สนุกและสามัคคี ประเพณียกธงวันสงกรานต์ บ้านเบญพาด กาญจนบุรี

แบ่งปันกันเลย >>
Digg
http%3A%2F%2Fnairobroo.com%2Fnairobroo-take-flight%2Ffun-trip-to-thailand%2F12239-%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25A8%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%2598%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2595%25E0%25B9%258C-%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%258D%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B5.html
 

open

"อย่าลืมมาดูนะ พรุ่งนี้พี่จะไม่ได้เป็นคนเหมือนวันนี้"

กว่าจะเข้าใจ คำพูดของพี่ๆ ชาวชุมชนเบญพาด ก็เมื่อได้เห็นแต่ละคน “จัดเต็ม” มาในขบวนแห่ธง ประเพณีโบราณของชาวตำบลพังตรุ อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี ที่ทั้งสนุก และสร้างความร่วมไม้ร่วมมือในชุมชนไปในคราวเดียวกัน

1

กว่า 100 ปีแล้ว ที่ประเพณียกธงของชาวบ้านเบญพาด สืบทอดกันมาไม่ขาดสาย ชาวบ้านซึ่งมีเชื้อสายไทยทรงดำ ลาวครั่ง และลาวโซ่ง เชื่อว่าการช่วยกันยกธงในวันสงกรานต์ จะทำให้คนในบ้านเมืองมีความสุข น้ำท่า ข้าวปลาอาหาร อุดมสมบูรณ์ เป็นการสร้างขวัญกำลังใจในวันปีใหม่ ถ้าปีไหนไม่ได้ยก ชาวบ้านจะไม่สบายใจ

2

การยกธงยังเป็นประเพณีแห่งความสนุกสนานและสามัคคี อาศัยเวลาที่คนกลับมารวมตัวกันในช่วงสงกรานต์มาช่วยกันทำธงให้สวยงามคนละไม้คนละมือ และยังถือเป็นการทำบุญร่วมกันด้วย ที่น่าสนุกคือแต่ละบ้านในชุมชนเบญพาด ทั้ง 7 หมู่บ้าน จะแข่งขันกัน ใครยกธงขึ้นสำเร็จก่อนจะเป็นผู้ชนะ แม้จะไม่มีรางวัลให้ แต่ก็เป็นความภูมิใจของบ้านนั้น มีเรื่องคุยไปได้ตลอดทั้งปี

34

เตรียมธง ก่อนขึ้นสู่ยอดเสา

วันยกธงกำหนดไว้ที่ 17 เมษายน ช่วงท้ายของวันสงกรานต์ของคนทั่วไป ก่อนถึงวันงานชาวบ้านจะมาช่วยกันทำธง ผู้ชายจะเข้าป่าไปหาไม้ไผ่ลำดีๆ ที่ยาวไม่ต่ำกว่า 10-20 เมตร ยิ่งเป็นลำตรง ทรงสวยได้ยิ่งดี จากนั้นช่วยกันแบกกลับมา ขูดผิว ตกแต่งกิ่งก้าน แล้วนำขมิ้นผสมน้ำ ทาให้เหลืองสวยเพื่อทำเป็นเสาธง ขาดไม่ได้คือ ไม้ที่ติดกับเสาเพื่อใช้แขวนผืนธง ซึ่งจะแกะสลักเป็นรูปพญานาค ด้วยความเชื่อว่าท่านจะให้น้ำ ฝนจะตกตามฤดูกาล

5

ส่วนผู้หญิงจะช่วยกันทำเครื่องประดับ ทั้งดอกไม้ประดิษฐ์ ใยแมงมุมที่ทำจากด้ายหลากสี ติดตามกิ้งก้านของเสาไม้ไผ่ ถ้าเป็นแบบดั้งเดิมจะใช้เศษผ้าสีต่างๆ มาผูก และนำใบตาลมาสานเป็นปลาตะเพียน นก ตะกร้อ กบ ไซหาปลา ฯลฯ ซึ่งแต่ละอันมีความหมายผูกพันกับวิถีชีวิต เช่น ปลาตะเพียนสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ มีปลาในท้องนา ตะกร้อคือการละเล่น ซึ่งจะเล่นกันก่อนหน้าวันสงกรานต์ ในช่วงที่เก็บเกี่ยวข้าวในนาแล้ว กบคือสัตว์ที่ร้องแล้วฝนจะตก ไซคือเครื่องมือทำมาหากิน ฯลฯ แต่ปัจจุบันมีการประยุกต์ให้สวยงามตามสมัย โดยบางหมู่บ้านมีทั้งงานสานด้วยใบตาลแบบโบราณและงานสานสมัยใหม่ที่เป็นรูปต่างๆ เช่น หมูออมสิน ทุเรียน ซาลาเปา ตุ๊กตามินเนียน ซึ่งเป็นสีสันที่น่าสนใจ

6

ผ้าธงแต่เดิมนั้น ทำจากผ้าที่หาได้ทั่วไป เช่น ผ้าดิบ ผ้าขาวม้า นำมาต่อเป็นธงผืนยาว ประดับด้วยปุยฝ้ายย้อมสี และพวงอุบะที่ทำจากดอกรัก บางหมู่บ้านมีตัว "ไอ้แก้ว ไอ้เปลือย" -ใบตาลที่ตัดเป็นรูปมนุษย์ผู้หญิงผู้ชาย ติดประดับไว้ด้วยเป็นความเชื่อว่าเป็นตัวแทนของมนุษย์ ปัจจุบันผ้าธงประยุกต์รูปแบบไปให้สวยตามสมัยนิยม ผ้าธงไม่จำกัดชนิดผ้า สีสัน และความยาว แต่เมื่อยกขึ้นไปโดนลมแล้วควรจะสะบัดสวยงาม และชายธงไม่ละพื้น

สำคัญไม่แพ้กันคือขบวนผ้าป่าท้ายธง ที่เป็นการร่วมระดมกันทำบุญเพื่อนำปัจจัยจากชาวบ้านไปถวายวัด

นอกจากไม้แกะสลักรูปพญานาคและพวงอุบะแล้ว วัสดุทุกอย่างที่นำมาทำธงจะต้องให้วัดใช้ประโยชน์ได้หมด เช่น ของตกแต่งธงนำไปตกแต่งวัดเมื่อมีงานบุญ ไม้ไผ่นำไปทำราวหรือใช้ประโยชน์อื่นๆ ถ้าเป็นผ้าขาวม้าก็นำไปแจกญาติโยมที่มาปฏิบัติธรรม นับเป็นกุศโลบายที่ลึกซึ้ง ทั้งทำนุบำรุงศาสนาและสะท้อนถึงวิธีคิดของคนยุคเก่าที่ใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยแทบไม่มีส่วนใดเหลือทิ้งเลย

7

ขบวนแห่สุดมันส์ คนเบญพาด

เมื่อธงพร้อม คนก็พร้อม หลังจากทำธงเสร็จล่วงหน้า เมื่อถึงวันงาน 17 เมษายน แต่ละบ้านนัดกันแต่งชุดกันเพื่อตั้งขบวนแห่ธงจากหมู่บ้านไปที่วัด วันนี้คือวันแห่งสีสันและความสนุกสนานอย่างแท้จริง แต่ละบ้านจัดกันเต็มที่ไม่มีใครยอมใคร บ้างก็นัดกันใส่ชุดพื้นเมือง บ้างก็เสื้อลายดอกสีสันแสบตา บ้างก็ชุดแฟนซีเป็นหมู่คณะ บางคนก็ใส่ชุดแปลกๆ หลุดโลกไปเลยก็มี แล้วตั้งขบวนช่วงบ่ายของวันงาน

8

9

พอถึงประมาณบ่ายสองหรือบ่ายสามโมงก็เริ่มเคลื่อนขบวนแห่ธงจากหมู่บ้านไปที่วัดพนมทวน ขบวนผ้าป่านำหน้า ตามด้วยคนแบกเสาธงที่ยาวเฟื้อยและขบวนชาวบ้าน เสียงเพลงลำซิ่งดังสนั่น ทุกคนร้องรำกันเต็มที่ สนุกกันสุดเหวี่ยง ปลดปล่อยความเครียดที่เผชิญมาตลอดทั้งปี เป็นที่มาที่ชาวบ้านบอกกับเราว่า วันนี้ขอไม่ใช่คนหนึ่งวัน!

10

สามแยกก่อนเข้าวัดที่เต็มไปด้วยคนที่มารอชม ผู้คนกว่าหลายพันคนยืนเต็มถนนจนแทบไม่มีพื้นที่ว่าง บางคนก็ฉีดน้ำใส่ขบวนแห่ให้ความเย็นฉ่ำ จากนั้นเมื่อขบวนแห่ธงมาถึงวัดเบญพาด ก็จะนำเสาธงมาวางพาดกับฐานที่ตั้งเรียงรายบนลาน ส่วนผ้าธงนำไปเวียนรอบโบสถ์ แล้วม้วนตั้งไว้ให้ชาวบ้านพรมน้ำอบน้ำหอม พรมพระทราย และกระดูกบรรพบุรุษ รวมทั้งมาพรมเสาธงกันอย่างเนืองแน่นจนลานทรายหน้าวิหารเต็มไปด้วยคนนับพัน แต่ละคนจะมีก้านมะยมและถังหรือขันใส่น้ำอบน้ำปรุง จะมาเวียนต่อแถวกันพรมน้ำที่เสาธงของทุกหมู่บ้าน จนกระทั่งขบวนแห่นำเสาธงทั้ง 7 หมู่บ้านมาประจำการที่ฐานจนครบ จากนั้นเข้าสู่ช่วงพิธี พระจะสวดให้ศีลให้พร ชาวบ้านน้ำผ้าธงมาผูกกับเสาธง จากนั้นคอยฟังพระให้สัญญาณตั้งธงได้

11

ธงแห่งความสามัคคี

ช่วงเวลาที่น่าตื่นตาตื่นใจก็มาถึง หลังเสียงสัญญาณ ชาวบ้านคนหนุ่มคนแก่ก็ช่วยกันตั้งเสาธงที่ยาวกว่าสิบเมตรให้เร็วที่สุด ทั้งใช้มือยก และใช้ไม้ช่วยกันค้ำ เป็นบรรยากาศร่วมแรงร่วมใจกันที่แสนวุ่นวาย ไม่กี่วินาทีเท่านั้นเสาธงของแต่ละหมู่บ้านก็ตั้งกันเด่นสง่าจนครบทั้ง 7 หมู่บ้าน เสียงไชโยโห่ร้องดังขึ้น ชาวบ้านช่วยกันมัดเสาธงเข้ากับฐานก็เป็นอันเสร็จสิ้น

12

ปีนี้เกิดความผิดพลาดทางเทคนิค เพราะจริงๆ แล้วยังไม่มีสัญญาณมาจากพระสงฆ์ แต่เป็นชาวบ้านที่เข้าใจผิดไปเอง จึงต้องโน้มเสาธงลงมายกขึ้นใหม่ เมื่อพระให้สัญญาณปรากฏว่าคราวนี้มีเสาธงของหมู่บ้านหนึ่งหัก ยกขึ้นไม่ได้ ในขณะที่บ้านอื่นยกธงขึ้นหมดแล้ว ชาวบ้านผู้หญิงบางคนตกใจหน้าถอดสี นาทีนั้นเราได้เห็นความร่วมแรงร่วมใจกันอย่างแท้จริง เพราะชาวบ้านผู้ชายจากบ้านอื่นต่างกรูเข้ามาช่วย นำไม้ค้ำเสาธงของบ้านตนเองมามัดดามกับเสาธงบริเวณที่หักจนแน่น และตัดสินใจปลดผ้าธงออกเพื่อลดน้ำหนัก แล้วทุกคนก็ช่วยกันยกขึ้นอีกรอบ เสาธงตั้งขึ้นได้ท่ามกลางเสียงดีใจที่ดังขึ้นดังกว่าเดิม เพราะมาจากชาวบ้านทุกคนที่ยืนลุ้น เสาธงของทั้ง 7 หมู่บ้านตั้งขึ้นเรียบร้อย ดูโดดเด่นเป็นสง่า ผ้าธงสะบัดพลิ้วเมื่อต้องลม ดูสวยงามอย่างยิ่ง จะประดับธงไว้ราว 3-4 วัน ก่อนจะปลดธงลงเพื่อถวายวัด

13

เมื่อตั้งเสาธงกันเสร็จแล้วจากนั้นก็ถึงเวลารื่นเริงอีกครั้ง เพลงมันส์ๆ ก็มา ชาวบ้านเต้นกันสุดใจขาดดิ้น ทั้งหนุ่มสาว รุ่นพ่อแม่ คนเฒ่าคนแก่ แล้วขบวนผู้คนก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากลานวัดไปเฉลิมฉลองที่ด้านนอกวัดกันอย่างเต็มที่ สาดน้ำเล่นกันสนาน บรรยากาศครึกครื้นคึกคัก

14

15

นับเป็นประเพณีในวันปีใหม่ไทยที่มีเสน่ห์อีกแห่งหนึ่งที่สนุกสนานไม่แพ้ประเพณีสงกรานต์ที่อื่นๆ เลย

16

ขอขอบคุณ : งานสื่อมวลชนสัมพันธ์ในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกาญจนบุรี โทร. 034-511-200,034-512-500
#walkingthailand #เบญพาด #เที่ยวเก๋ไก๋สไตล์ลึกซึ้ง




( 0 Votes )
blog comments powered by Disqus