับความงามของดอกไม้ และบรรยากาศของ ดาษดาแกลเลอรี่ อย่างแน่นอน 

***************

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 250 บาท เด็ก 150 บาท และเด็กที่ความสูงต่ำกว่า 90 ซ.ม.เข้าชมฟรี (ศุกร์– อาทิตย์ 9.00 น. – 19.00 น. , จันทร์ – พฤหัส 9.00 น. – 18.00 น.) หรือโทร 061-404-5000

*************

ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและ ดาษดาแกลเลอรี่

prachubadverrr

 


( 0 Votes ) Add a comment
   

หน้า 9 จาก 60