NaiRobRoo.com I หัวใจสีเขียว พาเที่ยวทั่วไทย

ตักบาตรหาบจังหัน วีถีชน วิถีธรรม คนหาดสองแคว

หนึ่งคืนอันแสนสบายท่ามกลางโฮมสเตย์ของบ้านหาดสองแคว กลิ่นอาหารพื้นบ้านลอยมาเตะจมูกพร้อมกับเสียงไก่ขันให้ลุกจากที่นอนนุ่มๆ เช้านี้เป็นวันเข้าพรรษา ชาวบ้านจึงต่างเตรียมหุงหาอาหารเพื่อไปทำบุญที่วัดหาดสองแควกันอย่างพร้อมเพรียง

janhun5

ชาวบ้านหาดสองแควอำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตร์ เป็นชุมชนที่สืบทอดเชื้อสายและขนบวัฒนธรรมมาจากเวียงจันทน์ ประเทศลาว ตั้งชุมชนอยู่บริเวณริมแม่น้ำน่านและคลองตรอนไหลมาบรรจบกัน ที่นี่จึงอบอวลไปด้วยวัตนธรรมอันดีงามของชาวลาวเวียงมากมาย อย่างเช่น ประเพณีการหาบสาแหรก หรือ การตักบาตรหาบจังหัน (“จังหัน” เป็นภาษาโบราณ แปลง่ายๆ ได้ใความว่าภัตตาหารที่ใช้ถวายพระสงฆ์ ส่วน “สาแหรก” แปลว่าเครื่องใส่ของสำหรับหิวหรือหาบ ) 

janhun11 janhun13

ทุกเช้าพระสงฆ์จากวัดหาดสองแควจะเดินไปตามถนนในหมู่บ้านจนสุดทาง โดยจะยังไม่มีชาวบ้านอกมาใส่บาตร เมื่อสุดทางแล้วพระสงฆ์จะเริ่มเดินกลับไปตามทางเดิม

janhun7

ช่วงนี้เองจะมีการตีเกราะเพื่อเป็นสัญญาณให้ชาวบ้านออกมารอใส่บาตรกันอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งการใส่บาตรนี้จะมีแต่เพียงข้าวสุกเท่านั้น ส่วนอาหารคาวหวานที่ทำไว้เพื่อถวายภัตตาหารหรือจังหัน ชาวบ้านก็จะนำมาวางบนแป้นไม้หน้าบ้าน จากนั้นก็จะมีคนนำใส่สาแหรกแบกคานของแต่ละบ้านตามไปถวายพระสงฆ์ที่วัด 

janhun3

janhan

ปัจจุบันประเพณีนี้ยังคงมีอยู่ เพียงแต่ในวันพระใหญ่ชาวบ้านจะแบกสาแหรกจังหันไปถวายที่วัดกันเอง เมื่อถึงวัดก็ช่วยกันจัดแจงนำอาหารใส่จานและประเคนถวายพระ หลังจากพระฉันเสร็จก็รับศิลรับพรและร่วมรับประทานอาหารร่วมกัน

janhan2

 นับเป็นประเพณีที่แฝงไปด้วยกุศโลบายว่า ยิ่งหาบหนักยิ่งได้บุญมาก ช่วยให้ชาวบ้านมีศูนย์กลางทางจิตใจ ทำนุบำรุงพรพุทธศาสนาด้วยความสามัคคี

 

ใครอยากลองเรียนรู้วิถีเช่นนี้บ้าง 

หาโอกาสไปนอนพักที่โฮมสเตย์บ้านหาดสองแควกันได้ 

>>>ค่าที่พักโฮมสเตย์บ้านหาดสองแคว ราคา 350 คน/คืน (รวมค่า อาหารเย็นและเช้า พร้อมอาหารใส่บาตร) 

>>>ติดต่อสอบถามที่พักโฮมสเตย์ได้ที่คุณ สนิท ดีเพ็ชร ประธานกลุ่มศูนย์การเรียนรู้โฮมสเตย์ หาดสองแคว  โทร.08-4505-4672 หรือ อบต.หาดสองแคว โทร.0-5549-6098   และที่ ททท.สำนักงานแพร่ โทร.0-5452-1118,0-5452-1127 


( 0 Votes ) Add a comment
 

Slow life ที่“บ้านป่าเหมี้ยง” 

หลายคนฝันที่จะตื่นขึ้นพบกับภาพป่าเชียวชอุ่มจากหน้าต่างห้องพัก  ฝันว่ามีเสียงสายน้ำไหลรินกล่อมให้เข้านอนและเป็นเสียงแรกที่ได้ยินคราตื่น ทุกอย่างเป็นจริงได้ที่นี้ “บ้านป่าเหมี้ยง”หมู่บ้านเล็กๆ ที่ซุกตัวอยู่หลังคลื่นทิวเขา หล่อเลี้ยงด้วยลมหายใจแห่งความสุขและความเพียงพอในวิถีแห่งตน

plampang6


>>>รู้จักกับบ้านป่าเหมี้ยง

พวกเราเดินทางไปสู่บ้านป่าเหมี้ยงโดยใช้ทางหลวงหมายเลข 1252 ซึ่งตัดผ่านอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน นำไปสู่ผืนป่าอันหนาทึบ  สองข้างทางมีหญ้าดอกขาวชูช่อดอกน่ารัก ตามขอบทางมีแผ่นมอสส์สีเขียวละมุนตาที่ยังมีหยดน้ำจากฝนท้ายฤดูค้างอยู่  ก่อนถึงหมู่บ้านมีจุดหมายตาคือ ลานดอกเสี้ยว ซึ่ดอกไม้นี้จะบานสะพรั่งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ที่นี่จึงเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลวันดอกเสี้ยวบานอันเป็นช่วงเวลาสำคัญของชาวป่าเหมี้ยงด้วย 

plampang9

ในที่สุดพวกเรามาถึงบ้านป่าเหมี้ยงในช่วงบ่ายของวันและเข้าพักใน บ้านพญาวัง ของ ชัยวัฒน์ ขัตติยวงศ์ โฮมสเตย์ 1 ใน 11 แห่งของบ้านป่าเหมี้ยงที่จัดการโดยคนในชุมชน โดยมี ประสิทธิ์ เหรียญทอง เป็นประธานกลุ่มโฮมสเตย์  เมื่อจัดแจงนำสัมภาระเข้าเก็บในบ้านแล้ว เราก็ออกเดินชมบรรยากาศภายใหมู่บ้าน  ความที่ตั้งอยู่เกือบใจกลางอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ที่นี่จึงร่มรื่นด้วยไม้หลายขนาด ตั้งแต่ขนาด 10 คนโอบไปจนถึงไม้น้ำเล็กๆ ที่พลิ้วไหวอยู่ในสายธารเย็น

ผืนป่ารอบบ้านป่าเหมี้ยงจัดเป็นป่าต้นน้ำระดับ 1-A ของแม่น้ำวัง ซึ่งได้รับการอนุรักษ์จากชาวบ้านในลักษณะที่เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน เพราะการทำเหมี้ยงต้องอาศัยร่มไม้ใหญ่ค่อนข้างหนาทึบในป่าดิบเขา ที่ความสูงระดับ 900-1,400 เมตรจากระดับน้ำทะเล และระบบรากของเหมี้ยงต้องรับอาหารและแร่ธาตุผ่านไมคอร์ไรซา (mycorrhiza) ซึ่งเป็นเชื้อราชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นเชื่อมโยงระบบรากของต้นไม้ในป่า ดังนั้นการที่ชาวบ้านดูแลรักษาป่าให้มีความอุดมสมบูรณ์ก็เท่ากับเป็นการทำนุบำรุงแหล่งผลิตรายได้ของชุมชน

plampang8

เหมี้ยง หรือเมี่ยงในภาษาไทยกลาง เป็นชาอัสสัม พบมากบนพื้นที่สูงทางภาคเหนือของไทย เติบโตได้ดีในเขตป่าใต้ร่มไม้ใหญ่ กลางหุบในเทือกเขาผีปันน้ำจึงเป็นแหล่งเหมี้ยงที่สำคัญ  นักวิชาการพบว่า ต้นเหมี้ยงแถบนี้ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นป่าเหมี้ยงเพื่อการค้าโดยกลุ่มชนออสโตรเอเชียติก (Austro-Asiatic) คือกลุ่มชาติพันธุ์ขมุและลัวะที่อพยพมาจากลาวเมื่อราว 200 ปีก่อน  ต่อมาราว 70 ปีก่อนคนพื้นราบ เริ่มอพยพเข้ามาหาแหล่งทำกินบริเวณป่าเหมี้ยง แล้วค่อยๆ ซึมซับวัฒนธรรมจนกลายเป็นคนเมือง (ล้านนา) 


>>>ใช้ชีวิตแบบ Slow life 

พวกเราทอดน่องไปตามถนนคอนกรีตในหมู่บ้านที่ตัดคดเคี้ยวและเอียงตัวตามความลาดชันของหุบเขา  ภาพจำเวลาที่เห็นถนนกับลำธารบรรจบกันคือสะพานที่สร้างขึ้นข้ามลำน้ำ ทว่าภาพจำเช่นนั้นไม่มีให้เห็นที่นี่ ถนนเกือบทุกแห่งปล่อยให้สายน้ำซึ่งจะไปรวมกันเป็นห้วยแม่ปานไหลผ่าน  เสียงจ๊อกๆ ยามน้ำไหลรินเชิญชวนให้เราเปลือยเท้าเดินเพื่อจะสัมผัสน้ำอันเย็นรื่นจนความสดชื่นพุ่งปรี๊ดขึ้นสู่สมอง

plampang2

แม้ตามรายทางแทบทุกครัวเรือนมีกระถางดอกไม้เล็กๆ ประดับอยู่ ทว่าความสวยงามกลับเป็นรอยยิ้มของชาวบ้านที่ส่งให้พร้อมคำทักทาย “จะไปไหนกัน” พวกเรายิ้มตอบแล้วว่า “มาเดินชมหมู่บ้าน” จากนั้นคำแนะนำของเจ้าถิ่นก็พรั่งพรูให้พวกเรารู้ว่ามีสิ่งใดน่าทำบ้างสถานที่แรกที่ตกลงกันว่าจะไปดูคือ บ้านทำเหมี้ยง ซึ่งทำส่งขายเพียงเจ้าเดียวในหมู่บ้าน 

ขั้นตอนการทำเหมี้ยงไม่มีอะไรมาก ใส่ใบเหมี้ยงที่นึ่งแล้วในถังซีเมนต์ที่เติมน้ำเปล่า แล้วหมักไว้ 20 วันถึง 1 เดือนขึ้นอยู่กับความอ่อนความแก่ของเหมี้ยง จากนั้นนำขึ้นมาทุบเพื่อให้เหมี้ยงนุ่ม มัดส่งขายไปทั่วจังหวัดในภาคเหนือ  คนที่มีอายุประมาณ 40 ปีขึ้นยังคงกินเหมี้ยงอยู่ เพราะช่วยให้กระชุ่มกระชวย ไม่ง่วงนอน คล้ายกับเป็น ‘โอเล่ดอย’ อมเล่นๆ ระหว่างทำงาน”

plampang

จากนั้นเดินไปยังบ้านหลังเล็กๆ ที่บริเวณใต้ถุนมีกลุ่มแม่บ้านซึ่งรวมตัวกันภายใต้ชื่อ กลุ่มหมอนใบชาเพื่อสุขภาพ กำลังยัดใบเหมี้ยงแห้งลงในปลอกหมอนสีหวานให้พองเต็มเป็นหมอนใบเก๋ ติดแบรนด์ว่า “หมอนดอกเหมี้ยงหอมไก๋” มีหลายแบบให้เลือก ทั้งหมอนทรงธรรมดาไปจนถึงหมอนเล็กใช้แขวนในตู้เสื้อผ้า  กลิ่นใบเหมี้ยงมีสรรพคุณช่วยผ่อนคลายความเครียดและช่วยให้หลับสบาย  พอจับจ่ายได้หมอนติดมือกันแล้วเราก็ต้องลาพี่ๆ กลุ่มแม่บ้าน เพราได้เวลามื้อเย็นซึง่ทางโฮมสเตย์จัดให้ เป็นสำรับอาหารพื้นถิ่นที่คนเมืองกินได้ แถมร่อยด้วย

plampnag5

plampang7

เมนูเด็ดอย่างยำใบเหมี้ยงที่ทำกินกันมาตั้งแต่สมัยปู่ย่า ปัจจุบันกลายเป็นเมนูต้อนรับนักท่องเที่ยวไปแล้ว  วิธีทำไม่ยาก เพียงเด็ดใบเหมี้ยงอ่อนปานกลางไม่ขมไม่แข็งเกินไป นำไปล้างแล้วซอยละเอียด ใส่หอมใหญ่ซอย มะเขือเทศหั่นลูกเต๋า พริกขี้หนูซอยละเอียด กระเทียมสับละเอียดที่เจียวจนเหลืองหอม ลงคลุกเคล้า แล้วบีบมะนาว เติมน้ำปลา จากนั้นเทปลากระป๋องลงเคล้าให้เข้ากัน เพียงเท่านี้ก็จ๊าดลำ


>>>ตามเข้าป่าเหมี้ยง 

plampang10

ตื่นเช้าขึ้นมา พวกเรามีนัดกับป้าเจ้าของสวนป่าเหมี้ยง  ได้เวลานัดป้ามาพร้อมอุปกรณ์ครบมือ ไล่ไปตั้งแต่ “ส่า” หรือตะกร้าไม้ไผ่สานขนาดพอเหมาะสะพายอยู่บนบ่าเพื่อใส่ใบเหมี้ยง ในส่านั้นมีตอกเส้นเรียวบางไว้มัดเหมี้ยง ส่วนมือป้าถือมีดพร้าไว้ ใช้คว้าและฟันวัชพืชให้เดินได้สะดวก ที่ปลายนิ้วสวม “ปอก” (หรือปลอก) ซึ่งทำจากแผ่นสังกะสีม้วนคล้ายแหวน ปลายปิดด้วยพลาสเตอร์ติดใบมีดโกนไว้ ใช้เก็บใบเหมี้ยง และยังมีอุปกรณ์เสริมคือ “ขอ” ซึ่งเป็นเชือกยาวที่ปลายเชือกติดตะขอไม้ใช้โน้มต้นเหมี้ยงที่สูงให้ต่ำลงจะได้เก็บง่ายขึ้น  ข้อมูลพร้อมอุปกรณ์พร้อมก็เข้าป่าไปเรียนรู้จากของจริงกันเลยเราเดินตามหลังป้าไปเรื่อยๆ จนมาหยุดที่เหมี้ยงต้นหนึ่ง 

plampang12

ป้าให้ข้อมูลทางเทคนิคเพิ่มว่า “การเก็บเหมี้ยงไม่ใช่เด็ดทั้งใบ แต่ให้ตัดโดยเว้นก้านใบเหมี้ยงเอาไว้ เพื่อให้ใบเหมี้ยงได้หายใจ ไม่งั้นต้นเหมี้ยงจะไม่แตกยอด และเน้นเก็บยอดสามใบแรกเท่านั้น ส่วนใบแก่เอาไปตากให้แห้งทำหมอนใบชาได้”ป้าเล่าอีกว่า “ป่าเหมี้ยงไม่ต้องดูแลอะไรมาก ไม่ต้องใส่ปุ๋ย ไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลง แค่มาตัดหญ้าอย่าให้สูงเกินเท่านั้น” พวกเราจึงรับรู้ได้ว่า วิถีของเหมี้ยงคือลมหายใจของที่นี่ แต่น่าเสียดายที่ลมหายใจนี้กำลังแผ่วลงไปทุกที ด้วยปัจจุบันเหมี้ยงไม่ค่อยเป็นที่นิยมอย่างที่ผ่านมา

plampang11

ใครบางคนในกลุ่มเราจึงสังเกตเห็นพืชชนิดใหม่ที่นำมาปลูกแซมในป่าเหมี้ยง นั่นคือพลับและกาแฟพันธุ์อะราบิกา  ใครที่มาเที่ยวป่าเหมี้ยงในหน้าหนาวคงได้เห็นภาพเม็ดกาแฟสุกสีแดงฉานและผลพลับสีเหลืองดกเต็มต้นเสร็จจากเดินศึกษาวิถีของเหมี้ยง พวกเรามีนัดกันต่อที่กิ่วฝิ่น ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านไปราว 5 กิโลเมตร เป็นจุดรอยต่อระหว่างลำปางกับเชียงใหม่ ที่อยู่ในการดูแลของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ 7 จซ. (ดอยล้าน) อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน  น่าเสียดายที่พวกเรามาในช่วงต้นเดือนพฤศจิกาฯ ต้นนางพญาเสือโคร่งอยู่ในช่วงผลัดใบ ยังไม่ออกดอก ไม่อย่างนั้นถนนที่จะเดินขึ้นไปกิ่วฝิ่นคงดารดาษด้วยกลีบดอกสีชมพูอ่อน

plampang3

พวกเรามีนัดกันต่อที่กิ่วฝิ่น ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านไปราว 5 กิโลเมตร เป็นจุดรอยต่อระหว่างลำปางกับเชียงใหม่ ที่อยู่ในการดูแลของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ 7 จซ. (ดอยล้าน) อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน  น่าเสียดายที่พวกเรามาในช่วงต้นเดือนพฤศจิกาฯ ต้นนางพญาเสือโคร่งอยู่ในช่วงผลัดใบ ยังไม่ออกดอก ไม่อย่างนั้นถนนที่จะเดินขึ้นไปกิ่วฝิ่นคงดารดาษด้วยกลีบดอกสีชมพูอ่อน

plampang13

ชื่อ “กิ่วฝิ่น” มาจากการเป็นจุดแวะพักของคาราวานพ่อค้าฝิ่นจากเชียงรายไปเชียงใหม่และตากในครั้งอดีต ตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,517 เมตร ในช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิบนยอดจึงอาจลดลงเหลือเพียง 3-4 องศาเซลเซียส  ตามทางขึ้นมีสนสามใบขึ้นทั่วไป  ช่วงปลายฝนบริเวณนี้ถูกแพหมอกยึดครองอยู่เสมอ ลำต้นของสนและไม้อื่นจึงเต็มไปด้วยมอสส์และกล้วยไม้นานาชนิด  ส่วนบนกิ่วฝิ่นเป็นลานกว้างสำหรับชมพระอาทิตย์ซึ่งขึ้นที่ฝั่งลำปางและตกในฝั่งเชียงใหม่จากกิ่วฝิ่น


>>>โฮมสเตย์บ้านพญาวังโทร. 08-1783-4176, 08-1881-7632  

>>>โฮมสเตย์อื่นบริการอีก 10 หลัง  ราคา 150 บาท/คน/คืน และอาหาร 3 มื้อราคา 180 บาท  ติดต่อ ประสิทธิ์ เหรียญทองโทร. 08-9560-6820


web-eatingmape1



( 0 Votes ) Add a comment
   

หิ้วตะกร้า ช็อปของพื้นถิ่นที่ ตลาดหนองชะอม

ช่วงเวลานี้เป็นช่วงฝนฉ่ำฟ้า มองไปทางไหนล้วนเขียวชอุ่มชุ่มใจ มาเที่ยวปราจีนบุรีคราวนี้ นอกจากหิ้วสมุนไพรกลับไปบำรุงร่างกายให้แข็งแรงแล้ว พวกเราจึงแวะที่ตลาดหนองชะอมกันด้วย  มาดูซิว่าหน้าฝนอย่างนี้ ตลาดภาคตะวันออกเขามีอะไรวางขายบ้าง แม้ใครบางคนในกลุ่มเราตอบมาตามลมว่า “ตลาดหนองชะอม ก็มีชะอมน่ะซี้”ก็ตามตลาดหนองชะอม บริเวณสามแยกหนองชะอม ต. โคกไม้ลาย อ. เมือง ห่างจากตัวเมืองปราจีนฯ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงแห่งนี้ เป็นแหล่งจำหน่ายพืชผักผลไม้ที่ปลูกในปราจีนบุรีและจังหวัดใกล้เคียงมานาน มีผักผลไม้ตามฤดูกาลสลับสับเปลี่ยนมาวางขายตลอดทั้งปี 

nongcha3

ช่วงนี้คุณจะได้พบกับหน่อไม้ไผ่ตงหวานทั้งหน่อเล็กหน่อใหญ่วางเรียงรายละลานตาให้เลือกซื้อ ด้วยเป็นฤดูที่ไผ่ตงแข่งกันออกหน่อให้เราได้ลิ้มรสความหวานกรอบในฐานะเป็นสินค้าคู่เมือง สนนราคากิโลละ 25 บาทเท่านั้น ใครชอบกินให้รีบซื้อโดยด่วน เพราะถ้าผ่านพ้นช่วงนี้ไปแล้วจะต้องจ่ายถึงกิโลละ 80 บาทเลยทีเดียวถัดจากหน่อไม้ ก็เป็นกระท้อนผลอวบอ้วนน่าหม่ำ บางลูกหนักถึง 1 กิโลกรัม 

nongch3 nongch5

สอบถามจากแม่ค้า ได้ความว่าเป็นพันธุ์ปุยฝ้าย อันมีลักษณะเด่นคือ เปลือกบาง รสหวานฉ่ำ เนื้อในฟูดุจปุฝ้าย  ผองเราเลยเหมากันคนละหลายกิโลหันซ้ายหันขวา--ขนุนก็มีนะเออ  ขนุนปราจีนฯ เขาไม่ธรรมดา เพราะคว้ารางวัลพร้อมสายสะพายระดับประเทศมาแล้ว ชื่อพันธุ์ทองสุขใจและพันธุ์ฟ้าถล่ม  แค่ชื่อก็กินขาด แต่ถ้าจะให้ดีเราต้องซื้อกินด้วย  ขนุนสองพันธุ์นี้มีผลใหญ่มากประมาณสองคนอุ้ม ยวงหนา เนื้อกรอบ ชิมดูแล้วขอบอก “รสหวานสะท้านทรวง”ส้มโอก็เป็นผลไม้อีกชนิดที่ไม่ควรพลาดชิม มีให้เลือกทั้งพันธุ์ทองดีและพันธุ์ขาวน้ำผึ้ง ใครชอบรสชาติหวานอมเปรี้ยวต้องถูกใจ แถมเนื้อก็แห้งสนิทกินอร่อย

nongch2   

หากเคยชิมส้มโอนครปฐมมาแล้ว ส้มโอปราจีนฯ ก็อร่อยไม่แพ้กันสืบเสาะได้ข้อมูลเพิ่มเติมมาว่า ช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค. ใครที่ชอบมะปรางและมะยงชิดเป็นชีวิตจิตใจ ควรอย่างยิ่งที่จะแวะมาตลาดนี้ มะปราง มะยงชิดลูกโต๊...โตเกือบเท่าไข่ไก่จะทำให้คุณแทบกรี๊ดสลบก่อนวิ่งเข้าใส่เพื่อชิมรสหวานล้ำเลิศของผลไม้ชนิดนี้  ส่วนเราน่ะหมายใจไว้แล้ว กุมภาฯ หน้าเจอกัน !นอกจากเหล่าบรรดาผลไม้ดังว่า ตลาดหนองชะอมยังมีทุเรียน มังคุด ลิ้นจี่ ลองกอง มะเฟือง มะไฟ รวมไปถึงผักพื้นบ้านอย่างใบชะมวง ใบแต้ว ผักหนาม ใบชะพลู ลูกน้ำเต้า เห็ด 

โอย...สาธยายกันเกือบไม่ถ้วนทั่วอ้อ ! ใครบางคนถามหา “ชะอมน่ะมีมั้ย”  ตอบว่า “มีจ้ะ” เก็บขายกันสดๆ ยอดอ่อนๆ ทั้งน้าน...ใกล้กันยังมีมะเขือยาว มะนาว พริกขี้หนูสวน พ่วงมาวางขายด้วย  ว่าแล้วก็คิดถึงน้ำพริกกะปิฝีมือแม่เหลือประมาณใครสนใจแวะตลาดหนองชะอม ขอแนะนำให้เคลียร์พื้นที่ในรถให้พร้อม เพราะผักผลไม้ประดามีต้องเข้าจับจองที่ว่างในรถของคุณแน่นขนัดแน่ๆ 


***ช่วงเวลาเหมาะสำหรับซื้อผักผลไม้ ประมาณเดือน มิ.ย.-ก.ย.***

 

web-eatingmape1

tratbannertest01_1


( 0 Votes ) Add a comment
   

คนรักทุเรียนไม่ควรพลาดกับทุเรียนร้อยสายพันธุ์ ที่ “สวนบ้านเรา”

ทุเรียน เจ้าของสมญา “ราชาผลไม้” น่าจะครองอันดับหนึ่งผลไม้ในดวงใจใครหลายคน 

y1

ฤดูกาลแห่งผลไม้ปีนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ชวน “นายรอบรู้” ไปเที่ยวชมของดีในภาคตะวันออก เราไปพบกับ “สวนบ้านเรา” สวนทุเรียนในอำเภอแกลง จังหวัดระยอง จึงอยากแนะนำคนรักทุเรียนทุกท่านให้รู้จัก เจ้าของบอกว่าสวนทุเรียนของเขาเป็นสวนระดับพรีเมียม เพราะรวบรวมทุเรียนสายพันธุ์ไทยไว้มากถึง 111 สายพันธุ์ มีทุเรียนพันธุ์ยอดนิยมรสชาติเยี่ยมอย่างหมอนทอง ชะนี ก้านยาว รวมไปถึงทุเรียนอร่อยราคาแพงอย่างหลงลับแล หลินลับแล ก้านยาวเมืองนนท์ นอกจากนี้ยังมีทุเรียนพันธุ์หายาก เช่น พวงมณี นมสด ชมภูบาน กบสุวรรณ และอีกนานาพันธุ์ให้ลองชิม ชนิดที่คุณอาจได้ชิมทุเรียนเหล่านี้แค่ครั้งเดียวในชีวิต!

y3

กิจกรรมแรกที่มาถึงคือการนั่งรถไปชมสวน ทำความรู้จักกับทุเรียนพันธุ์ต่างๆ คณะของเรามีคุณย้ง-ขจร พฤฒิสุขนิรันดิ์ หนึ่งในเจ้าของสวนเป็นผู้ให้ความรู้ สวนบ้านเรามีพื้นที่ราว 100 ไร่ ตลอดทางมีทุเรียนพื้นบ้านที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยๆ เช่น ทุเรียนพันธุ์ห้าลูกไม่ถึงผัว ที่นำพันธุ์มาจากบางขุนนนท์ แค่ชื่อก็การันตีความอร่อยแล้ว ทุเรียนย่ำมะหวาด ทุเรียนกลิ่นอ่อนพันธุ์ที่สมเด็จพระเทพฯ ทรงโปรด พวงมณี ทุเรียนพื้นถิ่นประจำภาคตะวันออก มีเนื้อสีจำปา รสมัน หวานแหลมลึก ทุเรียนกบซ่อนกลิ่นที่มีกลิ่นอ่อนมาก แต่รสชาติหวานอร่อย ฯลฯ คุณย้งบอกอีกว่าแต่ละพันธุ์มีวิธีการดูแลที่ต่างกัน ดังนั้นกว่าจะมาเป็นสวนแห่งนี้ได้ไม่ง่ายเลย 

y4 y6

สวนบ้านเราเกิดขึ้นจากความคิดร่วมกันของพี่น้องที่อยากอนุรักษ์ทุเรียนพันธุ์ที่กำลังจะล้มหายตายจากไป  และต้องการให้คนรักทุเรียนได้ลิ้มลองรสชาติที่แท้จริงของทุเรียนพันธุ์หายากเหล่านั้น พวกเขาใช้เวลา 2 ปี รวบรวมพันธุ์ทุเรียนจากที่ต่างๆ เช่น ไปขอพันธุ์ที่ศูนย์วิจัยพืชจันทบุรี บางทีก็ไปขอจากเพื่อนบ้าน หรือตามหาพันธุ์แท้ถึงที่เช่นเมืองนนท์ ลับแล ปัจจุบันมีทุเรียนที่ปลูกอยู่ 111 สายพันธุ์ ซึ่งน่าจะเป็นสวนของเอกชนที่มีความหลากหลายของพันธุ์ทุเรียนมากที่สุดในประเทศไทย

y5 y7

ว่ากันว่าทานทุเรียนให้อร่อยต้องถูกจังหวะ ช่วงเดือนเมษายนทุเรียนพวงมณีออกเยอะทางสวนจึงจัดบุฟเฟ่ต์พวงมณี ราคาหัวละ 300 บาท ส่วนตั้งแต่เดือนพฤษภาคมไปจนถึงมิถุนายน กลางถึงท้ายฤดูกาลผลไม้นี้ คือเวลาของทุเรียนหมอนทอง หมอนทองครองใจคนรักทุเรียนส่วนใหย่มายาวนาน เพราะเนื้อละเอียด รสหวานพอดี กินแล้วไม่เรอ ที่สวนบ้านเรามีกว่า 100 ต้น จึงจัดบุฟเฟต์หมอนทองให้กินได้ไม่อั้น ในราคาเบาๆ แค่คนละ 200 บาท ที่นี่เน้นหมอนแก่จัดเพราะรสชาติดี ว่ากันว่ายิ่งท้ายฤดูกาลหมอนทองยิ่งอร่อย จริงหรือเปล่าต้องมาลองชิม ทุเรียนกวนของที่นี่ก็อร่อย ไม่หวานเกินไปและไม่ใส่สารกันบูด ชาวบ้านลงแรงกวนเองจึงกล้ารับประกันคุณภาพ นอกจากนั้นยังมีทุเรียนระดับ “ซุปตาร์” ที่อร่อยไม่แพ้ต้นฉบับ เช่น ก้านยาวเมืองนนท์ หลงลับแล หลินลับแล

y2

ยิ่งไปกว่านั้น หากมีทุเรียนพันธุ์พื้นบ้านหายากออกพอดี ก็จะมีให้นักท่องเที่ยวได้ลองชิม ซึ่งทั้งความหอม ความมัน ความหวาน ไปจนถึงรสสัมผัสของเนื้อจะแตกต่างกันไปตามแต่ละสายพันธุ์ เรียกว่าชิมทุเรียนกันเหมือนชิมไวน์เลยทีเดียว พวกเราลองชิมหลายพันธุ์แล้วติดใจทุเรียนชมภูบานมากกว่าเพื่อน

y8 y9

ถ้าเกิดถูกใจทุเรียนต้นไหนสามารถจองล่วงหน้าข้ามปีไว้ได้ ที่สำคัญสวนนี้เขากล้ารับประกันคุณภาพทุกลูก หากแกะออกมาแล้วอ่อนหรือแก่เกินไปรีบส่งภาพหลักฐานมา ชาวสวนจะส่งลูกใหม่ไปให้โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่ม รู้อย่างนี้แล้วต้องลองหาโอกาสแวะมาลอ้มลองรสชาติของราชาผลไม้ ที่สวนบ้านเราสักครั้ง


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

สวนบ้านเรา โทร. 08-1804-4169, 08-1864-6533 www.facebook.com/suanbanrao, www.suanbanrao.com

การเดินทาง : ใช้เส้นทางสายบ้านบึง-แกลง สาย 344 ถึงหลัก กม.93 ให้ชิดขวาแล้วกลับรถ จากนั้นชิดซ้ายเข้าซอยบ้านน้ำโจน 1 ประมาณ 800 ม. จะถึงสวน


( 2 Votes ) Add a comment
   

เข้าสวนชวนชิมผลไม้เมืองจันท์

เมื่อเอ่ยถึงจันทบุรี หลายคนคงนึกถึงเมืองอัญมณีหรือดินแดนแห่งการค้าพลอยแหล่งใหญ่ของประเทศ  ปัจจุบันดูเหมือนพลอยอันล้ำค่านั้นมีน้อยลงไปทุกที แต่ในทริปนี้เราได้พบอัญมณีน้ำงามเม็ดใหม่ของเมืองจันท์เข้าให้แล้ว  อัญมณีที่ว่านี้จะอวดโฉมพรึ่บพรั่บทั่วเมืองจันท์รอให้คุณๆ มาเจียระไนเพียงช่วงหนึ่งเท่านั้นในรอบปี เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนไปจนถึงกรกฎาคม อยากรู้กันแล้วใช่ไหมว่าเรากำลังพูดถึงอะไร?

janft1

อัญมณีที่ว่าคือเหล่ากองทัพผลหมากรากไม้นั่นเอง ทั้งทุเรียนราชาแห่งผลไม้ซึ่งเปรียบได้ดั่งสีเขียวของมรกต สละหวานฉ่ำสีแดงระเรื่อดังโกเมน ลองกองซึ่งมองดูคล้ายบุษราคัมเม็ดสดใส และเงาะสีแดงสวยที่เรายกให้เป็นเสมือนทับทิมประดับสวน 

janft3

ใครจะรู้ว่าสวนผลไม้บรรยากาศร่มรื่นของชุมชนเขาบายศรี ใน อ. ท่าใหม่ จ. จันทบุรี เป็นแหล่งซุกซ่อนอัญมณีที่แม้ไม่ได้งามด้วยประกายยามต้องแสง แต่ก็ดีเลิศด้วยรสชาติยามต้องปลายลิ้นถ้าพร้อมลิ้มรสอัญมณีอันหวานฉ่ำ ก็ไปตะลุยสวนกับเรากันได้เลยอาชีพหลักของชาวบ้านชุมชนเขาบายศรีคือการทำสวนผลไม้  ต่อมาเมื่อประสบกับปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำ ชาวสวนจึงรวมตัวกันตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรชุมชนรักษ์เขาบายศรีขึ้นในปี 2544 โดยมี นงลักษณ์ มณีรัตน์ เป็นประธานกลุ่ม  เปิดพื้นที่สวนผลไม้กว่า 100 ไร่ ครอบคลุมสวนทั้งหกสวน ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมและเพลิดเพลินกับโปรโมชันบุฟเฟต์เด็ดชิมผลไม้สดๆ จากต้นที่ปลูกตลอดสองข้างทางได้แบบไม่อั้น

janft4

ผลไม้เมืองจันท์ของที่นี่ได้ชื่อว่าหวานอร่อย เป็นผลจากความอุดมสมบูรณ์ของผืนดินบวกกับภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ชาวสวนทำอุโมงค์กักเก็บน้ำใต้ดินเพื่อรักษาความชุ่มชื้นของผิวดินตลอดทั้งปี  ด้วยความเป็นสวนผสมซึ่งปลูกผลไม้หลากชนิด รวมทั้งพืชสมุนไพรและผักสวนครัว มองไปมุมไหนก็จะพบแต่สีสันสดใสของไม้ผลและความเขียวขจีของพืชพรรณราชาของสวนอย่างทุเรียนนอกจากพันธุ์หมอนทอง ชะนี และกระดุมแล้ว ยังมีพันธุ์พื้นบ้านอย่างพวงมณี และพันธุ์โบราณอย่างพันธุ์หัวบ่อและพันธุ์รจนาที่มีอายุกว่า 100 ปียืนต้นสูงให้ได้ชมด้วย  

janft5

janft7

ไม้อายุยืนยังมีอีกต้นและนับเป็นราชินีแห่งผลไม้ นั่นคือ “ต้นมังคุด 100 ปี” ที่รายรอบด้วยเงาะ ลองกอง ลางสาด สละ ระกำ และแก้วมังกร  ผลไม้ทั้งหลายทั้งปวงของสวนการันตีเรื่องความปลอดภัยไร้สารพิษ เพราะชาวสวนบำรุงไม้ผลทุกต้นด้วยปุ๋ยอินทรีย์ล้วนๆสวนทั้งหกสวนที่เปิดให้เที่ยวชมและชิมจะมีผลไม้เด่นๆ ต่างๆ กันไป  สวนหนึ่งๆ มีพื้นที่นับ 10 ไร่ 

janft2  janft10

พวกเราเดินเที่ยวแค่เพียง 2 สวนจึงเรียกเหงื่อได้โขเลยละ ดีว่าได้รสฉ่ำหวานของอัญมณีกลางสวน จึงยังสดชื่นลั้ลลาได้ตลอดทริปชมสวนนี้และหากใครอยากสัมผัสชีวิตชาวสวนขนานแท้ ขอแนะนำให้จับจองโฮมสเตย์ที่นี่สักคืนสองคืน  คุณจะได้ค้างแรมในบ้านพักที่ได้มาตรฐานโฮมสเตย์ไทยซึ่งตั้งอยู่กลางสวนผลไม้อันอุดมสมบูรณ์ มีผลไม้ให้ชิมกันแบบอิ่มแปล้ หรือจะหอบหิ้วกลับบ้านก็ย่อมได้ ในราคาชาวสวนด้วยนะเออรู้อย่างนี้แล้วจะช้าอยู่ไย รีบหิ้วตะกร้าใบโปรดเข้าสวนไปรื่นรมย์กับการเก็บผลหมากรากไม้ดกดื่นเต็มสวนก่อนจะหมดฤดูของอัญมณีรสฉ่ำที่เมืองจันท์กันเถอะจ้ะ

janft9

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรชุมชนรักษ์เขาบายศรี โทร. 08-6834-9604 เดินชมและชิมผลไม้ตามฤดูกาลอิ่มละ 150 บาท/คนโฮมสเตย์ 250บาท/คน/คืน

 

>>>เคล็บลับการเก็บผลไม้

เพลินกับการชิมผลไม้แล้วอย่าลืมเรียนรู้วิธีเก็บและเลือกผลไม้จากชาวสวนการเลือกเก็บผลไม้แต่ละชนิดมีข้อสังเกตแตกต่างกัน อย่างมังคุดต้องเลือกผลที่มีเปลือกแดงเข้มออกม่วง แต่หากจะเก็บไว้กินหลายวันก็เลือกที่เปลือกสีเขียวมีจุดแดงบนผิว ที่ชาวสวนเรียกว่า “สายเลือด”  ส่วนทุเรียนให้สังเกตร่องหนามต้องเป็นสีเทา ถ้าเป็นสีเขียวแสดงว่ายังไม่แก่ดี และขั้วผลทุเรียนต้องบวมเป่ง ก้านต้องบวมใหญ่สีคล้ำ จึงจะได้ชิมรสอร่อยเลิศของราชาแห่งผลไม้



( 0 Votes ) Add a comment
   

หน้า 7 จาก 9