NaiRobRoo.com | เมืองไทยน่าเที่ยว

พาหลงพระตะบอง ตะลุยเมืองประวัตศาสตร์สุดเรียบง่าย

พาหลงพระตะบอง ตะลุยเมืองประวัติศาสตร์สุดเรียบง่าย>>>หลายคนคงสงสัยว่าเหตุใดนายรอบรู้จึงจะต้องพาเพื่อนๆไปหลง จริงๆแล้ว “หลง” ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงหลงทาง แต่เราจะพาเพื่อนๆไปหลงใหลกับเมืองเก่าแสนเรียบง่าย นามว่า พระตะบอง พระตะบอง หรือ บัตดอมบอง (Batdambang) ในภาษาเขมร มีความหมายว่า กระบองหาย ตามนิทานปรัมปราที่เล่าว่าฤาษีที่ปกครองเมืองได้ทำกระบองหายระหว่างทำสงครามแย่งเมือง เมื่อกระบองหายจึงพ่ายแพ้เสียเมือง เป็นที่มาของชื่อกระบองหายหรือบัตดอมบอง ภายหลังตกอยู่ในอำนาจของสยามจึงเรียกเป็น “พระตะบอง” ในที่สุด ในครั้นที่สยามปกครองได้ส่งเจ้าเมืองเชื้อสายเขมรตระกูล “อภัยวงศ์” ถึง 6 คน

cover1

นอกจากนิทานเก่าแก่หลายคนคงเคยได้ยินชื่อ พระตะบอง จากในหนังสือประวัติศาสตร์อยู่บ้าง อย่างที่รู้กันว่าสยามนั้นมีอิทธิพลในพระตะบองมานาน จนถึงสมัยรัชกาลที่ 5 พระตะบองก็ต้องตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ทว่าในช่วงพระตะบองเจริญรุ่งเรืองนั้นเกิดขึ้นในสมัยพระยาคทาธรธรณินทร์ (ชุ่ม อภัยวงศ์) หรือที่รู้กันจักกันในตำแหน่งเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของสยามจึงปรากฎอยู่ให้เห็นอยู่หลายแห่ง

governmenthouse1

governmenthouse2

ถ้าใครมาเที่ยวพระตะบอง “นายรอบรู้” อยากชวนย้อนรอยสยามกันที่นี้ พวกเราเริ่มต้นที่ศาลากลางเก่าเมืองพระตะบอง(ฺBattambong City Hall) ซึ่งเคยเป็นบ้านพักของพระยาคทาธรธรณินทร์ (ชุ่ม อภัยวงศ์)และครอบครัว ทั้งยังดูคล้ายๆโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี เพราะอาคารศาลากลางหลังนี้คือต้นแบบตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ที่จ.ปราจีนบุรี นั่นเอง

tumraisaw1

จากหลักฐานเล่าว่าพระยาคฑาธรฯ (ชุ่ม) ได้ว่าจ้างช่างชางอิตาลีเข้ามาสร้างอาคารนี้เป็นสถาปัตยกรรมแบบบาโรกเมื่อปี 2448 ทว่าไม่มีโอกาสใช้งานเพราะกว่าจะแล้วเสร็จสยามก็ต้องยกดินแดนให้กับฝรั่งเศส ต่อจากศาลากลางเมืองพระตะบอง เราไปต่อกันที่ วัดดัมรัยซอ (Wat Tahm-rai-saw)หรือวัดช้างเผือก วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อปี 2448ซึ่งเป็นวัดที่คล้ายคลึงกับวัดแก้วพิจิตร ในจังหวัดปราจีนบุรีอีกเช่นกัน เพราะทั้งสองวัดสร้างโดยพระยาคทาธรธรณินทร์ (ชุ่ม อภัยวงศ์)เช่นกัน

tumraisaw2

วัดนี้เป็นวัดที่มีศิลปะสวยงาม ภายนอกประดับด้วยปูนปั้นรูปสัตว์ต่างๆ อิทธิพลตะวันตกแต่เป็นฝีมือช่างพระตะบอง หน้าบันมีลวดลายมีตรา “แผ่นดินสยาม” ในสมัยรัชกาลที่ 5 ปรากฎอยู่ทั้งหน้าและหลังโบสถ์ ส่วนใบเสมาถ้าสังเกตดีๆจะเห็นลายพระแม่ธรณีบีบมวยผม ซึ่งต่อมานายควง อภัยวงศ์ใช้เป็นสัญลักษณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ในเวลาต่อมา ภายในโบสถ์ภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องราวพุทธประวัติและปูนปั้นเรื่องรามเกียรติ์ที่บานประตูวัด และพระประธานปางมารวิชัยประดิษฐานอยู่ภายในบุษบกคงคุณค่ากับการมากราบไหว้อย่างยิ่ง

banon1

banon2

ย้อนอดีตกันต่อกับปราสาทบานอน สร้างขึ้นในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 11 และ พุทธศตวรรษที่ 12 ตอนต้น ในยุคของพระเจ้าอุทัยทิตย์วรมันที่ 2 ตั้งอยู่บนเนินเขา เราต้องเดินขึ้นบันใด 358 ขั้น ก่อนจะถึงตัวปราสาท ที่นี่เป็นสถานที่สำคัญของเมืองพระตะบองเพราะคนเขมรเชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์เรื่องการบนบานอย่างมาก ชาวเขมรมีความเชื่อว่า ไม่ว่าจะบนบานที่ใดในดินแดนเขมรมาก็ตาม มาที่นี่ก็สามารถแก้บนทั้งหมดได้

banon3

ตบท้ายด้วยกิจกรรมสุดฮิตชื่อดังของที่นี่ คือการนั่งBamboo Train รถไฟแบบชาวบ้านๆ ที่ทำจากแคร่ไม้ไผ่ วางบนล้อเหล็ก ที่วิ่งไปตามทางรถไฟสายเก่าของเมืองที่ปัจจุบันไม่มีรถไฟวิ่งแล้ว Bamboo Train เป็นกิจกรรมยอดฮิตที่ใครมาพระตะบองต้องห้ามพลาด เพราะนอกจากได้ลองนั่งรถไฟแบบบ้านๆแล้ว ยังได้สัมผัสธรรมชาติสองข้างทางที่สวยงามและเรียบง่ายของเมืองพระตะบองอีกด้วย

bambootrain-1

bambootrain-2

bambootrain-4

นอกจากสถานที่ทั้งหมดนี้ ในตัวเมืองพระตะบอง ยังเป็นเมืองน่ารักที่เหมาะแก่การเดินเล่นอย่างมาก เพราะตึกสองฝั่งถนนเป็นตึกเก่าแก่ที่มีความคลาสสิคมากๆ ใครที่ชอบเดินเล่นถ่ายรูปไม่ควรพลาดการเดินเล่นรอบเมืองพระตะบองอย่างยิ่ง

pratabon2

pretabon1

ถึงแม้ว่าพระตะบองจะไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวชื่อดังเหมือนเสียมราฐหรือพนมเปญ แต่ที่นี่ก็มีเรื่องราวประวัติศาสตร์และสถานที่เทียวที่สวยงามไม่แพ้ที่ใดในกัมพูชาเลยจริงๆ

ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคตะวันออก

prachubadverrr



( 0 Votes ) Add a comment
   

6จุดไฮไลท์บนดอยอินทนนท์ตามเส้นทางพิพิฒน์

6 จุดไฮไลท์บนดอยอินทนนท์ตามเส้นทางพิพิฒน์>>> ถ้าพูดถึงความเย็นสบายต้องนึกถึงดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ยอดดอยที่สูงที่สุดในไทย และยอดเขาที่ขึ้นง่ายสุดของไทยด้วย เพราะสามารถขับรถยนต์ขึ้นยอดดอยได้เลย ตลอดเส้นทางหมายเลข 1009 มีที่เที่ยวมากมาย ตาม7 จุดไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดบนเส้นทางเที่ยวดอยอินทนนท์ ครั้งนี้ “นายรอบรู้” มีโอกาสไปเที่ยวกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ที่จัดทริปเต็มตามรอยพิพัฒน์ อัศจรรย์แห่งขุนเขา (ชวนกันแอ่วดอย ตามรอยพ่อหลวง)

cover

1. ทักทายพระอาทิตย์ตอนเช้า ถ้าไม่อยากพลาดซีนนี้ต้องตื่นเช้าเพื่อขึ้นดอยอินทนนท์ให้ทันพระอาทิตย์ขึ้น แล้วรอเวลาแสงแรกจากจุดที่พระอาทิตย์ขึ้นสวยที่สุดแห่งหนึ่งคือจุดจอดรถทางขึ้นกิ่วแม่ปาน เพราะเป็นพื้นที่เปิดมองได้ไกลสุดสายตา ยิ่งมาในช่วงที่แสงที่จับขอบฟ้าเป็นเส้นตรงเหลืองทองอร่าม ในบริเวณนี้มีร้านขายข้าวต้มและกาแฟให้คลายหนาว เพราะตอนเช้าอากาศจะหนาว

cnxr23

cnxr22

2.กิ่วแม่ปาน จากจุดจอดรถสามารถเดินเข้าไปในกิ่วแม่ปานได้ มีระยะทางประมาณ 3 กม. ช่วงแรกผ่านป่าดิบเขา มีสะพานไม้ข้ามลำธาร จากนั้นก็จะทะลุสันกิ่วแม่ปานที่เป็นทุ่งหญ้า มองเห็น อ. แม่แจ่ม เดินไปอีกนิดจะพบดงกุหลาบพันปีที่ราวต้นเดือน ม. ค. – ก.พ.จะออกดอกสีแดงพราวไปทั้งต้น ตลอดเส้นทางจะพบกับพืชหลากหลายชนิดตั้งแต่เฟินไม้เล็กๆอย่างมะยมดอย ต่าไก่ป่า บางช่วงยังมีเห็กรูปร่างแปลกตาด้วย

cnxr31

cnxr30

3.ยอดดอยอินทนนท์ จากกิ่วแม่ปานนั่งรถขึ้นบนยอดดอยอินทนนท์ บริเวณยอดดอยเรียกว่าอ่างกาหลวง เนื่องจากมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่มีน้ำขังตลอดปีและมีหินก้อนใหญ่รูปทรงเหมือนกาตั้งอยู่

cnxr24

cnxr25

จากลานจอดอันเป็นที่ตั้งสถานีเรดาห์ของกองทัพอากาศ เดินขึ้นไปซักพักจะเจอป้าย “สุงสูดแดนสยาม” ที่ต้องรอคิวแคปเจอร์กันนานซะหน่อย ถัดไปเป็นเจดีย์บรรจุพระอัฐิของเจ้าอินทวีชิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่และเป็นที่มาของดอยอินทนนท์

cnxr28

cnxr29

จากนั้นเป็นจุดหมุดแสดงความสูงสุดจากระดับน้ำทะเลของดอยอินทนนท์ซึ่งสูง 2565.3341 ม. ไม่ไกลกันเป็นสะพานไม้ที่ตัดผ่านป่าดิบเขาที่ปกคลุมด้วยมอส เฟินดูคล้ายป่าดึกดำบรรพ์ เดินได้สักพักจะเจอกับร้านกาแฟและพุ่มดอกกุหลาบพันปี

4. พระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนพภพภูมิสิริ ทางเข้าค่อยข้างจะแคบ ในช่วงเทศกาลรถต้องรอคิวขึ้นกัน เมื่อขึ้นมาแล้วจะพบกับสองเจดีย์คือพระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนพภพภูมิสิริ ตามประวัติในปี 2530 กองทัพได้สร้างพระมหาธาตุนถเมทนีดลขึ้นเพื่อเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทางพระเจริญพระชนมพรรษา 5 รอบ ต่อมาในปี 2535 ก็ได้จัดสร้างพระมหาธาตุนภพลราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระนามเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 5 รอบ ทั้งสองเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุบนยอดปลี การขึ้นชมบนเจดีย์ปัจจุบันมีสร้างบันไดเลื่อนสำรับขาขึ้น บริเวณรอบพระมหาธาตุทั้งสองตกแต่งจัดสวนอย่างงดงาม เป็นจุดทิวทัศน์ชมทะเลหมอกในช่วงเช้าและถ้าฟ้าเปิดจะมองเห็น อ. แม่แจ่มด้วย

cnrx33

5. สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ (โทร.0-5328-6777-8)จากทางหลวงหมายเลข 1009 เลี้ยวมาจากทางหลวงหมายเลข 1284 เข้ามายังบ้านแม่ขุนกลาง ที่นี้แม้จะเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศ แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ได้เสร็จเพื่อพัฒนาชีวิตของชาวบ้านตั้งแต่ ปี 2522 จนเกิดเป็นสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ขึ้น

cnxr36

cnxr37

เพื่อส่งเสริมให้ชาวไทยภูเขาเพาะปลูกพืชเมืองหนาวจนสร้างรายได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันทางสถานีเกษตรหลวงฯได้นำเอาปลาเทราต์เรนโบว์และปลาสเตอเจียนซึ่งเป็นปลาในเขตหนาวเข้ามาเลี้ยงเพราะพันธุ์ จนสำเร็จสามารถเพราะพันธุ์ได้แล้ว ปลาทั้งสองปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของน้ำบนดอยอินทนนท์ได้ โดยน้ำจะต้องเป็นน้ำไหลผ่านจากน้ำตกสิริภูมิซึ่งเป็นน้ำจากตาน้ำที่สะอาด ส่วนใครกลัวว่าปลาเทราต์และปลาสเตอเจียนซึงเป็นเอเลี่ยนสปีชีที่สร้างความเดือดร้อนให้กับระบบนิเวศบนดอยอินทนนท์ ทางสถานีเกษตรหลวงได้ป้องกันโดยสร้างบ่อที่แข็งแรงและมีตะแกรงเหล็กกันปลาว่ายหนีเข้าสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ

cnxr34

อย่างที่รู้กันว่าปลาสเตอเจียนสามารถให้ไข่ที่นำมาทำ คาเวียร์ ได้แต่ใครจะรู้ว่าไข่ปลาเทราต์ก็ทำคาเวียร์ได้เช่นกัน จริงๆ คาเวียร์ (Caviar) แปลว่าไข่ปลาที่ปรุงรสแล้ว แต่คาเวียร์ที่รสเลิศต้องเป็นปลาสเตอร์เจียน แต่ทางสถานีเกษตรหลวงสามารถผลิตได้เป็นคาเวียร์สีดำและสีส้มเหลือง เจ้าหน้าที่บอกว่า คาเวียร์สีดำได้จากปลาสเตอร์เจียนที่เลี้ยงดูอย่างดีถึง 9ปี ถึงจะมาทำคาเวียร์ได้

cnxr38

cnxr39

ภายในสถานีเกษตรหลวงฯยังจัดสวนแสดงไม้ดอกและพืชเมืองหนาวอย่างสวยงาม ที่ห้ามพลาดคือสวนสิริภูมิเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์เฟินทั้งของไทยและต่างประเทศ ไม้ดอก และพืชกินแมลง หลายคนมักชอบมาถ่ายรูปตรงบ่อน้ำกลางสถานีซึ่งมีกังหันน้ำและหงส์ 2 ตัว สีขาวและสีดำว่ายอวดโฉมรอให้เชลฟี่ด้วย รอบๆบึงปลูกก่วมแดงหรือที่รู้จักว่า “เมเปิ้ล” ในช่วงหน้าหนาวจะออกใบสีแดงสวยงาม

cnxr41

cnxr40

ส่วนใครที่อยากลิ้มลองรสชาติของปลาเทราต์เรนโบว์และปลาสเตอร์เจียนแนะนำให้มาที่ร้านอาหารของสถานีเกษตรหลวงฯ นำมาทำเป็นสเต็กปลาสเตอร์เจียนกินกับผักสลัดและปลาเทราต์ทอดกระเทียมเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู๊ด ปิดท้ายด้วยพานาคอตต้าสตรอเบอร์รี่

cnxr43

cnxr45-01

cnxr42

6. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง (โทร.0-5331-8333)จุดน่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของเส้นทางดอยอินทนนท์คือศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง ตั้งขึ้นเพื่อสนองนโยบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งทรงมีพระราชประสงค์ต้องการพัฒนาความเป็นอยู่ของชาวไทยภูเขาทั้งม้งและชาวปกาเกอะญอ

cnxr44

ในปื 2528เป็นศูนย์วิจัยทดลองไม้ดอกและไม้เมืองหนาว เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับว้อนบนเทือกเขาถนนธงชัยซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,300-1,400 ม. จึงมีอากาศหนาวตลอดปี ปัจจุบันภายในโครงการมีเส้นทางดอกไม้ระยะทางประมาณ 1 กม.

cnxr50

ทิวต้นนางพญาเสือโคร่งที่สาดสีชมพูสะพรั่งราวเดือน ม.ค. – ก.พ. หลายคนจึงมักมองหามุมสวยๆ โพสต์เก๋ๆกับฉากสีชมพูหวานซึ่งตัดกับฟ้าสีคราม หรือบางคนก็เดินชมความพราวฟรุ้งฟริ้งยามที่ตัวดอกต้องสีทองของแดดยามเช้า ยิ่งเวลาเดินอยู่แล้วกลีบดอกพัดปลิวไปตามกระแสลมก่อนที่ร่วงลงพื้นเป็นพรมผืนปูลาดไปถนน เป็นช่วงเวลาสุดโรแมนติกที่หาได้จากในชีวิตจริง

cnxr46

cnxr49

นอกจากทิวดอกนางพญาเสือโคร่งแล้วทางโครงการยังมีแปลงทดลองไม้เมืองหนาวอีกมากมายที่ปลูกหมุนเวียนไปตามฤดูกาล จากศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวางใช้เส้นทาง 1248 แล้ววิ่งเข้าทางหลวงหมายเลข 1013 เพื่อเข้าตัวเมืองเชียงใหม่เลย

สอบถามเพิ่มเติมเรื่อง ตามรอยพิพัฒน์ อัศจรรย์แห่งขุนเขา "ชวนแอ่วดอย ตามรอยพ่อหลวง" ได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ โทร. 0-5324-8604-5 

ขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่และสายการบิน Bangkok Airway (โทร. 1771 )

covermeahongson-01



( 0 Votes ) Add a comment
   

เที่ยวเชียงใหม่ เส้นทางแม่ริม – สะเมิง ตามรอยพิพัฒน์

เที่ยวเชียงใหม่ เส้นทางแม่ริม – สะเมิง ตามรอยพิพัฒน์ >>> ช่วงนี้ “นายรอบรู้” ชวนเที่ยวแบบกรีนๆตามรอยเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อ 30ปีที่แล้ว ในครั้งนั้นพระองค์ทอดพระเนตรปัญหาเรื่องฝิ่นซึ่งชาวไทยภูเขาปลูกขึ้นเพื่อทำกินเลี้ยงชีพ พระองค์จึงพระราชทานแนวโครงการหลวงเพื่อสนับสนุนชาวไทยภูเขาให้หันมาปลูกพืชเมืองหนาวแทนฝิ่น และวันนี้โครงการประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง ได้เปลี่ยนภูเขาฝิ่นเป็นไร่สตรอว์เบอร์รี่ ท้อ และพืชผลไม้เมืองหนาวอีกมากมาย

cnxr17

การเดินทางครั้งนี้ต้องขอขอบคุณ การท่องเทียวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่และสายการบิน Bangkok Airways ซึ่งมีเที่ยวบินกรุงเทพ – เชียงใหม่วันละ 6 เที่ยวบินต่อวัน ที่พานายรอบรู้มาเที่ยวตามเส้นทางรอยพิพัฒน์ หลังจากมาถึงสนามบินเชียงใหม่พวกเราก็มุ่งหน้าไปทาง อ. แม่ริ่มแล้วเลี้ยวไปยังอ. สะเมิง ตามเส้นทางหลวงหมาย 1096 ไปจุดหมายแรกคือ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ (เปิดเวลา08.30-17.00น. โทร. 0-5384-1234 ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 10 บาท รถยนต์ 100 บาท) 

>>>เหยียบเรือนยอดไม้-ม่อนแจ่ม

นอกจากเรือนกระจกที่รวบรวมพืชพันธุ์ไม้จากหลายภูมิอากาศทั่วทวีปเอเชียอาทิเช่นป่าฝนเขตร้อน ระบบนิเวศป่าพรุ บัว กล้วยไม้ เฟินและพืชทะเลทรายโดยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการควบคุมความชื้นสัมพันธ์แล้ว 

cnxr13

cnxr14

cnxr12

ยังมีอีกหนึ่งที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นคือ ทางเดินเหนือเรือนยอดไม้ (Canopy walk way ) สร้างเหนือผืนป่าปลูกซึ่งเป็นป่าเบจญพรรณ ยาวประมาณ 400 ม. สูงจากพื้นประมาณ 20 ม. ถือว่ายาวที่สุดในประเทศ พาดผ่านยอดไม้ที่น่าสนใจอย่างสนสามใบ ต้นสัก ต้นหมาก ต้นแคหางค่าง ต้นกำยาน ต้นตะแบก และต้นตะคำ แม้จะดูสูงทว่าทางเดินแข็งแรงไม่โยกสั่น สามารถชมยอดไม้ได้อย่างสบายใจแม้จะเป็นคนกลัวความสูงก้ตาม บริเวณทางเดินเหนือยอดไม้ มีร้านอาหารและเครื่องดื่มบริการอยู่ด้วย  

cnxr24

cnxr25

cnxr26

จากสวนพฤกษศาสตร์พวกเรามุ่งหน้าไปยังม่อนแจ่ม (ติดต่อที่พัก โทร. 08-1806-3993, 08-4732-0466) กินมื้อเที่ยงบนดอยสูง ม่อน หมายถึงภูเขา ม่อนแจ่มเป็นที่ตั้งของร้านอาหารที่สามารถชมทิวทัศน์ของเทือกเขาได้ 360 องศา อากาศเย็นตลอดปี ร้านนี้เมนูมีนับร้อยแต่ที่อยากให้สั่งทานกันมากๆคือ ตำสตรอว์เบอร์รี่ อร่อยมาก 

cnxr23

cnxr22

cnxr21

cnxr19

cnxr18

รอบๆ ร้านจัดตกแต่งเป็นสวนไม้เมืองหนาวให้เซลฟี่กันให้เพลินไปเลย ทางขึ้นม่อนแจ่มมีร้านขายของฝาก พืชผักผลไม้เมืองหนาวอยู่หลายร้าน หรือใครอยากนึกสนุกลองไปนั่งฟอโมล่าม้ง รถที่ทำจากไม้ปล่อยตัวมากจากเนินสูง ต้องจับมั่นบังคับให้เป็นถึงจะไม่ล้มลงกลางทางซะก่อน แต่รับรองว่าสนุกจนลืมวัยกันแน่นอน

cnxr9

cnxr10

cnxr11

cnxr16

ม่อนแจ่มเป็นหนึ่งใน 26 ม่อน ในบ้านหนองหอยซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวม้งซึ่งอยู่ในพื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย (โทร. 08-1950-9767)ซึ่งตั้งชึ้นในปี 2512 เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จทรงเยี่ยมเยียนราษฎรจึงมีพระราชดำริส่งเสริมพืชเมืองหนาวให้กับราษฎรแทนการปลูกฝิ่น

cnx15

ปัจจุบันทางศูนย์โครงการฯเป็นศูนย์กลางรวบรวมพืชผักเมืองหนาวจากชาวบ้านส่งขายร้านอาหารในกรุงเทพฯอยู่ตลอดเช่น ร้านอาหารเอ็มเค ที่รับผักกาดขาวจากโครงการฯไป ถ้าใครไปม่อนแจ่มอย่าลืมไปแวะชมแปลงผักของชาวบ้านหรือจะเข้าไปในศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอยซึ่งมีแปลงผักและแปลงสาธิตปลูกผักจำพวก กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค บัตเตอร์เฮด ฯลฯ ให้เลือกซื้อด้วยนะ

cnxr6

cnxr8

cnxr7 cnxr5

cnxr4

>>>ชมไม้เมืองหนาวและสตรอว์เบอร์รี่

หลังจากม่อนแจ่มแล้วพวกเรามุ่งหน้าสู่โครงการหลวงปางดะ หรือสถานีเกษตรหลวงปางดะ (จองที่พัก โทร. 0-5337-8046, 08-7173-5454)ที่นี้โดดเด่นเรื่องการเพาะปลูกดอกกุหลาบสายพันธุ์ต่างประเทศทั้งกุหลาบสีแดง เหลือ ขาวและชมพู นอกจากนี้ยังมีกีวี องุ่นไร้เมล็ด ฯลฯ ถ้ามาตรงช่วงที่ผลไม้เมืองหนาวออกอาจจะได้กินและซื้อกลับบ้าน ถ้าใครอินกับบรรยากาศแปลงพืชและผักไม้เมืองหนาวก็ลองเช็คอินเข้าที่พักของโครงการฯได้

cnxr3

cnxr2

cnxr1

ใกล้ๆกันเป็นแปลงสตรอว์เบอร์รี่ไร่นภ-ภูผา (โทร. 0-5337-8415, 08-1603-9800)ที่เคลมว่าเป็นไร่สตอรว์เบอร์รี่ปลอดสารพิษที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวหิ้วตระกร้า พร้อมร่มสีแดงเก๋ๆกันแดดลงไปเก็บสตรอว์เบอร์รี่ด้วยตัวเองแล้วเอามาชั่งคิดราคาตามน้ำหนัก หรือใครไม่อยากเหนื่อยก็ลงสั่งน้ำสตรอว์เบอร์รี่ปั่นและของหวานมาละเลียดกินพร้อมเสพบรรยากาศหนาวๆที่ไร่ได้ ในบริเวณเดียวกันร้านขายของฝากที่หอบเอาผลไม้เมืองหนาวอย่างเคพกูสเบอร์รี่ อาโวคาโด้ มาขายจากชาวบ้าน เหนื่อยกับการเก็บสตรอว์เบอร์รี่ก็ลองเช็คอินพักในไร่นถ- ภูผาให้อินกับการเป็นชาวไร่กันไปเลย 

cnxr27

  cnxr31 cnxr28

cnxr29

cnxr30

ฟินกับไปกับบรรยากาศบนเส้นทางแม่ริม-สะเมิง ใครจะเชื่อว่าเมื่อ 30 ปีที่แล้วที่นี้จะเป็นแหล่งปลูกฝิ่นพืชเสพติดอันดับต้นๆของประเทศ ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงเปลี่ยนพื้นที่ปลูกฝิ่นเป็นไร่สตรอว์เบอร์รี่และพืชเมืองหนาวอื่น ทั้งยังช่วยชาวบ้านให้มีรายได้จากพืชและพัฒนาการท่องเที่ยวในชุมชนด้วย ทำให้วันนี้เส้นทางแม่ริม-สะเมิงเป็นเส้นทางเที่ยวยอดฮิตของนักท่องเที่ยวไปแล้ว


ขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่และสายการบิน Bangkok Airway 

prachubadverrr

 


( 0 Votes ) Add a comment
   

จิบชาแก้หนาว...ที่บ้านศรีนาป่าน-ตาแวน

หนาวๆ แบบนี้นึกถึงชาร้อนๆ และชาร้อนๆ ก็ทำให้นึกถึงป่าเมี่ยงที่บ้านศรีนาป่าน-ตาแวน บ้านศรีนาป่าน-ตาแวน จ. น่าน เป็นชุมชนที่อพยพมาจากแคว้นสิบสองปันนาและสิบสองจุไทย ชาวบ้านที่นี่ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันคุ้นเคยกับการปลูกต้นเมี่ยงเป็นอย่างดี เพราะครั้งที่อพยพมานั้นมีการนำพันธุ์ต้นเมี่ยงหรือชามาปลูกด้วยซึ่งเป็นต้นชาสายพันธุ์เดียวกับ ชาอัสสัม ที่นี่จึงมีการทำเมี่ยงและผลิตภัณฑ์ชายี่ห้อ "ทีพนา"  เป็นชาคุณภาพดี รสชาติกลมกล่อมมากๆ

srinaban12

ต้นชาหรือต้นเมี่ยงที่ป่าห้วยหลวง บ้านศรีนาป่าน-ตาแวนเติบโตดีเพราะอยู่ในดงป่าไม้ใหญ่อันอุดมสมบูรณ์ ได้รับความชุ่มชื้นจากใบไม้ที่ร่วงหล่นทับถมกันมานานปี กลายเป็นปุ๋ยชั้นเยี่ยมที่ชาวบ้านไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยเคมี มีพื้นที่การปลูกชาประมาณ 5,000 ไร่ จุดที่ปลูกชาสูงกว่าระดับน้ำทะเลอยู่ที่ 300-800 เมตร อุณหภูมิ 25-30 องศา 

srinaban3 srinaban4

สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวพักโฮมสเตย์ที่บ้านศรีนาป่าน ก็จะได้ชมสวนป่าเมี่ยงและลงมือเก็บใบเมี่ยงด้วยตัวเอง อีกทั้งชมกระบวนการทำเมี่ยงไปจนถึงชมโรงงานการทำชาที่ทั้งสนุกและได้ความรู้แบบตาสว่างกันทั้งวัน เพราะคุณจะได้ทั้งอมเมี่ยงของกินพื้นถิ่นของชาวล้านนา และจิบชาร้อน ชาเย็นกันทั้งวัน

srinaban8 srinaban9

srinaban10 srinaban11

บ้านศรีนาป่านยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ที่นี่อากาศดีมาก แวะมาเรียนรู้ จิบชา ชมป่าเมี่ยงกันได้นะจ๊ะ 

srinaban6

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

>>>อบต.เรือง โทร. 0- 5470 -1033, 08 -9997 -8230 (นายกฯ คุณวิเชียร เขื่อนคง)

>>> สอบต. คุณเฉลียว สมจิต โทร. 08- 9266- 3770


covernan-01



( 0 Votes ) Add a comment
   

หน้า 10 จาก 61