NaiRobRoo.com | เมืองไทยน่าเที่ยว

ขับรถขึ้นเหนือความสุขเหลือเฟือที่...เชียงราย

ถึงช่วงสิ้นปีกันอีกแล้ว เตรียมตัวออกเดินทางไปรับลมหนาวกอดสายหมอกกันดีกว่า คราวนี้จะชวนคุณไปที่จังหวัดเชียงราย อีกหนึ่งจังหวัดน่ารักๆ ทางภาคเหนือ รับประกันว่าทริปนี้จะโรยด้วยความสุขทุกเส้นทาง

s8

>>>ดอยแม่สลอง...Unan in Thailand

เป็นดอยที่มีชื่อเสียงมานานแสนนานใครมาเชียงรายก็ต้องแวะมาเยี่ยมเยือน เพราะนอกจากความสวยงามของภูมิประเทศที่รายล้อมด้วยขุนเขาและดอกไม้ขึ้นชื่ออย่างดอกนางพญาเสือโคร่งแล้ว ดอยแม่สลองยังเป็นชุมชนของชาวจีนฮ่อขนาดใหญ่ซึ่งเป็นทหารสังกัดนายพลต้วนซีเหวิน ที่ลี้ภัยสงครามจากจีนมาตั้งถิ่นฐานเมื่อปี พ.ศ. 2504 และมีชื่อของชุมชนว่า “บ้านสันติคีรี”

s2

s5

ที่นี่มีวิถีชีวิตและวัฒนรรมที่น่าชมราวกับว่าคุณกำลังยืนอยู่ในเมืองยูนนานยังไงยังนั้นเลยล่ะ ยิ่งหากใครชอบการจิบชาเป็นชีวิตจิตใจ คุณจะได้ลิ้มรสชาอู่หลงชั้นดีเพราะบนดอยแม่สลองเป็นแหล่งปลูกชาหลายร้อยพันไร่ มีไร่ชาให้คุณได้แวะชมเพียบ ซึ่งนอกจากแนวยอดชาที่ชูช่อเขียวชะอุ่มสุดลูกหูหูตาให้คุณได้ลงไป SELFIE ไว้เป็นที่ระลึก ไร่ชาแต่ละแห่งก็ยังมีการชงชาให้ชิมหลายสายพันธุ์ พร้อมฟังความรู้เกี่ยวกับการชงชาด้วย  อย่างไร่ชา 101 และที่กำลังโด่งดังมาแรงพลาดไม่ได้ก็คือไร่ชาฉุยฟงสถานที่ถ่ายละครเรื่องดังและโฆษณามากมาย

s1

s6

s7

ส่วนใครที่นอนสัมผัสหมอกบนดอยแม่สลอง แนะนำให้ไปชมทิวทัศน์กันที่พระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทราสถิตมหาสันติคีรีซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดของเทือกดอยแม่สลอง เสร็จแล้วกลับลงไปที่ รร. บ้านสันติคีรี เป็นย่านร้านขายชาและร้านอาหารตำรับชาวยูนนานแท้ๆ อีกทั้งยังมีกาดชาวเขาดอยแม่สลองให้เดินช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองกันด้วย ลงมาจากดอยแม่สลองอย่าลืมแวะไร่ชาฉุยฟง >>> http://goo.gl/gr1bSL

>>>ดอยวาวี...ธรณีนี่นี้ก็มีชาให้ชิม

ลงจากดอยแม่สลองก็ตะลอนขึ้นดอยวาวีกันต่อ เส้นทางสายชายังไม่จบนะจ๊ะ เพราะดอยนี้ก็เป็นแหล่งปลูกชาขึ้นชื่อของ  จ. เชียงรายเช่นกัน บ้านวาวีเป็นชุมชนชาวจีนฮ่อซึ่งอพยพมาในช่วงเวลาใกล้เคียงกับดอยแม่สลอง  สำหรับชาของที่นี่จะแตกต่างจากดอยแม่สลอง คือเป็นชาป่าซึ่งเป็นชาพันธุ์พื้นเมืองเรียกว่าชาอัสสัม และเนื่องจากบ้านวาวีมีขนาดเล็กกว่าที่บ้านสันติคีรีดอยแม่สลอง ร้านขายชาที่นี่จึงมีไม่มากนัก ที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวก็คือร้านใบชาศิริภัณฑ์ ใครหลงรักการชิมชาแวะเข้าไปได้เลย ชิมชาเพลินๆ ฟังเจ้าของร้านเล่าเรื่องชารับรองสนุกไม่น้อย

s9

s4

s10

นอกจากชิมชาคุณสามารถขับรถชมธรรมชาติบนดอยวาวีกันได้อย่างเพลิดเพลิน เพราะทั่วทั้งดอยก็มีวิถีชีวิตน่ารักๆ ของชาวจีนฮ่อให้คุณได้สัมผัส  หากใครชอบท้าทายความหนาวเย็นและอยากสัมผัสทะเลหมอกในยามเช้าบนดอยวาวี แนะนำให้ขึ้นไปกางเต็นท์บนจุดชมทวทัศน์ดอยกาดผี  ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านวาวีราว 20 กม. อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,500 เมตร แม้ว่าจะมีพื้นที่ไม่มากนักแต่ทัศนียภาพรอบๆ ดอยกาดผีก็ชวนให้คุณได้อิ่มอกอิ่มใจกับธรรมชาติได้ไม่แพ้ดอยสูงๆ ไม่ว่าจะยามเช้าหรือยามเย็น คุณก็จะประทับใจไม่รู้ลืม

>>>ดอยช้าง....หอมกลิ่นกรุ่นกาแฟสด

ตบท้ายทริปตะลุยเชียงรายกันที่ดอยช้าง  ดอยที่เอ่ยชื่อขึ้นมาแล้วทำให้คุณนึกถึงกาแฟสด เพราะเป็นแบรนด์ยอดนิยมที่คอกาแฟต่างต้องรู้จักเป็นอย่างดี สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจขับรถเที่ยวและชิมกาแฟสดบนดอยช้าง ให้คุณไปขอข้อมูลได้ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเชียงราย (ดอยช้าง) ที่นี่เป็นหน่วยงานส่งเสริมการปลูกพันธุ์พืชไม่เมืองหนาวและกาแฟอะราบิกา ด้วยดอยช้างอยู่ที่ระดับความสูงเกิน 1,000 เมตร เหมาะกับการปลูกกาแฟพันธุ์นี้มากๆ ในทุกๆ ปีจึงมีผลผลิตที่ดีการันตีได้เลย ส่วนใครอยากชิมก็มีกาแฟสดคั่วบดสดใหม่ให้ชิมเพราะมีโรงคั่วเอง รับประกันความหอมเข้มเต็มรสชาติ

s12

s11

ภายในศูนย์วิจัยฯ นั้นมีบ้านพักอยู่หลายหลัง คุณสามารถแวะพักเที่ยวชมแปลงผลไม้เมืองหนาวอย่าง เกาลัด แมกคาดาเมีย บ๊วย ท้อ พลับ พลัมและไร่กาแฟได้ เสร็จแล้วก็ขับรถไปที่พุทธอุทยานดอยช้าง รอบๆ เป็นป่าที่สมบูรณ์มาก มีบึงน้ำขนาดใหญ่หรือที่เรียกว่าสระมรกตอยู่กลางพุทธอุทยาน และลานพุทธสถานประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆให้สักการบูชา และไฮไลท์ของที่นี่ก็คือจุดชมทิวทัศน์ดอยช้าง แนะนำให้ไปปักหลักเฝ้ารอตั้งแต่ห้าโมงเย็น

s13

เพราะอากาศจะค่อยๆ เย็นลงท่ามพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า ขอบอกว่าห้ามกระพริบตาแม้วินาทีเดียวและเก็บเกี่วเอาความสวยงามกลับมาเก็บในความทรงจำให้หมดนะจ๊ะ เพราะเป็นช่วงเวลาที่แสนโรแมนติกมากๆ  ก่อนกลับแวะร้านกาแฟสดดอยช้างกันได้ ซึ่งมีร้านกาแฟตั้งอยู่ที่นี่ด้วย มีเค้กและกาแฟสูตรแบรนด์ดอยช้างให้ลิ้มลอง  

>>>ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเชียงราย (ดอยช้าง) โทร. 0-5391-8087


covercr-01




( 0 Votes ) Add a comment
   

ชมความอลังการแห่งความทรงจำ "สะพานข้ามแม่น้ำแคว"

วันหยุดนี้เที่ยวไม่ไกลใกล้กรุงเทพ  นายรอบรู้ขอพาไปเที่ยว “งานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแควและงานกาชาดจังหวัดกาญจนบุรี ระหว่างวันที่ 28 พฤจศิกายน – 7 ธันวาคม 2558” ไปเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านการการแสดงประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2 ร่วมย้อนอดีตสู่เหตุการณ์การสร้างสะพานแม่น้ำแคว

kan5

ด้วยเทคนิคแสงสี เสียง สุดตระการตา และนักแสดงมืออาชีพกว่า 200 ชีวิต ที่จะมามอบทรงจำอันประทับใจแก่นักท่องเที่ยว พร้อมเดินเที่ยวงานกาชาด เลือกชิม ช้อปสินค้าหลากหลายร้านดีของเมืองกาญจน์ ตารางการแสดงตลอดทั้งสิบวัน แบ่งเป็นสองรอบ รอบที่ 1 เวลา 19.30 น.  รอบ 2 เวลา 21.00 น. 

kan6

kan9

kan8

kan7

kan4

kan3

kan1

kan2


>>>สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองบัตร 0-3451-1778, 0-3451-2399, 0-3451-5208


prachubadverrr



( 0 Votes ) Add a comment
   

วันเดียวเที่ยวนครนายก ขึ้นรถ – ล่องเรือ – ลงโคลน – เล่นน้ำ

เสียงเครื่องยนต์เรือหางยาวดังสะท้อนบนผืนน้ำกว้างใหญ่ภายในเขื่อนขุนด่านปราการชล สร้างขึ้นจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2536 เพื่อเก็บกักน้ำ และควบคุมไม่ให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนราษฎร และไร่นาในหน้าฝน ทั้งยังเป็นเขื่อนคอนกรีตอัดบดยาวที่สุดในประเทศไทยและในโลกอีกด้วย

nayok15

>>>ล่องเรือพาเพลิน 3 น้ำตกงาม 

แสงแดดยามสายส่องกระทบผิวน้ำระยิบระยับ สายลมพัดมาตามช่องแนวขุนเขาที่โอบล้อมอยู่โดยรอบ เรือแล่นแหวกผืนน้ำส่งละอองน้ำกระเซ็นขึ้นมากระทบใบหน้า เพียงอึดใจต่อมา เสียงเครื่องยนต์ก็ดับลง เรือจอดนิ่งอยู่ที่แนวพงหญ้า ซึ่งเห็นลำธารน้ำตกเล็กๆ ที่ไหลลงสู่เขื่อนอยู่ข้างๆ

nayok2

1. น้ำตกแสนงอน

ผมกระโดดลงจากเรือ สะพายกล้องแล้วคว้าเชือกปีนป่ายขึ้นไปตามโขดหินผา เพื่อมุ่งไปสู่น้ำตก “แสนงอน”  จุดหมายแรกของเราที่ชื่อช่างล้อกับทางที่ไปถึงซึ่งลำบากพอตัว ผมสูดหายใจลึก

nayok4

สัมผัสได้ถึงความชุ่มชื่นและกลิ่นอันบริสุทธิ์ของธรรมชาติอันงดงามที่ไม่น่าเชื่อว่าจะซ่อนตัวอยู่ในเขื่อนเช่นนี้ มอสและเฟิร์นแทรกตัวอยู่ตามโขดหินรายทาง เมื่อก้าวขึ้นมาบนแนวโขดหินชั้นสุดท้ายภาพน้ำตกสะท้อนแสงแดดเป็นสีขาวนวลก็ทำให้ผมหายเหนื่อยจนร้องว้าวออกมา

nayok7

น้ำเย็นฉ่ำใสสะอาดไหลลงมาเป็นสายเติมความชุ่มชื่นให้กับผืนป่าโดยรอบ เสียงน้ำตกกระทบโขดหินดังสะใจสมกับอีกชื่อหนึ่งที่ชาวบ้านเรียกว่า น้ำตกหูแตก ผมเก็บภาพอันมหัศจรรย์นี้ แล้วไต่โขดหินกลับไปเรือมุ่งหน้าสู่น้ำตกที่หมายต่อไป 

nayok3

2.น้ำตกคลองคราม 

เรือลำน้อยแล่นตัดผ่านผืนน้ำกว้างใหญ่อีกครั้ง ตะวันยามสายลอยโด่งบนผืนฟ้า ไม่ช้าหัวเรือเราก็แตะเทียบที่แนวฝั่งซึ่งมีพงหญ้าถูกถางไว้เป็นทางเดิน เพื่อไปยังน้ำตก “คลองคราม”หรือ “คลองสงคราม” ซึ่งชื่อน้ำตกมาจาก ช่วงต้นปี2487 ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่2 ทหารญี่ปุ่นที่เข้ามายึดพื้นที่บริเวณเขาชะโงกได้เดินทางเข้ามาตัดไม้บริเวณน้ำตกแห่งนี้ แล้วส่งไปยังกาญจนบุรี เพื่อเอาไปตัดทอนเป็นไม้หมอนรถไฟเป็นจำนวนมาก

nayok8

nayok9

ทางเดินไปน้ำตกนี่ง่ายสบายกว่าที่แรก มีฝูงผีเสื้อสีสวยบินเล่นล้อไปตามดอกไม้งามซึ่งขึ้นอยู่ริมทาง ลำธารใสไหลรินจากน้ำตกต้นน้ำขนาบข้าง ทำให้บรรยากาศโดยรอบช่างชวนฝันยิ่งนัก ป้ายคลองครามเด่นหล้าอยู่บนต้นไม้บริเวณน้ำตกที่มีผู้คนกำลังเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน ผมควักน้ำเย็นๆ ลูบหน้าให้สดชื่น ก่อนจะมุ่งไปสู่น้ำตกสุดท้าย

nayok2

3 น้ำตกช่องลม 

สะพานไม้ไผ่สี่ท่อนวางพาดระหว่างโขดหินสองฝั่งซึ่งมีลำธารไหลเชี่ยวอยู่เบื้องล่าง ช่วยเพิ่มความเร้าใจให้กับน้ำตก “ช่องลม”  ซึ่งอยู่อีกฝั่งของสะพาน ผมก้าวไปอย่างกล้าหาญ ไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดชวนหวาดเสียว ก่อนจะกระโดดไปตามโขดหินน้อยใหญ่ที่เป็นทางเดินน้ำไปสู่ผาหินที่มีน้ำไหลซู่ออกมาจากช่องหิน อันเป็นที่มาของชื่อน้ำตก

nayok10

nayok11

แม้ผมไม่ได้ลงเล่นน้ำเองเพราะต้องเก็บภาพ แต่ภาพของผู้คนที่มาเล่นน้ำตกทั้งสามแห่งด้วยใบหน้าสนุกสนานเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม ก็บอกได้เป็นอย่างดีว่าสถานที่นี่ช่างเหมาะแก่การพักผ่อนเติมพลังให้กับร่างกายยิ่งนัก


>>>ตะลุยป่า ฝ่าลำธารไปกับรถATV

“พี่มันขับเหมือนมอเตอร์ไซค์ไหมครับ” ผมถามขึ้นด้วยสีหน้าตื่นเต้น ขณะขึ้นคร่อมอยู่บนรถATVสีแดงสดคันโต “ง่ายกว่าครับ สตาร์ทรถกดปุ่มซ้าย เร่งเครื่องก็กดปุ่มขวา กำเบรกเหมือนกันครับ” พี่เจ้าหน้าที่บอกยังไม่ทันจบผมก็บึ่งเจ้าสี่ล้อตัวโตออกไปแล้ว และเนื่องจากหลังไปชมน้ำตกไม่นาน ฝนต้นฤดูหนาวก็สาดเทลงมาตอนเที่ยงจนเส้นทางที่ใช้ขับปกติซึ่งวิบากอยู่แล้วยิ่งวิบากไปอีก

nayok12 

กิจกรรมขับรถATV นี่ถือเป็นอีกสิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวนครนายก เราเริ่มต้นขับเป็นแถวขบวนไปตามทาง เส้นทางที่ขับผ่านนั้นร่มรื่นไปด้วยบรรยากาศสบายๆ ใต้ร่มไม้แต่เบื้องล่างกลับเต็มไปด้วยหลุมบ่อและอุปสรรคมากมาย ทั้งทางลาดชัน เอียงซ้าย ขวา กระเด้งหน้าหลัง จนผมมารู้ตัวอีกทีก็ขับซิ่งตะลุยป่าด้วยความเมามันส์สะใจทั้งที่ตอนแรกเก้ๆ กังๆ ไม่กล้าขับเร็ว

nayok13

ถึงทางโค้งบ่อโคลนก็หักเลี้ยวจนโคลนสาดกระจายเปรอะเต็มตัวไปหมด พอเนื้อตัวเละเทะได้ทีก็ทิ้งตัวบึ่งลงฝ่าลำธารใสๆ ที่ไหลมาจากภูเขาด้วยความเร็วเต็มสูบจนน้ำแตกกระจายสาดกระเซ็นเปียกปอนไปทั้งตัวที่กระเด้งไปมาจากพื้นใต้ผืนน้ำที่มีก้อนหินเรียงรายอยู่เต็มไปหมด ระหว่างทางผมแวะชมสวนกวางน่ารักกว่าห้าสิบตัวที่เลี้ยงอยู่กลางป่าให้ได้ชม ถ่ายรูปและให้อาหาร เรียกว่าเป็นกิจกรรมที่รับรองว่าคุณจะได้รับประสบการณ์อันน่าจดจำไปอีกนาน “เป็นไงบ้างครับ” พี่เจ้าหน้าที่คนเดิมถาม เมื่อผมลงมาจากรถ“โคตรมันส์เลยพี่” ผมยิ้มกว้างแล้วเดินไปล้างเนื้อล้างตัวขึ้นรถรางชมเมือง บนหลังวีรชนตะวันอัสดงคล้อยลงต่ำไปทางแนวขุนเขาที่มีหมอกบางๆ ห่มคลุมอยู่อีกฝากหนึ่งของแนวสันเขื่อนสูงตระหง่าน

nayok18

ผมกำลังนั่งรถรางชมเมืองนครนายกที่อยู่เบื้องล่างเขื่อน รถรางเลี้ยวโค้งตรงสุดสันเขื่อน ผมหันกลับไปมองด้านหลังเห็นภาพเมืองนครนายกเบื้องล่างไกลสุดลูกลูกตาจนไปสุดแนวขุนเขาอีกฝากหนึ่ง ขนาบข้างผืนน้ำกว้างใหญ่ในเขื่อนโดยมีกำแพงเขื่อนขุนด่านปราการชลอันแข็งแกร่งขั้นกลางไว้สมกับชื่อที่มาจากวีรชนคนกล้าของเมืองนครนายกนั้นคือขุนหาญพิทักษ์ไพรวัน หรือ ขุนด่าน วีรชนในสมัยกรุงศรีอยุธยาซึ่งช่วยรบกับทัพพระยาละแวกของพม่าเพื่อรอทัพของพระนเรศวรเดินทางมาช่วยจนทัพพม่าแตกพ่ายไปในที่สุด

nayok17

ผมกลับมาที่ฝั่งอีกครั้ง ยามเย็นผู้คนยิ่งหน้าตา ทั้งขาจรและประจำ พ่อแม่จูงลูกน้อย หนุ่มสาวเดินคู่กัน บ้างหามุมถ่ายรูปเก๋ๆ บ้างขี่จักรยานรับลมชมวิว บรรยากาศโดยรอบทำให้ผมรู้สึกว่าสถานที่นี่ไม่ใช่แค่เขื่อนทั่วๆไป ที่ใช่เพียงกักเก็บน้ำไว้เท่านั้น แต่นี่คือแหล่งรวมความสุขและพักผ่อนหย่อนใจของผู้คนทั้งหลายซึ่งอยู่ใกล้เมืองหลวงอันวุ่นวายแออัด หากคุณต้องการเติมพลังให้กับชีวิต ที่แห่งนี้ก็ตอบโจทย์ได้ดีที่เดียว

 

-ล่องเรือชมเขื่อน ราคา 300 บาท/คน สำหรับกลุ่มตั้งแต่ 8 คนขึ้นไป, 350 บาท/คน สำหรับ 6 - 7 คน, 450 บาท/คน สำหรับ 4 - 5 คน,  900 บาท/คน สำหรับ 2 - 3 คน

-ขับรถATV ราคา 400 บาท/คัน (ขับคนเดียว), 500 บาท/คัน (นั่งคู่) ติดต่อ 089-8090057 (คุณสำอาง)

-นั่งรถรางชมเขื่อนขุนด่านปราการชล บริการเฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์  ตั้งแต่ 09.30-17.00 น.


ขอขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครนายก

 prachubadverrr

 


( 0 Votes ) Add a comment
   

"งานวัดภูเขาทอง" สนุกที่สุดในสามโลก

ใกล้ช่วงเทศกาลลอยกระทงเช่นนี้  นึกไรไม่ออกไปให้ไปเที่ยวงานวัดภูเขาทอง หรือ“งานย้อนยุคห่มผ้าแดง องค์พระเจดีย์บรมบรรพต” แทศกาลประจำปี ในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 – 27 พฤศจิกายน 2558 มางานเดียวได้ทั้งเที่ยวและบุญ

phukao15

ภูเขาทอง หรือ “บรมบรรตพต” ตั้งอยู่ภายในวัดสะเกศราชวรวิหาร  รัชกาลที่ 3 ทรงมีดำริจัดสร้างพระเจดีย์ภูเขาทองไว้เป็นปูชนียสถานเหมือนดั่งพระนครศรีอยุธยา ในรัชกาลที่ 4 ได้แปลงพระเจดีย์องค์เดิมให้เป็นภูเขาโดยมีพระเจดีย์อยู่บนยอดดั่งปัจจุบันครั้นถึงรัชกาลที่ 5 การสร้างภูเขาทองจึงแล้วเสร็จและได้มีการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งรัฐบาลอินเดียได้ถวายแก่สยาม โดยพระสารีริกธาตุ บรรจุอยูในผอบจารึกเป็นภาษาพราหมี แปลได้ว่า "พระบรมสารีริกธาตุนี้ เป็นของพระพุทธเจ้า(สมณโคดม)ตระกูลศากยราช ใด้รับแบ่งปันในเวลาถวายพระเพลิงพุทธสรีระ...”

phukhao4

phukhao3 phukhao1

งานพิธีห่มผ้าแดงองค์พระเจดีย์บรมบรรตพต จะจัดทุกปีที่วัดสะเกศฯ โดยปีนี้จัดระหว่าง วันที่ 18 - 27 พฤศจิกายน 2558 (ตรงกับวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 12 - วันแรม 2 ค่ำ เดือน 12) โดยพิธีห่มผ้าแดงป็นงานนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ  ซึ่งเป็นพีธีการอันศักสิทธิ์สืบทอดมาร้อยกว่าปี สร้างความเป็นศิริมงคลแก่บ้านเมือง ประชาชนที่ได้มาร่วมงาน จารึกชื่อลงผ้าแดงเพื่อเป็นศิริมงคลแก่ชีวิต อุทิศแก่ญาติพี่น้องของตน พิธีจัดวันที่ 18  หลังจากนั้นจะมีงานสมโภชในช่วงเย็น

phukao17

phukhao7

phukao18

phukhao2

phukao10 

ได้ชื่อว่างานวัดจะขาดสีสัน จังหวะเพลงโจ๊ะๆ ซุ้มปาลูกโป่ง ยิงกระป๋อง บ้านผีสิง และสาวน้อยตกน้ำได้อย่างไร เรียกได้ว่าจัดเต็มกันทีเดียว อาหารการกินไม่ต้องพูดถึง รวมเอาของกินจากทั่วกรุงเทพแห่มาให้ชิมกันอย่างล้นหลาม มางานนี้อิ่มทั้งบุญทั้งท้อง

phukhao5

phukao6

phukhao8

>>> การเดินทาง ถ้าจะเอาส่วนตัวเตรียมเสียเวลากับการหาที่จอดได้เลย จริงๆ แนะนำให้ใช้รถโดยสาร สายที่ผ่าน คือ 509, 157, 12, 44 จากอนุสาวรีย์ชัยฯ หรือจะนั่งเรือคลองแสนแสบมาลงที่ท่าสะพานผ่านฟ้าก็สะดวก


prachubadverrr

 

 


( 0 Votes ) Add a comment
   

หน้า 10 จาก 59