NaiRobRoo.com I หัวใจสีเขียว พาเที่ยวทั่วไทย

กิ่วแม่ปาน : ไต่เส้นขอบฟ้า ตามหาสรวงสวรรค์

เกือบ 10 ปีที่แล้ว สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ผมเคยไปเที่ยวดอยอินทนนน์ จังหวัดเชียงใหม่ กับชมรมถ่ายภาพของคณะที่ศึกษาอยู่ จำได้ว่าพวกเรามัวแต่ไปต่อแถวถ่ายภาพเท่ๆ กับป้าย “สูงสุดแดนสยาม” กันอยู่นานสองนาน แล้วเพื่อนคนหนึ่งก็เหลือบไปเห็นป้าย “เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา” เราจึงลองเดินไปสำรวจกัน 

kawmaepan4

แล้วก็ต้องตกตะลึงกับภาพผืนป่าอันแน่นทึบ ต้นไม้ทุกต้นตามกิ่งก้านและลำต้นปกคลุมด้วยมอสส์และเฟินสีเขียว ราวกับเป็นป่าดึกดำบรรพ์ในภาพยนตร์ The Lord of The Rings อย่างไรอย่างนั้น !ยังไม่ทันได้ก้าวต่อ รุ่นพี่ก็ตะโกนข้ามฟากมาเรียกให้ทุกคนขึ้นรถ ความฝันที่จะได้ลงไปสัมผัสฉากในภาพยนตร์จึงล้มไม่เป็นท่า แต่ภาพผืนป่าเขียวชอุ่มในวันนั้นยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำและติดอยู่ในใจผมเสมอมา

kawmaepan9 kawmaepan10

แม้ต่อมามีโอกาสเดินป่าอีกหลายแห่ง แต่ก็ไม่ได้เฉียดไปใกล้ผืนป่ายอดดอยแห่งนั้นอีกเลย มานึกขึ้นได้ตอนเพื่อนโทร.มาชวนไปเที่ยวรับลมหนาวปลายปี ผมรีบเข้าอินเทอร์เน็ตและพบว่า นอกจากผืนป่าประเภทเดียวกันจะมีอยู่ที่เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกาแล้ว ยังพบใน เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ซึ่งอยู่บนดอยอินทนนท์เช่นเดียวกันด้วย แต่เส้นทางหลังพิเศษกว่าตรงที่เป็นทางเดินยาวถึง 3 กิโลเมตร และมีทางเดินเลาะเลียบสันเขามองเห็นแนวเมฆอยู่ระดับเดียวกับสายตา  ผมดูภาพแล้วรีบยกหูจองตั๋วรถทัวร์มาเชียงใหม่ทันทีเรามาเฝ้ารอแสงแรกของวันที่จุดชมทิวทัศน์ กม. ที่ 42 ด้านหน้าทางเข้าเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ตั้งแต่ม่านราตรียังห่มคลุมฟากฟ้า  ที่นี่เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามอีกแห่งของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ 

kawmaepan

kawmaepan2

 พี่เจ้าหน้าที่อุทยานฯ แนะนำให้เราเข้ากิ่วแม่ปานเป็นกลุ่มแรกๆ บรรยากาศจะสวยงามที่สุดและยังมีคนไม่มาก  พอถึงเวลาเปิดเส้นทางเราก็ตามพี่วิชิตไกด์ชาวม้งเข้าไป  เดินไม่กี่ก้าวหัวใจผมก็ลิงโลด เพราะผืนป่าสีเขียวสวยงามร่มรื่นเหมือนที่เคยวาดฝันไว้ 

kawmaepan6

 ช่วงเช้าเช่นนี้ป่ายังชุ่มชื้นมาก ตามใบไม้มีน้ำค้างเกาะพราวไปทั่ว แสงสว่างอันน้อยนิดทำให้ผืนป่าดูครึ้มมืด ทั้งเต็มไปด้วยสายหมอกจนดูพร่าเลือนราวกับอยู่ในความฝันพี่วิชิตบอกว่า ป่าประเภทนี้คือป่าดิบเขาระดับสูง พบเฉพาะพื้นที่สูงเหนือระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 2,000 เมตรขึ้นไปเท่านั้น ซึ่งในประเทศไทยพบเพียงไม่กี่แห่ง  ด้วยพื้นที่ป่านี้อยู่สูงระดับเดียวกับก้อนเมฆ จึงมีอีกชื่อเรียกว่า “ป่าเมฆ”  ป่าเมฆได้รับอิทธิพลจากเมฆอยู่ตลอดเวลา ทำให้มีความชื้นสูงมากและอากาศหนาวเย็น พืชพรรณที่ชอบอากาศชื้นจึงเติบโตงอกงามขึ้นปกคลุมไปทั่ว โดยเฉพาะมอสส์และเฟินที่มีกว่า 100 ชนิด  ผมหยุดมอง “ฟิล์มมีเฟิน” (filmy fern) เฟินที่มีใบหนาเพียง 1 เซลล์ พบได้ในป่าแบบนี้เท่านั้น ใบของมันบางและโปร่งแสงราวกับแผ่นฟิล์ม ยามแสงตกกระทบยิ่งดูสวยงาม

kawmaepan11 kawmaepan13

บนเส้นทางเราพบน้ำตกขนาดเล็กไหลผ่านผาหิน  เสียงสายน้ำทำให้รู้สึกผ่อนคลายและจิตใจสงบ  อากาศรอบๆ ตัวบริสุทธิ์สดชื่น จนรู้สึกว่าสูดลมหายใจได้สบายปอดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนพวกเราเดินต่อมาอีกไม่ไกล สภาพป่าก็เปลี่ยนไปราวกับตัดฉากภาพยนตร์ จากผืนป่าอันมืดครึ้ม มีต้นไม้สูงท่วมหัว บัดนี้ฉากเบื้องหน้ากลายเป็นทุ่งหญ้าโล่งสว่างจ้า ที่หน้าผาปลายสุดท้องทุ่งมีแนวเมฆสีขาวทอดตัวยาวไกลสุดตา  แม้ผมเคยเห็นภาพนี้มาก่อนในอินเทอร์เน็ตแต่เทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า และคิดว่าคงไม่มีกล้องถ่ายภาพตัวใดจะบันทึกความเย็นสดชื่นของสายลมและความรู้สึกตัวเล็กจ้อยเมื่อเทียบตนเองกับทิวเขาและแนวเมฆกว้างใหญ่ได้อีกสิ่งที่ทำให้รู้สึกตะลึงพรึงเพริดคือ บนยอดหญ้าของท้องทุ่งแห่งนี้มีน้ำค้างเกาะทั่วจนชุ่มฉ่ำ 

kawmaepan5

ผมอยากจะเรียกมันว่า “ทุ่งน้ำค้างยามเช้าแสนมหัศจรรย์”  พี่วิชิตบอกว่า นี่เป็นภูมิประเทศแบบ “ซับ-อัลไพน์” ที่พบในเขตอบอุ่นของโลกที่จุดชมทิวทัศน์ริมหน้าผา ผมรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่เสมอเส้นขอบฟ้า  พวกเราอยู่สูงกว่าเมฆ ใกล้แทบจะเอื้อมมือจับก้อนสีขาวเหมือนปุยนุ่นนั้นได้ และรับรู้ถึงความเย็นชื่นอย่างที่ไม่อาจสัมผัสได้เมื่อมองจากหน้าต่างเครื่องบิน“นึกว่าอยู่บนสวรรค์” เพื่อนคนหนึ่งเอ่ยเหมือนรำพึง เราพยักหน้ารับพร้อมกัน  ในใจผมคิดว่าคงมีอีกไม่กี่แห่งในเมืองไทยที่จะได้เห็นทิวทัศน์น่าตื่นตาตื่นใจแบบนี้ความสนุกยังไม่จบสิ้น พี่วิชิตพาเราเดินต่อมาตามสันเขาที่เรียกว่า “กิ่ว” (แปลว่าแคบ) ซึ่งเป็นส่วนที่แคบที่สุดของภูเขา

kawmaepan14 

ด้านขวามือคือหน้าผาที่มองเห็นเทือกเขาทอดยาวอยู่เบื้องล่าง ส่วนด้านซ้ายเป็นทุ่งหญ้าที่พบพันธุ์ไม้หายากขึ้นแซมตลอดทาง อย่างมะแหลบ ช้ามะยมดอย ต่างไก่ป่า  บางชนิดเช่นบัวทอง ก็พบเฉพาะบนดอยอินทนนท์นี้เท่านั้น

 kawmaepan21

พันธุ์ไม้ที่น่าสนใจที่สุดคงเป็นเจ้ากุหลาบพันปี ที่ดอกสีแดงสดของมันตัดกับท้องฟ้าสีเข้มอย่างโดดเด่น  ไกด์ของเราบอกว่า แต่ละปีก้านของมันจะยาวขึ้นไม่กี่เซนติเมตร  กว่ามันจะสูงท่วมหัวเราได้คงต้องยืนหยัดลำต้นผ่านเวลาหลายศตวรรษ สมดังชื่อกุหลาบพันปีเส้นทางช่วงสุดท้ายเรากลับเข้ามาในป่าดิบเขาอีกครั้ง  คราวนี้แสงอาทิตย์ยามสายสาดส่องให้เห็นรายละเอียดของผืนป่ามากขึ้น ทั้งเห็ดรูปร่างแปลกตา บีโกเนีย กล้วยไม้ ฯลฯ  บางช่วงพี่วิชิตให้พวกเราหยุดนิ่งฟังเสียงป่า ฟังเสียงนกร้องเจื้อยแจ้ว เสียงน้ำไหลในลำธาร สรรพเสียงสอดประสานเป็นท่วงทำนองของธรรมชาติฟังรื่นรมย์คงไม่มีใครรู้หรอกว่าสวรรค์หน้าตาเป็นเช่นไร แต่ถ้ามีใครให้บรรยายภาพสวรรค์ในจินตนาการ ผมจะนึกถึงกิ่วแม่ปานเป็นลำดับแรก !  


***ระยะทางทั้งหมด 3 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 2-3 ชั่วโมงเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานเปิดให้บริการตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน-30 พฤษภาคมหลังจากนั้นปิดเพื่อให้ธรรมชาติฟื้นตัวเปิดให้เข้าชมเวลา 06.30-16.30 น. โดยต้องมีไกด์ท้องถิ่นนำทางเพื่อความปลอดภัย ค่าบริการ 200 บาท/กลุ่ม (ไม่เกิน 6 คน)***

web-eatingmape1

covercr-01


( 0 Votes ) Add a comment
 

เปิดประตูสู่ชุมพร..เมืองแห่งหุบเขากาแฟโรบัสต้า

“ประตูภาคใต้ ไหว้เสด็จในกรม ชมไร่กาแฟ แลหาดทรายรี ดีกล้วยเล็บมือ ขึ้นชื่อรังนก” เป็นคำขวัญจังหวัดชุมพรที่รวบรวมของดีไว้มากมาย และ “กาแฟ” ก็เป็นอีกหนึ่งผลผลิตที่ขึ้นชื่อ ด้วยชุมพรเป็นจังหวัดที่ปลูกกาแฟพันธุ์โรบัสต้ามากที่สุดในประเทศไทย โดยมีพื้นที่เพาะปลูกถึง 178,283 ไร่ ผลผลิตรวม 24,424 ตัน/ปี สร้างรายได้ให้เกษตรกรเป็นเงิน 1,500 ล้านบาท ซึ่งผลผลิตดังกล่าว ประมาณร้อยละ 2 จะแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์กาแฟและกาแฟสำเร็จรูปที่หลากหลายทั้ง 3 in 1 สูตรเข้ม กลมสูตรกล่อม 4 in 1 สูตรสมุนไพร และ 7 in 1 สูตรสมุนไพรไม่ผสมน้ำตาล รับลองว่าทุกแก้วที่คุณดื่มจะได้สัมผัสถึงรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ผสานกลิ่นของกาแฟสดแท้จากไร่ เข้มข้นลงตัวในแบบฉบับกาแฟโรบัสต้าแท้ๆ   

coffeech8

ก่อนที่จะไปตะลุยกันถึงหุบเขาโรบัสต้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เรามาแวะสักการะศาลเสด็จในกรมหลวงชุมพรฯ ที่หาดทรายรี อำเภอเมืองชุมพร ซึ่งเคยเป็นที่พำนักของเสด็จเตี่ยหรือกรมหลวงชุมพรฯ ก่อนสิ้นพระชนม์ บนหาดทรายรีจึงมีการสร้างศาลเสด็จในกรมหลวงชุมพรฯ ขึ้นเป็นอาคารรูปเรือรบขนาดใหญ่ มองเห็นทิวทัศน์ของหาดทรายรีได้ไกลสุดสายตา และบริเวณใกล้ๆ ศาลฯ มีเรือรบหลวงชุมพร เป็นเรือรบตอปิโดขนาดใหญ่ที่ปลดประจำการเมื่อ พ.ศ. 2518

coffeech19

และอีกหนึ่งจุดที่ห้ามพลาดคือจุดชม ทิวทัศน์เขามัทรี ถือเป็นจุดแลนมาร์คของจังหวัดชุมพรที่สามารถเห็น ทิวทัศน์ของปากน้ำชุมพรและทะเลชุมพรได้เกือบ 360 องศา ขอแนะนำให้มาช่วงเช้าหรือช่วงเย็นเพราะจะเห็นพระอาทิตย์ขึ้นและตกท่ามกลางวิถีชีวิตชุมชนและทะเลชุมพรที่สวยงาม บนจุดชม ทิวทัศน์ยังเป็นที่ตั้งของร้านกาแฟบ้านถ้ำสิงห์ หนึ่งในผู้ผลิตกาแฟชุมพรอีกด้วย

coffeech23

ปัจจุบันกลุ่มผลิตภัณฑ์กาแฟของชุมพรมีทั้งหมด 10 กลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มจะมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและมีจุดขายที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้


>>>บริษัท ชินวัตรคอฟฟี่ จำกัด (ตำบลนาขา อำเภอหลังสวน)

เป็นแหล่งผลิตกาแฟขี้ชะมด กาแฟที่แพงที่สุด จะผลิตกาแฟขี้ชะมด ตรา “โกสกาแฟชะมด” ซึ่งกาแฟขี้ชะมดนั้นมีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินโดนีเซีย บนเกาะสุมาตรา โดยชาวบ้านเข้าไปในป่าแล้วเห็นขี้ชะมดที่มีเมล็ดกาแฟติดอยู่นึกเสียดาย เลยนำกาแฟจากขี้ชะมดมาล้างแล้วนำไปคั่วและชงดื่ม ปรากฎว่าได้กาแฟที่มีรสชาติดีมาก เลยเริ่มเลี้ยงชะมดไว้ในไร่กาแฟ และกลายเป็นธุรกิจกาแฟขี้มดที่สร้างกำไรอย่างมาก ซึ่งปัจจุบันเมืองไทยก็สามารถผลิตกาแฟขี้ชะมดได้ โดยคุณชินวัตร มนตรีประสาร เป็นต้น

coffeech1

แบบการเลี้ยงตัวชะมดเพื่อผลิตกาแฟขี้ชะมดในจังหวัดชุมพร ปัจจุบันเลี้ยงชะมดไว้ 60 กว่าตัว เป็นชะมดสายพันธ์กินพืช (Paradoxurus hermaphroditus) ที่จะให้กินเฉพาะกาแฟออแกนิกที่สุกแล้วเท่านั้น โดยจะให้วันละมื้อ คือมื้อเย็น พอช่วงเช้าชะมดถ่ายออกมาก็เก็บขี้ชะมดที่มีลักษณะเป็นเมล็ดกาแฟติดกันเป็นแท่งๆ มาตากแดดประมาณ 7-8 วัน

coffeech

coffeech4

จากนั้นลองเขย่าดูถ้ามีเสียงดังกริ๊งๆ เหมือนกระดิ่งก็แห้งใช้ได้ แล้วนำไปล้างให้สะอาด กะเทาะเปลือกออก ก็จะได้กาแฟสาร จากนั้นนำไปคั่ว บด พร้อมชงดื่ม จะได้กาแฟที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ดื่มคู่กับ “ชาอะไรว๊ะ” ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของคุณชินวัตร ที่นำใบเหลียงมาทำชามีทั้งแบบร้อนและเย็นให้ดื่มชื่นใจพร้อมสรรพคุณทางยาอีกเพียบ

coffeech28

>>>วิสาหกิจชุมชนเกษตรกรทำสวนเขาทะลุ (ตำบลเขาทะลุ อำเภอสวี)

ผลิตกาแฟ ตรา “กาแฟเขาทะลุ” เป็นสินค้า OTOP 5 ดาวตัวแรกของจังหวัดชุมพร ริเริ่มโดยนายสันติ ใจรักษ์ หรือลุงนุ้ย ประธานกลุ่ม มีการรวมกลุ่มเกษตรกรทำสวนเขาทะลุ โดยเน้นการทำไร่กาแฟเป็นหลัก พื้นที่ปลูกกาแฟมีมากถึง 90% ของพื้นที่ทั้งตำบล จุดเด่นของกาแฟเขาทะลุคือ ใช้โรบัสต้าแท้  100 % รสชาติเข้มข้น หอมกลิ่นกาแฟคั่ว

coffeech25

ปัจจุบันผลิตกาแฟสำเร็จรูปแบบ 3 in 1 ถึง 4 สูตร ได้แก่ รสกลมกล่อมสีดำ รสกลางสีแดง รสเข้มข้นสีเขียว คอลลาเจนสีชมพู และมีกาแฟคั่วบด ทั้งคั่วเข้ม คั่วกลาง คั่วอ่อน

coffeech26


>>>กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านหนองแซะสามัคคี (ตำบลนาสัก อำเภอสวี)

ผลิตกาแฟโบราณ ตรา “กาแฟลุงเหนอ” เป็นกาแฟโบราณสูตรดั้งเดิม ที่มีขั้นตอนการผลิตแบบพื้นบ้านโดยนายเสนอ ศรีคง หรือลุงเหนอผลิตเครื่องคั่วกาแฟเอง และคั่วกาแฟแบบสูตรเฉพาะโดยใช้กาแฟโรบัสต้า 70 % ผสมกับการแฟอาราบิก้า 30 % คั่วด้วยเครื่องคั่วกาแฟโบราณ

coffech7

แล้วนำมาคั่วอีกครั้งโดยใส่เนยและน้ำตาลทรายลงไป เพิ่มความหอมและรสชาติหวานมันในตัว 

coffech18


>>>วิสาหกิจชุมชนกาแฟบ้านถ้ำสิงห์ (ตำบลถ้ำสิงห์ อำเภอเมือง)

ผลิตกาแฟ ตรา “กาแฟถ้ำสิงห์” คุณนิคม ศิลปะศร ประธานกลุ่มได้สร้างจุดเด่นของกาแฟถ้ำสิงห์ด้วยการตากกาแฟด้วยโรงตากกาแฟพลังงานแสงอาทิตย์ จะทำให้ได้กาแฟที่ไม่เปรี้ยว รสเข้ม กลิ่นหอม ผลิตกาแฟคั่วบด กาแฟดำ กาแฟสำเร็จรูปแบบ 3 in 1

coffeech20

และผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดคือกาแฟ 4 in 1 สูตรผสมสารสกัดดอกคำฝอย 

coffeech22

coffeech17


>>>สหกรณ์ผู้ปลูกกาแฟจังหวัดชุมพร (ตำบลท่าแซะ อำเภอท่าแซะ)

ผลิตกาแฟ ตรา “กาแฟชุมพร” ในปี 2530-2540 ราคากาแฟตกต่ำ ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟได้รับความเดือดร้อน เกษตรกรส่วนหนึ่งได้รวมตัวกันจัดตั้งองค์กรและจดจดทะเบียนในชื่อ สหกรณ์ผู้ปลูกกาแฟจังหวัดชุมพร ขึ้นมาเพื่อบริหารจัดการผลผลิตกาแฟ นายปิยะ หนูสุด เป็นประธารกลุ่มได้นำผลผลิตกาแฟสารจากสมาชิกมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในชื่อ กาแฟชุมพร และมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นกาแฟคั่ว-บด กาแฟพร้อมดื่ม

coffeech11

และล่าสุดเป็นการแฟสำเร็จรูปแบบ 3 in 1 ตรากาแฟชุมพร 

coffeech13

นอกจากนี้ยังมีห้างหุ้นส่วนผู้จัดการ แสงทองการค้า จำกัด  (ตำบลนาโพธิ์ อำเภอสวี) ผลิตกาแฟ ตรา “กาแฟเอสที” เป็นกาแฟเพื่อคนรักสุขภาพ สำหรับคนเป็นโรคเบาหวาน สูตรไม่มีน้ำตาลแต่ใช้สารให้ความหวานทดแทน มีห้องจัดแสดงสินค้าและร้านจำหน่ายสินค้าหน้าโรงงาน  

บริษัท คอฟฟี่ฟาร์มเมอร์(ประเทศไทย) จำกัด (ตำบลทุ่งตะไคร อำเภอทุ่งตะโก) ผลิตกาแฟ ตรา “กาแฟคอฟฟี่ฟาร์ม” มีผลิตภัณฑ์ 3 in 1 กาแฟคั่ว กาแฟดำพร้อมชง และผลิตภัณฑ์โดดเด่นคือ กาแฟลดความอ้วน ตรา จี ไดมอนด์ ดี ผสมแคลเซียมดี มะข้ามป้อม คอลลาเจน เพิ่มแอลกลูตามีน แอลอาร์จินีน และโครเมียม

coffeech36

บริษัท เทรนดี้ 2010 (ประเทศไทย) จำกัด (ตำบลนากระจาม อำเภอท่าแซะ) ผลิตกาแฟ ตรา “กาแฟเทรนดี้” เป็นกาแฟ 3 in 1 สูตรเข้ม และสูตรกลมกล่อม

บริษัท ชายน้อยฟู้ด จำกัด (ตำบลทะเลทรัพย์ อ.ปะทิว) ผลิตกาแฟ ตรา “กาแฟอีซี่” เป็นกาแฟ 3 in 1 รสหวานมัน โดยจะเน้นทำตลาดในประเทศพม่าและห้างหุ้นส่วนผู้จัดการ ปัณณากาแฟ จำกัด (ตำบลขุนกระทิง อำเภอเมือง) ผลิตกาแฟ ตรา “อิ่มกาแฟชุมพร” เป็นกาแฟ 3 in 1 สูตรกลมกล่อม และสูตรหวานมัน โดยจะเน้นทำตลาดในประเทศพม่า

coffeech24

coffeech33

โดยทุกปีๆ ผลิตภัณฑ์กาแฟจังหวัดชุมพรของทุกกลุ่มจะมารวมกันในงานเกษตรแฟร์และของดีชุมพร โดยในปีนี้ได้จัดงานขึ้นเป็นครั้งที่ 4  ณ บริเวณสวนสาธารณะอาภากรเกียรติวงศ์ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพรในระหว่างวันที่ 22 - 30 สิงหาคม 2557  

coffeechu34

นายชาติชาย อุทัยพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นผู้เปิดงาน ภายในงานมีกิจกรรมมากมาย เช่น การจัดขบวนรถแห่ผลไม้จาก 8 อำเภอ การจัดนิทรรศการของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน มีการจำหน่าย ผลไม้สด พืชผักพื้นบ้าน สินค้าปศุสัตว์ สินค้าประมงสดและแปรรูป สินค้า OTOP ตลอดจนกิจกรรมภาคบันเทิง มีการแสดงดนตรีของนักร้องชื่อดัง การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านให้ชมตลอดงาน 


web-eatingmape1

coversm

ขอบคุณ : สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชุมพร ร่วมกับ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพรและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานชุมพร ร่วมกันจัดโครงการสินค้าเกษตรชุมพรสู่สากล กิจกรรม Chumphon Coffee Valley : ชุมพรเมืองแห่งหุบเขากาแฟโรบัสต้า เพื่อส่งเสริมและผลักดันให้ผลิตภัณฑ์กาแฟของจังหวัดชุมพรเข้าสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ 


( 3 Votes ) Add a comment
   

เสาะหา "น้ำค้างกลางเที่ยง" ที่ภูสอยดาว

ฤดูฝนผืนป่าชุ่มฉ่ำเขียวขจี นักเดินทางหลายคนนึกถึงการเที่ยวป่า...เดือนที่ผ่านมา โชคชะตาพาให้เราได้ไปนอนค้างแรมบนดอยสูงท่ามกลางธรรมชาติแห่งขุนเขาของอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว  อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ร่ำลือกันว่าบนยอดภูในช่วงสายฝนโปรยปรายมีดอกไม้นานาพันธุ์แข่งกันเบ่งบานอวดโฉม โดยเฉพาะดอกหงอนนาค ที่บางคนเรียกว่า "น้ำค้างกลางเที่ยง" 

phusoidao5


>>>เตรียมพร้อม ! ขึ้นภูสอยดาว

เราเริ่มต้นที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ก่อนหน้านี้เราได้ติดต่อขอเจ้าหน้าที่นำทางและลูกหาบมาล่วงหน้าแล้ว (ลูกหาบคิดค่าบริการตามน้ำหนัก ถ้าอยากประหยัดก็ต้องจัดสัมภาระมาแต่พอดี)  ใกล้ๆ ศูนย์บริการฯ เป็นที่ตั้งของน้ำตกภูสอยดาวซึ่งเดินเข้าถึงได้ง่าย  จากน้ำตกเป็นจุดเริ่มต้นเดินขึ้นสู่ลานสนภูสอยดาว

phusoidao20

ระยะทางเกือบ 7 กิโลเมตรที่ต้องเดินนั้นส่วนใหญ่เป็นทางขึ้นเขา พวกเราจึงเลือกสวมใส่เสื้อผ้าเบาสบาย รองเท้าหุ้มส้นที่พื้นรองเท้ายึดเกาะ  พื้นดินเปียกแฉะ และยังเตรียมเสื้อกันฝนและถุงพลาสติกกันน้ำสำหรับใส่ของ ทั้งไม่ลืมน้ำดื่มและของจำเป็นเช่นหยูกยาเผื่อไว้ยามเจ็บไข้เราเดินเลาะไปตามลำธารด้านล่างของน้ำตก จากนั้นก็เดินสูงขึ้นผ่าน น้ำตกชั้นต่างๆ รวม 5 ชั้นอันมีชื่อไพเราะคล้องจอง--ภูสอยดาว สกาวเดือน เหมือนฝัน กรรณิการ์ สุภาภรณ์  รอบบริเวณร่มรื่นด้วยไม้ใหญ่สมเป็นป่าดิบชื้น

เรามาถึง "เนินส่งญาติ" เป็นจุดแรก  ขุนเขาเบื้องหน้าดูสูงชัน เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ผู้นำทางจะบอกเราว่าเนินนี้ยังเด็กๆ ถ้าเทียบกับอีกหลายเนินข้างหน้าชื่อ "เนินส่งญาติ" มีที่มาจากครั้งที่พื้นที่นี้ยังเป็นพื้นที่สีแดง--พื้นที่สู้รบระหว่างฝ่ายรัฐกับพรรคคอมมิสต์แห่งประเทศไทยญาติพี่น้องของทหารไทยที่จะขึ้นไปประจำการบนภูสอยดาวจะพากันมาส่งและร่ำลาที่เนินแห่งนี้

จากนี้ไปเส้นทางจะสูงชันและยากลำบากยิ่งขึ้นจาก "เนินส่งญาติ" สู่ "เนินมรณะ" จากเนินส่งญาติต้องเดินขึ้นเขาเป็นระยะทางยาวไกล แค่เห็นเส้นทางข้างหน้า ใจหนึ่งก็หวิวๆ แต่อีกใจก็ฮึด กัดฟันเดิน    ต้านแรงโน้มถ่วงของโลกไปตามทางซิกแซ็กขึ้นสู่เนินสูงลูกแล้ว  ลูกเล่า  จากเนินปราบเซียนไปสู่เนินป่าก่อและเนินเสือโคร่ง  ระยะทางที่ผ่านแม้ไม่ใกล้แต่ก็เดินสบาย ทั้งไม่สูงมากอย่างที่คิด จากนั้นเราก็ไปต่อยังเนินมรณะ เนินท้ายสุด

phusoidao13

เนินมรณะเป็นที่สุดของความยากลำบาก ถึงขั้นเกือบถอดใจเส้นทางทั้งสูงทั้งชันและปลายทางซึ่งอยู่บนยอดเนินที่เห็นลิบๆก็พาให้แทบเข่าอ่อน  ร่างกายที่เริ่มเหนื่อยล้าแข้งขาที่เริ่มระบม ทำให้แต่ละก้าวเป็นไปค่อนข้างลำบาก เหมือนเราต้องแบกน้ำหนัก ของตัวเราเองอย่างนั้นทว่าในที่สุดพวกเราก็ขึ้นมายืนอยู่บนยอดเนินมรณะได้สำเร็จ  ธรรมชาติมอบรางวัลให้เราด้วยทิวทัศน์ของเทือกเขาภูสอยดาวอันงดงามเกินบรรยายเราพักชื่นชมกับของรางวัลสักครู่ แล้วออกเดินต่อ...อีกเพียง 800 ม. ก็จะถึงลานสนที่เราจะกางเต็นท์ค้างแรมกันคืนนี้


>>>ตามหา "น้ำค้างกลางเที่ยง"

บนลานสนภูสอยดาวที่เรากางเต็นท์มีสำนักงานของอุทยานแห่งชาติฯโดยมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ 2 คน ตั้งอยู่บริเวณลานสนตั้งอยู่บนความสูง 1,633 ม. จากระดับน้ำทะเล สูงพอที่จะทำให้อากาศบนลานนี้หนาวเย็น  ต้นไม้อย่างสนสามใบพากันยืนต้นสูงเป็นทิวแถวละเลียดสาย  หมอกขาว บนพื้นล่างมีดอกหงอนนาคสีม่วงอ่อนเบ่งบานชูช่อล้อลมอยู่เต็มท้องทุ่งหงอนนาคจะผลิดอกบานเมื่อฤดูฝนมาเยือน  ท่ามกลางความชุ่มชื้น หยาดน้ำค้างซึ่งแต่งแต้มที่ปลายกลีบดอกสีม่วงระเรื่อ ยามแสงแดดสาดส่อง เกิดเป็นประกายน้ำวิบวับไหวตามแรงลม ดูอ่อนหวานงดงามจับใจ  

phusoidao16

แม้ในยามสายคล้อยเคลื่อนถึงเที่ยง หยาดน้ำค้างนั้นก็ยังคงอยู่  ผู้คนจึงเรียกขานเจ้าไม้ดอกนี้ในอีกชื่อว่า "น้ำค้างกลางเที่ยง"ลานสนบนภูสูงแห่งนี้ยังมีดอกไม้ที่ชวนกันผลิบานรับสายหมอกละอองฝนอีกหลายชนิด เช่นดอกกระดุมเงิน ดอกกุง ดอกลิลลี่ป่า ดอกดินแดง ดอกเอื้องหมายนาต่อให้ยากลำบากอย่างไร เมื่อได้มาพบสิ่งสวยงามบนลานนี้ ความเหนื่อยยากนั้นก็หายไปเป็นปลิดทิ้งโบกมือลาพระอาทิตย์ ก่อนนอนนับดาวยามค่ำคืน

phusoidao7

phusoidao4

พวกเราอ้อยอิ่งกันบนลานสนได้ไม่นานนักพระอาทิตย์ก็ใกล้จะลาขอบฟ้า เราพากันไปยังจุดชมพระอาทิตย์ตก ซึ่งอยู่ห่างจากลานกางเต็นท์เพียง  300 ม.  ทว่าสายหมอกแผ่คลุมทั่วผืนป่า เราจึงเห็นแสงสุดท้ายของวันแค่รำไร  ถึงอย่างนั้นเราก็มิได้ผิดหวังเพราะเมื่อค่ำคืนมาเยือน เราได้รับสิ่งชดเชยแสนประทับใจ

phusoidao15

phusoidao19

ท้องฟ้าเหนือลานสนยามดึกมืดมิดกว่าท้องฟ้าในเมืองใหญ่ แสงระยิบระยับของดาวล้านดวงเต็มฟ้ากว้างจึงทอประกายกระจ่างชัด ราวอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือถึงหมู่ดาวบนลานสนดูใกล้ถึงเพียงนี้ แล้วหากเป็นภูสอยดาว ภูสูงสุดของเทือกเขานี้ ดวงดาวจะอยู่ชิดใกล้ เราเพียงใด หรือเสมือนจะสอยดาวนั้นมาเป็นของตนได้...

phudoi phusoidao

บนลานสนตอนเช้าตรู่อากาศแจ่มใส เราวางแผนออกสำรวจธรรมชาติบริเวณรอบๆมีเจ้าหน้าที่นำทางพาเราเดินไปยังน้ำตกขุมพบที่เพิ่งสำรวจพบแต่ยังไม่เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว ด้วยสภาพป่าที่รกทึบและเส้นทางปีนป่ายไปตามไหล่  ผาสูงนั้นชื้นแฉะค่อนข้างอันตราย  พวกเราเดินอย่างระมัดระวัง ถ้ามีกิ่งไม้ก็ยึดเหนี่ยว   พยุงตัวขึ้นไป

phusoidao2

แล้วก็ถึงน้ำตกที่ว่า  น้ำตกกลางป่าทึบแห่งนี้ดารดาษด้วยไม้หลากพันธุ์ ทั้งเมเปิลสีแดงสด เห็ด เฟิน กล้วยไม้ป่าหลายสีจากนั้นเราเดินลัดเลาะไปตามลำธารสู่น้ำตกสายทิพย์  ยิ่งสูงขึ้นไปแต่ละชั้น ความสวยงามของน้ำตกก็ยิ่งเผยให้เห็น  ความชุ่มชื้นของผืนป่ารอบๆ น้ำตกเอื้อให้มอส     เจริญงอกงามจนดูคล้ายพรมกำมะหยี่สีเขียวสด  ไลเคนวงสีขาวๆ เทาๆก็มีขึ้นใน    

phusoidao6

phusoidao11

บริเวณนี้ด้วยไลเคนเป็นสิ่งมีชีวิตที่บ่งชี้ถึงสภาพอากาศอันบริสุทธิ์ เพราะมันไม่สามารถเติบโตได้หากสภาพแวดล้อมบริเวณนั้นมีมลพิษการเดินสำรวจธรรมชาติวันนั้นปิดท้ายด้วยการตระเวนเข้าไปใกล้เขตแดนลาว พร้อมถ่ายภาพคู่หลักเขตชายแดนไทย-ลาวเป็นที่ระลึก โดยมีภูสอยดาวเป็นฉากหลังแล้วก็ถึงเวลาที่ต้องลาจากภูสอยดาว  

phusoidao9

เราเที่ยวชมทุ่งดอกหงอนนาคอีกครั้งก่อนอำลาทริปสุดทรหดแต่แสนประทับใจ


>>>ภูสอยดาวสูงเป็นอันดับ 3 ของไทยอุทยานแห่งชาติภูสอยดาวมีพื้นที่ประมาณ 212,798 ไร่    หรือ 340.47 ตร.กม. อยู่ในเขตอำเภอน้ำปาด อำเภอบ้านโคก  จังหวัดอุตรดิตถ์ และ อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก  ภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนต่อเนื่องกับเทือกเขาในประเทศลาว  

>>>มีภูสอยดาวเป็นยอดสูงสุด สูงถึง 2,102 ม. จากระดับน้ำทะเล และสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศ (อันดับ 1 คือดอยอินทนนท์  อันดับ 2 คือดอยหลวงเชียงดาว ใน จ. เชียงใหม่)ข้อมูลควรรู้ระหว่างเดือน ม.ค.-ก.ค. มีการปิดฟื้นฟูสภาพป่าบนลานสนภูสอยดาว

>>>เส้นทางเดินขึ้นลานสนภูสอยดาวค่อนข้างลำบาก ส่วนใหญ่เป็นทางสูงชัน ระยะทางราว6.5 กม. ใช้เวลาเดิน 4-6 ชม. ดังนั้นควรตรวจสอบความพร้อมของสภาพร่างกายก่อนมีเต็นท์และเครื่องนอนให้เช่าสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะขึ้นไปค้างแรม แต่ต้องเตรียมอาหารและน้ำดื่มไปเองมีลูกหาบบริการ ค่าบริการ 30 บาท/กก.

>>>ติดต่อสอบถามที่อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ต. ห้วยมุ่น อ. น้ำปาด จ. อุตรดิตถ์ 53110   โทร. 0-5543-6001-2  


web-eatingmape1

coverloie-01


( 0 Votes ) Add a comment
   

แม่สะเรียง...เมื่อปลายฝนต้นหนาวมาเยือน

แม่สะเรียงอำเภอไม่ใหญ่มากของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตั้งอยู่ริมแม่น้ำยวมมีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบเล็กๆ เต็มไปด้วยทุ่งนาและต้นข้าวเขียวขจี จุดเด่นของแม่สะเรียงมีอยู่ 3 อย่างคือ ทุ่งนา แม่น้ำยวม และวัฒนธรรมไทใหญ่  ว่ากันว่าเมืองแม่สะเรียงจะสวยที่สุดในปลายหน้าฝนต้นหนาว ความเขียวขจีของทุ่งนาที่มีลมเย็นๆพัดผ่าน คือสวรรค์ของคนรักธรรมชาติ อีกทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกก็พร้อม แม่สะเรียงมีโรงแรมขนาดเล็กและเกสต์เฮาส์บรรยากาศดีน่าพักหลายแห่ง ส่วนใหญ่กตั้งอยู่บนถนนที่ขนาบไปกับแม่น้ำยวม บรรยากาศดีเหมาะกับการพักผ่อนและชื่นชมกับความเป็นแม่สะเรียง

greenmae21

>>>หาเวลาไปไต่ 4 พระธาตุประจำเมือง ชมทิวทัศน์ 

ในรอบเมืองแม่สะเรียงมีเจดีย์ประจำทิศอยู่ 4 ทิศ อันได้แก่คือพระธาตุจอมมอญประจำทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ  พระธาตุจอมแจ้ง ประจำทางทิศตะวันออก พระธาตุจอมกิตติประจำทางทิศตะวันตกเฉียงให้ และพระธาตุจอมทอง ประจำทางทิศตะวันออกเฉียงใต้  สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมืองราวพุทธศวรรษที่ 19 ตามความเชื่อของชาวเหนือที่นิยมสร้างเจดีย์ไว้ตามยอดดอยรอบๆเมือง ทั้งนี้ยังเป็นจุดหมายตาสำหรับผู้เดินทางให้รู้ว่าเข้าเขตเมืองใหญ่แล้ว 

greemae3

greenmae4

นอกจากจะขึ้นไปสักการะพระธาตุแล้ว นักท่องเที่ยวยังได้สัมผัสกับทิวทัศน์ที่สวยงามของตัวเมืองแม่สะเรียงด้วย โดยเฉพาะที่พระธาตุจอมมอญที่มองเห็นทิวทัศน์ของเมืองได้ 180 องศา บ้านเรือนอันหนาแน่นอยู่ริมแม่น้ำยวม ท่ามกลางทุ่งนาที่กำลังปักดำ ฉากหลังเป็นเขาสูง จะเสียเวลาสักหน่อยที่นี้คงไม่แปลก  อีกจุดหนึ่งที่เป็นจุดชมทิวทัศน์ดับบพรีเมี่ยมคือพระธาตุจอมทองที่มองเห็นทุ่งนาและทิวทัศน์ของเมืองได้เช่นกัน 


>>> ชมศิลปะของชาวไทใหญ่ผ่านวัดในเมือง

อย่างที่รู้กันว่า “ไทใหญ่” เป็นชนกลุ่มหลักของแม่สะเรียง รองลงเป็นกะเหรี่ยง ที่นี้จึงเต็มไปด้วยวัดแบบไทใหญ่ โดยเฉพาะวัดจองสูง ตั้งอยู่ ถนนแม่สะเรียงโดดเด่นด้วยเจดีย์ทรงเครื่องแบบมอญสามองค์ เมื่อหันหน้าเข้าหาเจดีย์ทั้งสามองค์  

greenmae18

พระเจดีย์องค์ซ้ายมือคือเจดีย์ที่สร้างขึ้นในสมัยต้นรัชกาลที่ 6 ซึ่งมีขนาดเล็กที่สุด พระเจดีย์องค์กลาง ไม่ปรากฎว่าสร้างขึ้นในสมัยใด เดิมทีเป็นพระเจดีย์เก่าเหลืออยู่เพียงครึ่งองค์  พบผอบทองรูปบรรจุพระบรมสาริกธาตุอยู่ภายใน ต่อมาได้ทำการบูรณะจนแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2499  ส่วนพระเจดีย์องค์ขวามือ เดิมเป็นวิหารแบบไทใหญ่  หลังคาซ้อนชั้นลดหลั่นอย่างสวยงาม ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปทั้งเก้าองค์ประดิษฐานอยู่กลางแจ้งจึงมีการก่อสร้างเจดีย์ขึ้นเพื่อครอบพระพุทธรูปดังกล่าว 

greenmae19

ถัดมาเป็นวัดศรีบุญเรือง ตั้งถนนเวียงใหม่ อยู่ไม่ไกลจากวัดจองสูง มาที่นี้ต้องไปชม”จอง” ที่สร้างตามแบบศิลปะไทใหญ่ หลังคาซ้อนชั้น ประดับไม่ฉลุลวดลายลายละเอียดมาก 

greenmae17

จองสามหลังนี้เป็นทั้งโบสถ์ กุฎิและศาลาการเปรียญ ภายในกุฎิสงฆ์มีภาพเขียนเป็นเรื่องพระเวสสันดรชาดก ฝีมือช่างชาวพม่า

จากนั้นไปนมัสการพระคู่เมืองของแม่สะเรียงที่”วัดแสนทอง” ถนนแสงทอง ถือเป็นวัดแรกของแม่สะเรียงสร้างเมื่อ พ.ศ. 2336 บนกุฎิเจ้าอาวาสเป็นที่ประดิษฐานพระเพชรหรือพระสิงห์หนึ่ง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะเชียงแสนหล่อด้วยสำริด ขนาดหน้าตักกว่า 12 นิ้ว จำลองจากพระสิงห์ที่เชียงใหม่ 

ชาวเมืองแม่สะเรียงนับถือศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์ เชื่อว่าพระเพชรบันดาลให้เกิดฝนสำหรับการทำการเกษตร  อีกพระพุทธรูปหนึ่งเป็น”พระแสนทอง” ปางมารวิชัยและศิลปะเชียงแสนเช่นกัน  เล่ากันว่าอัญเชิญมาจากอีกวัดหนึ่งโดยทางช้าง ทว่าช้างไม่ได้หยุดที่วัดไหนเลยจนท้ายที่สุดมาหยุดที่วัดแสนทองแห่งนี้  การขอเข้าชมอาจต้องแจ้งให้กับเจ้าอาวาสได้ทราบ เพราะมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย 


>>>ชมน้ำตกกลางป่า สัมผัสหมอกและผืนป่า (สอบถามเพิ่มเติม อบต แม่เหาะ  โทร. 0-5361-3524, 0-5369-2876)

ไม่ไกลจากตัวอำเภอแม่สะเรียงไปทางทุ่งบัวตองดอยแม่เหาะ มีน้ำตกขนาดกลางแห่งหนึ่งคือน้ำตกแม่สวรรค์น้อย ทางน้ำตกค่อยข้างลำบากหน่อย จากทางรถต้องเดินลงอีกไป500 เมตรจึงจะเจอกับน้ำตกซึ่งมีทั้งหมด 7ชั้น ชั้นที่สวยที่สุดคือชั้นที่ 4 สายน้ำตกไหลตกจากหน้าผาสูง 20 เมตร

greenmae8

greenmae9

ด้วยตัวน้ำตกตั้งอยู่กลางป่าดิบชื้นระหว่างทางไปยังน้ำตกแต่ละชั้นจะเห็นเฟิน มอสส์และเห็ด ขึ้นกระจายอยู่ตามโขดหินและขอนไม้  จากนั้นไปขึ้นดอยหว่ากลึโจ๊ะ ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจาก อบต แม่เหาะ เป็นยอดเขาหนึ่งในเทือกเขาแดนลาว สูงจากระดับน้ำทะเล 1,340 ม.

greenmae16

greenmae

ถือเป็นจุดชมทะเลมอกและพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามจุดหนึ่งของแม่สะเรียง ท่ามกลางป่าดิบแล้งและป่าดิบเขาที่เขียวชอุ่ม


>>>เดินเที่ยวตลาดแม่สะเรียง 

ที่นี้จะคึกคักช่วงเช้า ด้านหน้าตลาดเปิดตลอดวัน ขายของใช้และเสื้อผ้า ส่วนด้านในเป็นแผงเตี้ยๆขายของสด ความสนุกอยู่ตรงที่ได้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านผ่านพวกผักพื้นบ้านดอกกระเจียว เห็ดไข่หาน ใบเมี่ยง หน่อขา

greenmae15

greenmae12

greenmae13

นอกจากนี้ยังมีปลาจากแม่น้ำสาละวินเช่นปลากดหัวเสียม ปลาแข้ ปลาคม ปลาคัง หากเดินเที่ยวชมแล้วหิววก็มีอาหารเช้าให้รองท้องมากมายอย่างกาแฟ โรตี วัฟเฟิล

greenmae14

รวมทั้งขนมและอาหารของไทใหญ่อย่างข้าวส้ม ข้าวเหลือ ขนมอาละหว่า เปงเม้ง ส่วนทะมิน เป็นต้น 

greenmae1

greenmae10

greenmae5

greenmae7

>>> ที่พัก

1. ริเวอร์เฮาท์โอเทล  ถนนแหล่งพาณิชย์ โทร. 0-5362-1201 http://www.riverhousehotels.com ราคาประมาณ 1,200-1,400 บาท 

2.  แทมมารีน แกรนด์ รีสอร์ท ถ. แม่สะเรียง  โทร. 08-7182-2711 08-6918-5307  เริ่มต้น800 บาท 

3. บ้านไร่ปลายดอย  บ้านดงสงัด  โทร.081-9930726  http://www.baanraipaidoi.com ราคา 350-850 บาท 

>>>การเดินทาง 

สามารถเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางของ สมบัติทัวร์  โทร. 0-2553-1753, www.sombattour.com


web-eatingmape1

covermeahongson-01


( 0 Votes ) Add a comment
   

นั่งรถราง ชมเมืองลับแล

วันหยุดยาวช่วงวันแม่มาถึงกันอีกครั้งแล้วนะจ๊ะคุณลูกทั้งหลาย มีแพลนเกี่ยวก้อยมาคุณแม่ไปเปิดหูเปิดตากันที่ไหนบ้างเอ่ย “นายรอบรู้” มีทริปชิลล์ๆ มาฝากกัน สำหรับคุณแม่ที่อยากขึ้นเหนือ เที่ยวเมืองเล็กๆ บรรยากาศสบายๆ อย่าง จังหวัดอุตรดิตถ์  รับรองว่าวันแม่ปีนี้ สนุกสนานชื่นมื่นกันทั้งครอบครัวแน่ๆ จ้า

lablae7

เมืองลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ หลายคนคงได้ยินได้ฟังตำนานเมืองแม่หม้าย ห้ามพูดโกหกกันมาบ้างแล้ว ซึ่งยังคงเป็นเรื่องเล่ายามแขกบ้านแขกเมืองมาเยือนเมืองนี้อยู่จนถึงปัจจุบัน หลายคนถามว่าลับแลมีอะไรให้เที่ยวชม ถ้าอยากรู้เตรียมตัวให้พร้อมแล้วหาที่นั่งบนรถราง ไปเที่ยวชมเมืองพร้อมๆ กันเลย

lablae6

ลับแลเป็นอำเภอเล็ก ที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมของคนล้านนา ที่นี่ยังเต็มไปด้วยธรรมชาติที่สมบูรณ์ ยิ่งในช่วงฤดูฝนหลายคนรู้ดีว่าลับแลคือเมืองผลไม้ที่ต้องหาโอกาสมาเยือนสักครั้งเพื่อชิมทุเรียนพันธุ์หลงลับแลและหลินลับแล ทุเรีนสองสายพันธุ์อันเลื่องชื่อกิโลละหลายร้อยบาท ซื้อกินกันยกลูกก็จ่ายกันเป็นหลักพัน ซึ่งปัจจุบันได้มีการทำสติ๊กเกอร์ยืนยันว่าเป็นทุเรียนหลง หลินแท้ๆ เพื่อการันตีความมั่นใจให้กับผู้ซื้อ 

lablae15 lablae16

เส้นทางของรถรางชมเมืองลับแล เริ่มต้นที่บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบริเวณซุ้มประตูเมืองลับแล ไปตามถนนอินใจมี จากนั้นเลี้ยวเข้าสู่ ถนนราษฎรอุทิศ ผ่านชุมชนบ้านยางกะไดเหนือ

lablae4 lablae5

ขอบอกเลยว่าเส้นนี้เต็มไปด้วยของกินพื้นถิ่นของคนลับแล ทั้งหมี่พัน ข้าวพัน ร้านของทอด รวมไปถึงข้าวมันไก่ ก๋วยเตี๋ยว ผัดไทย ขนมหวาน และไอศครีมกะทิ คอนเฟิร์มว่าอิ่มตั้งแต่หัวถนนไปจนสุดทางกันเลยทีเดียว

labllae1 lablae11

จากชุมชนบ้านยางกระไดเหนือก็จะมุ่งหน้าไปยัง ตำบลหัวดง (ตามทางหลวงหมายเลข 1043) ซึ่งเป็นจุดจำหน่ายผลไม้แหล่งใหญ่ของลับแล ใครอยากได้ทุเรียนพันธุ์หลง-หลิน ลองกอง ลางสาด สามารถแวะซื้อกันได้ที่นี่ เพราะชาวสวนตัดกันสดๆ ออกมาจากสวนจำหน่ายในราคาเป็นกันเอง  

lablae2 lablae13

จากตลาดหัวดงย้อนกลับมาเส้นทางเดิม คุณจะได้ชมทิวทัศน์ทุ่งนาท่ามกลางทิวเขาสวยงามมาก และจะผ่านร้านม่อนลับแล สำหรับผู้ที่ชื่นชอบผ้าทอแวะกันได้เลยอีกทั้งยังมีพิพิธภัณฑ์ผ้าทอโบราณให้ชมอีกด้วย

lablae8

lablae9

จากม่อนลับแลกลับเข้าสู่ย่านใจกลางเมืองมาตาม ถนนเขาน้ำตกใครอยากได้แผ่นข้าวแคบไปทำหมี่พันกินกันที่บ้านสามารถแวะซื้อได้เลย เพราะมีร้านจำหน่ายมากมายหลายร้านตลอดสองข้างทาง

lablae18

lablae10

จากนั้นรถรางจะวิ่งเข้าสู่ ถนนอินใจมี กลับมาจอดบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ให้คุณได้แวะชมพิพิธภัณฑ์เมืองลับแล ภายในจัดแสดงการจำลองวิถีวิตและบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของเมืองลับแลได้อย่างดีเยี่ยม  ทั้งวัฒนธรรม ประเพณี ที่อยู่อาศัย อาหารการกิน ฯลฯ

lablae17

นอกจากรถรางแล้วนั้น ทางศูนย์บริการนักท่องเที่ยวยังมีจักรยานบริการให้ฟรีสำหรับนักท่อเงที่ยวที่อยากปั่นจักรยานชมเมืองลับแลกันเพลินๆ


>>>สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานแพร่ โทร.054-521-118, 08-1888-412



( 2 Votes ) Add a comment
   

หน้า 6 จาก 9