NaiRobRoo.com I หัวใจสีเขียว พาเที่ยวทั่วไทย

ดำน้ำตะลอนชมปะการังที่ทะเลชุมพร

""""ว้า...แย่จัง ฟ้าปิดอย่างนี้แล้วจะดำน้ำสนุกมั้ยเนี่ยŽ"""""" เสียงเพื่อนร่วมก๊วนบ่นพึมพำ  ท้องฟ้าในเช้าวันนี้ที่มีเมฆหมอกหนาทึบ ไร้วี่แววของแสงตะวัน ทำเอาพวกเรา "นายรอบรู้"เฉาไปตามๆ กัน เอาน่า เดี๋ยวสายๆ แดดคงมาแหละŽ ผมพูดให้กำลังใจ ก่อนไปติดต่อขอเช่าเรือภายในที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ไม่นานเรือลำน้อยก็พาพวกเราทั้งเจ็ดชีวิตมุ่งหน้าออกสู่ทะเลกว้าง ค่อยๆ แล่นลัดเลาะผ่านป่าชายเลนไปจนพบกับเวิ้งทะเลสีครามกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา  


หาดทรายขาวกับปูลมบนเกาะทองหลาง

แดดออกแล้ว ดีใจจังŽ เสียงใครคนหนึ่งร้องขึ้น  บางคนรีบชโลมครีมกันแดด บางคนก็สาละวนลองเสื้อชูชีพกับหน้ากากกันน้ำ ส่วนผมเชียร์ให้เรือแล่นไปถึงจุดหมายเร็วๆ เพราะอยากเล่นน้ำทะเลใจจะขาด

s9

ไม่นานเสียงเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่มมาตลอดทางก็ค่อยๆ เบาลงเมื่อถึง เกาะทองหลาง  เกาะไม่ใหญ่โตนัก แต่มีจุดเด่นคือด้านตะวันตกของเกาะมีชายหาดขาวสะอาดเป็นแนวยาวกว่า 100 ม. ร่มรื่นด้วยแมกไม้นานาชนิด ทั้งบริเวณรอบๆ เกาะยังมีปะการังน้ำตื้นให้ดูอีกด้วย ทันทีที่เรือเบนหัวเข้าจอดที่ชายหาด ทุกคนต่างเริ่มทำกิจกรรมที่ตนเองชื่นชอบ บ้างดำน้ำดูปะการัง บ้างเก็บเปลือกหอยกองโตมาชื่นชม บ้างก็จับกลุ่มเล่นน้ำทะเลกันอย่างสนุกสนาน

s6

ผมชอบการผจญภัย จึงลงไปเดินสำรวจชายหาดทันที  เฮ้ย! ปูŽ สาวร่างอวบในกลุ่มของเราจับปูลมตัวใหญ่ได้ด้วยความบังเอิญ

พวกเรามุงดูด้วยความสนใจ ก่อนจับเจ้าปูมาเป็นแบบถ่ายรูปไปสองสามช็อต แล้วปล่อยมันลงสู่พื้นทรายตามเดิม  เราใช้เวลาที่เกาะทองหลางนานพอสมควร ไอ้หนู ข้างหน้ายังมีสวยกว่านี้อีกเยอะŽ พี่แบนคนขับเรือตะโกนบอก พวกเราจึงเคลื่อนขบวนไปยังเกาะต่อไป 

s7


เที่ยวบ้านนกนางแอ่น ดูปะการังสวยที่เกาะรังกาจิว

จากเกาะทองหลาง นั่งเรือมาแค่ 10 นาทีก็ถึงเกาะรังกาจิว ซึ่งเป็นเขาหินปูนมีแนวโขดหินสูงชันเต็มไปด้วยโพรงถ้ำน้อยใหญ่ที่นกแอ่นพากันมาทำรังมากมาย

เกาะรังกาจิวจึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า เกาะรังนก  บริเวณหน้าโพรงถ้ำริมชายหาดมีจารึกอักษรพระปรมาภิไธย จปร ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัว  เมื่อปี พ.ศ. 2432 พระองค์เสด็จประพาสเกาะนี้เพื่อทอดพระเนตรการเก็บรังนก ทางราชการเปิดให้เอกชนทำสัมปทานเก็บรังนก  

ในอดีตย้อนหลังไปราว 4-5 ปี ด้วยเกรงว่าจะมีคนมาขโมยรังนกจึงไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวขึ้นมาบนเกาะ ทั้งกำหนดขอบเขตระยะเข้าออกไม่ให้เรือแล่นผ่านใกล้รอบเกาะด้วย แต่ปัจจุบันอนุญาตให้ขึ้นไปบนหาดทรายของเกาะและสามารถดำน้ำชมปะการังรอบๆ เกาะได้ รอบเกาะรังกาจิวเป็นแนวปะการังน้ำตื้น มีดอกไม้ทะเลสีสันสวยงามให้ฝูงปลาทะเล ทั้งปลานกแก้ว ปลาการ์ตูน และปลาลายเสือ แหวกว่ายเล่น

s8 

s10

ผมอยากเห็นปะการังน้ำตื้นชัดๆ เลยจัดแจงใส่เสื้อชูชีพพร้อมหน้ากากดำน้ำและสน็อกเกิลลงไปลอยตัวคว่ำหน้าบนผิวน้ำ ชมฝูงปลาและแนวปะการังอย่างสบายอารมณ์ วู้...ว...ว ดูสิ ปะการังสวยจริงๆŽ ผมร้องบอกพลางชี้มือชี้ไม้ชักชวนให้เพื่อนๆ ดูตาม แต่หอยเม่นเยอะ ระวังไปเหยียบโดนได้ร้องจ๊ากแน่Ž สาวร่างอวบคนเดิมเตือนให้ระวัง  ขณะดำน้ำผมลองนับจำนวนหอยเม่น นับไปนับมาได้เกือบ 50  ตัวทีเดียว

s2

พวกเราเพลิดเพลินกับการดำน้ำจนลืมเวลา กระทั่งพี่แบนต้องร้องเรียกให้กลับมาที่เรืออีกครั้ง ก่อนเดินทางไปยังเกาะต่อไป พี่แบนขับเรือวนรอบเกาะรังกาจิวให้พวกเราชมวิว  ผมไม่เห็นบ้านเรือนผู้คนบนเกาะเลย มองไปทางไหนก็เห็นแต่กระท่อมคนงานเฝ้ารังนกตั้งอยู่บนโขดหินสูงเต็มไปหมด  


ยลดอกไม้ทะเลงามๆ ที่เกาะละวะ เกาะหลักแรด

พี่แบนในฐานะเจ้าถิ่นชี้ให้พวกเราดูดอกไม้ทะเลใต้น้ำทะเลซึ่งใสราวกระจก...นี่คือเสน่ห์ของเกาะละวะ

s1

มอดใจไม่ไหวกระโจนลงน้ำทันที เกาะละวะอุดมไปด้วยดอกไม้ทะเลและปะการังต่างๆ  ผมมีโอกาสเห็นปลานกแก้วฝูงใหญ่สีสันสดสวย ฝูงปลาตะกรับลายหลังเหลือง รวมถึงปลาเล็กปลาน้อยมากมายหลายฝูงว่ายโฉบผ่านไป...เท่านี้ก็ประทับใจนักแล้ว หลังเติมพลังด้วยมื้อเที่ยงแสนอร่อย เราก็พร้อมลุยดำน้ำกันต่อ ดอกไม้ทะเลที่เกาะหลักแรดสวยกว่ามีเยอะกว่าที่อื่นๆŽ พี่แบนกระตุ้นพวกเรา แล้วก็ได้ผล... ไปเลยพี่ อย่ารอช้าŽ ผมเร่งเร้าให้เบนหัวเรือออกเดินทางทันที เพียง 20 นาทีเราก็มาถึงเกาะหลักแรด  

s3

s4

ผมถึงกับตะลึงอ้าปากค้าง แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง...น้ำทะเลเกาะหลักแรดใสแจ๋วขนาดนี้เชียวหรือ เพียงแค่ชะโงกหน้าจากเรือมองลงไปก็ได้เห็นโลกใต้ทะเลอย่างชัดเจน  ดอกไม้ทะเลน้อยใหญ่ขึ้นอยู่เป็นบริเวณกว้าง เราต่างไม่รั้งรอ  ผมคว้าหน้ากากดำน้ำมาสวมแล้วโจนลงทะเล ลอยตัวดำผุดดำว่ายบนผิวน้ำเท่านั้นไม่หนำใจ ดำแบบฟรีไดฟ์วิงสิŽ เพื่อนร่วมก๊วนเสนอ  

s5

ด้วยความที่อยากเห็นโลกใต้ทะเลชัดยิ่งกว่าเดิม ผมจึงตัดสินใจดำน้ำแบบฟรีไดฟ์วิง สวมหน้ากากดำน้ำแล้วก็สวมหัวใจสู้เต็มร้อย สูดลมเข้าเต็มปอดแล้วมุดลงน้ำไปเลย ปะการัง ดอกไม้ทะเล หอยเม่น หอยมือเสือ ฝูงปลาตัวเล็กตัวน้อยแหวกว่ายท่ามกลางโลกใต้ทะเลอันงดงาม เป็นดังความสุขซึ่งเอื้อมมือก็สัมผัสถึง โดยเฉพาะปลาการ์ตูนอินเดียนแดงสีส้มอมชมพู 2-3 ตัวหน้าตาน่ารักที่หลบซ่อนอยู่ในดงดอกไม้ทะเลนั้น เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ พวกมันทำท่าผลุบๆ โผล่ๆ ดูน่าขำ ทั้งพฤติกรรมตลกๆ อย่างนั้นก็ดูเหมือนเจ้าปลามีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนที่แหวกว่ายลงไปพบไปชมมัน

การดำน้ำแบบฟรีไดฟ์วิงอาจดำได้ไม่ลึกและนานเท่าการดำน้ำลึกแบบสกูบา แต่มันก็ทำให้ผมได้รับประสบการณ์แปลกใหม่ที่ไม่เคยพบมาก่อน


เกาะมาตรากับฝูงปลาหลากชนิด

เกาะมาตราเป็นเกาะสุดท้ายของการเดินทางครั้งนี้  เมื่อเรือเบนหัวเข้าเทียบท่า ฝูงปลาตะกรับลายหลังเหลืองหรือปลาลายเสือก็ว่ายน้ำดุกดิกเข้ามาต้อนรับ  สีสันสดสว่างของพวกมันแต่งแต้มให้น้ำทะเลมีเสน่ห์ชวนจดจ้อง ถึงตอนนี้เรี่ยวแรงของพวกเราบางคนเริ่มถดถอย ทำทีทำท่าบ่ายเบี่ยงไม่อยากลงดำน้ำ

s11

"ปลาที่นี่มีสวยๆ เยอะเลยนะ"Ž พี่แบนเพิ่มเติมข้อมูล

จูงใจคนเริ่มอิดออด ตูม!Ž แต่ผมไม่รอช้า กระโจนลงคนแรก พร้อมให้กำลังใจตัวเองไปด้วย เอ้า! เหนื่อยเป็นเหนื่อย ขอให้ได้เห็นเป็นพอŽ ผมลอยตัวอยู่บนผิวน้ำไกลจากท่าออกไปพอสมควร ได้เห็นปลาผีเสื้อหน้าดำ 2 ตัวว่ายเคียงคู่กันไม่ยอมห่าง ผมเผลอว่ายน้ำตามโดยไม่รู้ตัว ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นปลาผีเสื้อแปดแถบซึ่งว่ายวนเวียนอยู่ตามแนวปะการัง ถือว่าโชคเข้าข้างผม เพราะไม่ง่ายนักที่จะได้เห็นปลาสวยงามชนิดนี้  ท้ายสุดผมยังได้ยลโฉมปลานกแก้วตัวใหญ่ 3-4 ตัวสีสันสะดุดตา แถมด้วยปลาเล็กปลาน้อยว่ายฉวัดเฉวียนไปมาอีกจำนวนมาก สุดยอด สุดยอดจริงๆŽ นั่นเป็นคำอุทานของผมสำหรับเกาะมาตราแห่งนี้

ทริปท่องทะเลชุมพร ดำน้ำมาราธอนครั้งนี้ คงอยู่ในใจผมไม่รู้ลืม  ทั้งท้องทะเลสีคราม ปูลม นกแอ่น แนวปะการังสวยๆ ปลาทะเลสีสด ดอกไม้ทะเลงามๆ และเพื่อนร่วมทางที่แสนจะร่าเริง อย่างนี้แล้วใครจะลืมได้  


รู้ไว้ก่อนไป!!

อุทยานแห่งชาติหมูˆเกาะชุมพร มีพื้นที่ทั้งหมด 317 ตร.กม. ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งและเกาะต่ˆางๆ ตั้งแต่ อ. เมือง อ. สวี อ. ทุ่งตะโก ไปจนถึง อ. หลังสวน (เกาะต่างๆ นอกชายฝั่งอยู่ในความดูแลของ อ. ปะทิว)  ตลอดแนวชายฝั่งทะเล จ. ชุมพรซึ่งยาวประมาณ 222 กม. นั้น อยูˆในเขตอุทยานแห่งชาติหมูˆเกาะชุมพรกว่ˆา 100 กม. ทั้งยังนับเป็นพื้นที่ปƒาชายเลนที่มีระบบนิเวศสมบูรณ์Œแห่ˆงหนึ่งของไทย เกาะที่อยูˆในความดูแลของอุทยานฯ มีทั้งหมด 40 เกาะ  เกาะเหนือสุดคือเกาะจระเข้‰ อยูˆในเขต อ. ปะทิว  ใต‰สุดคือเกาะคราม ใน อ. หลังสวน  ส่วนเกาะที่เป็นแหลˆงดำน้ำที่มีชื่อเสียงก็เชˆน เกาะง่ามใหญˆ เกาะง่ามน‰อย เกาะหลักงˆาม เกาะทะลุ เกาะมาตรา เป็นต้น   

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร เลขที่ 1/4  หมู่ 5  ต. หาดทรายรี  อ. เมือง  จ. ชุมพร 86120  โทร. 0-7755-8144-5 


แผนที่ดำน้ำทะเลชุมพร



ดู ดำน้ำทะเลชุมพร ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า
( 0 Votes ) Add a comment
 

"นายรอบรู้"หัวใจสีเขียว พาเที่ยวทั่วไทย จ. สมุทรปราการ

ปั่นชมธรรมชาติ  สูดอากาศบริสุทธิ์ ที่คุ้งบางกะเจ้า

“ไปทริปกระเพาะหมูพระประแดงกันมั้ย” “น่าสนใจนะ ว่าแต่ไปกินกระเพาะหมู ไกลถึงพระประแดงเลยเหรอ” “ไม่ใช่ ! ฉันหมายถึงคุ้งบางกะเจ้าที่พระประแดงต่างหาก” “แล้วกระเพาะหมู?”  “ไป ! ฉันจะพาไปดูว่าที่นั่นกระเพาะหมูยังไง” ไม่กี่อึดใจเราก็เดินทางมาถึงดินแดนที่ใครๆ ขนานนามว่า “กระเพาะหมู” ทัศนียภาพรอบข้างเปลี่ยนจากตึกสูงและสิ่งก่อสร้างเป็นคันคลองร่องสวนและร่มไม้   ทันทีที่สายตาได้สบกับภาพตรงหน้า เราก็รู้สึกได้ทันใดว่าสถานที่แห่งนี้กำลังจะกลายเป็นอีกที่ที่เราตกหลุมรัก !

191


รู้จักคุ้งบางกะเจ้า

คุ้งบางกะเจ้าเป็นส่วนหนึ่งของ อ. พระประแดง จ. สมุทรปราการ  ด้วยสัณฐานคล้ายกระเพาะอาหาร ใครๆ จึงเรียกพื้นที่นี้กันติดปากว่ากระเพาะหมู กระเพาะหมูขนาดใหญ่แห่งนี้มีแม่น้ำเจ้าพระยาล้อมรอบจึงดูคล้ายเกาะ และเกาะนี้ก็มีเนื้อที่กว้างใหญ่ถึง ๑.๒ หมื่นไร่ ครอบคลุมพื้นที่ถึง ๖ ตำบลของ อ. พระประแดง ได้แก่ ต. ทรงคนอง  ต. บางยอ ต. บางกระสอบ  ต. บางน้ำผึ้ง  ต. บางกอบัว และ ต. บางกะเจ้า ถือเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ใกล้กรุงที่นอกจากจะอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติแล้ว ยังพรั่งพร้อมด้วยวิถีวัฒนธรรมและภูมิปัญญา ในปี พ.ศ. 2549 จึงได้รับการยกย่องจากนิตยสาร ไทม์ส (Times) ให้เป็น The Best Urban Oasis of Asia

221


คุ้งสีเขียว สวรรค์ของนักปั่น

ในวันที่พาหนะ 2 ล้อกลายเป็นสัญลักษณ์ของความเก๋ เท่ ฮิป และกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งของคนเมืองใหญ่ ชาวคุ้งบางกะเจ้ากลับมองวิถีแห่งจักรยานเป็นเรื่องปกติธรรมดา การขี่จักรยานเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันเหมือนการกินข้าวหรืออาบน้ำ ดังนั้นวิธีรู้จักคุ้งบางกะเจ้าที่ดีที่สุดสำหรับเราจึงเป็นการเรียนรู้ผ่านจักรยานจุดเช่ารถจักรยานมีด้วยกัน 2 จุด คือ ที่สวนป่าทรงคนอง หมู่ 2 (สวนป่าเกดน้อมเกล้า) ใน ต. ทรงคนอง และบ้านธูปสมุนไพร ใน ต. บางน้ำผึ้ง 

041

เมื่อจักรยานพร้อม แผนที่พร้อม ก็เริ่มปั่นได้ แต่หากไม่มีความรู้เรื่องพื้นที่และเส้นทางใน ๖ ตำบลของคุ้งบางกะเจ้า ให้ตรงไปยังศูนย์บริการการท่องเที่ยวด้วยจักรยาน หรือจะถามหาบ้านลุงกุล ต. บางยอ ก็ได้ลุงกุล หรือ กุล สาธิตานุรักษ์ เป็นประธานชมรมจักรยานรักษ์บางยอและผู้เชี่ยวชาญเส้นทางจักรยานในพื้นที่คุ้งบางกะเจ้า  

251

หากเข้าไปขอคำแนะนำจากคุณลุง นักปั่นจะได้ข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางหลายเส้นทางเพื่อเลือกให้สอดคล้องกับศักยภาพและความต้องการของตนเอง  ถ้าชอบผจญภัย ลุงกุลจะแนะให้ขี่ไปบนเส้นทางวิบากระยะทาง 25 กิโลเมตร แต่ถ้าเป็นมือใหม่ อยากปั่นสบายๆ ก็มีเส้นทาง 7 กิโลเมตรให้ปั่นซึมซับความงามของธรรมชาติอย่างไม่ต้องเหนื่อยมาก ส่วนเส้นทางยอดนิยมที่นักปั่นส่วนใหญ่สมัครใจปั่นให้รู้จักคุ้งบางกะเจ้า คือเส้นทางที่เราแอบเรียกในใจว่า “เส้นทางสายกลาง” ระยะทางประมาณ 17 กิโลเมตร ผ่าน 6 ตำบลของคุ้งบางกะเจ้าไปบนถนนใหญ่บ้าง ลัดเลาะไปตามคันคลองร่องสวนบ้าง และเรากำลังจะนำคุณปั่นไปบนเส้นทางนี้

 111


สัมผัสรากเหง้าของ คุ้งบางกะเจ้าที่ทรงคนอง

หากยึดสะพานภูมิพลเป็นหมุดหมายแรกของการมาถึงคุ้งบางกะเจ้า ก็ต้องถือว่า ต. ทรงคนองเป็น “หน้าบ้าน” ที่ผู้มาเยือนจะได้พบก่อนผ่านไปรู้จักตำบลอื่นๆ และในฐานะเจ้าบ้าน คงไม่มีตำบลใดทำหน้าที่นี้ได้ดีเท่าตำบลนี้ ด้วยมีสถานที่สำคัญหลายแห่งที่จะให้ความรู้เกี่ยวกับคุ้งบางกะเจ้า โดยเฉพาะ พิพิธภัณฑ์คลองลัดโพธิ์ บริเวณสะพานภูมิพล ซึ่งจัดแสดงประวัติความเป็นมาของการสร้างสะพานภูมิพล คลองลัดโพธิ์ ชุมชนคลองลัดโพธิ์ ด้วยการนำเสนอที่น่าสนใจพร้อมเครื่องมือสมัยใหม่ปั่นต่อไปอีกนิดจะพบ 

พิพิธภัณฑ์มอญวัดคันลัด จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับคนมอญถิ่นพระประแดงให้ผู้มาเยือนได้ทราบว่า ผืนดินที่ย่ำเดินอยู่นี้เป็นถิ่นชาวมอญซึ่งพึ่งพิงอิงอาศัยมาตั้งแต่สมัยต้นรัตนโกสินทร์ อุดมด้วยวัฒนธรรมล้ำค่าของชาวมอญ  สิ่งยืนยันถึงการสร้างบ้านแปงเมืองของมอญในพื้นที่นี้คือมี หมู่บ้านมอญ บริเวณรอบวัดคันลัด  บ้านเรือนของคนมอญเป็นบ้านไม้คล้ายเรือนไทยใต้ถุนสูง มีลานโล่งกว้างไว้เล่นสะบ้าในช่วงสงกรานต์พิพิธภัณฑ์ทั้ง 2 แห่งถือเป็นแหล่งความรู้เชิงวัฒนธรรมของคุ้งบางกะเจ้าที่ดีที่สุด 

201

ส่วนข้อมูลเชิงธรรมชาตินั้น นักท่องเที่ยวต้องไปที่ สวนป่าทรงคนอง หมู่ 2 (สวนป่าเกดน้อมเกล้า) ศูนย์กลางการเรียนรู้เรื่องธรรมชาติซึ่งคนในท้องถิ่นร่วมกันจัดการและดูแลรักษา พร้อมเปิดให้ผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมตลอดเวลา  ใกล้กันนั้นมี วัดป่าเกด วัดเก่าแก่ของคุ้งบางกะเจ้าซึ่งมีจิตรกรรมฝาผนังที่งดงาม รวมถึงหน้าบันรูปนารายณ์ทรงครุฑอันแสนวิจิตรให้ชม

051

ชมวิถีชีวิตพื้นบ้านในบางยอจาก ต. ทรงคนอง เราปั่นตรงขึ้นไปตาม ถ. เพชรหึงษ์จนเข้าสู่เขต ต. บางยอ ผ่าน สวนป่าเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พื้นที่อนุรักษ์ของโครงการสวนกลางมหานครซึ่งร่มรื่นไปด้วยพันธุ์ไม้ และเราก็มาถึงที่ตั้งของบ้านลุงกุล ที่ ซ. เพชรหึงษ์ 23 ซึ่งจัดตั้งเป็น ศูนย์บริการการท่องเที่ยวด้วยจักรยาน อันเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้สำหรับนักปั่นหน้าใหม่และแหล่งพบปะสังสรรค์ของสิงห์นักปั่นผู้เจนทาง  ไม่ไกลจากบ้านลุงกุล มี สวนมะพร้าวน้ำหอมลุงพงษ์ศักดิ์ แถวเถื่อน ผู้ยึดอาชีพทำน้ำตาลมะพร้าวมากว่า 50 ปี  มะพร้าวน้ำหอมถือเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของที่นี่ เช่นเดียวกับการทำน้ำตาลมะพร้าวซึ่งเป็นภูมิปัญญาสืบทอดมาจากบรรพบุรุษของชาวบางกะเจ้าที่นับวันจะหาดูได้ยากเต็มที


เที่ยวสวนป่า แหล่งเพาะกล้าพันธุ์ ที่บางกระสอบ

“ห้ามตัดต้นไม้ทุกต้นในพื้นที่ 6 ตำบลนี้” คือกฎสำคัญที่คนในชุมชนบางกะเจ้าร่วมกันบัญญัติไว้  ยิ่งปั่นลึกเข้าไปในสวนป่าและแหล่งเพาะกล้าพันธุ์ เรายิ่งกล้ายืนยันว่านี่คือกฎที่แข็งแกร่งที่สุดเมื่อปั่นจาก ถ. เพชรหึงษ์เข้าไปยัง ซ. เพชรหึงษ์ 22 เราก็พบบรรยากาศของผืนป่าใน สวนป่าชุมชนบางกระสอบ สวนป่าขนาดใหญ่ร่มรื่นด้วยไม้ยืนต้นประจำถิ่นอย่างหว้า จิก ลำพู ลำแพน เป็นทั้งที่อยู่อาศัยของหิ่งห้อยและบ้านของสัตว์น้อยใหญ่อีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีลำคลองเส้นทางสัญจรของชาวบ้านซึ่ง 2 ฝั่งปกคลุมด้วยป่าจากเสียงลุงกุลให้ข้อมูลเรื่องป่าแว่วมาว่า “วิธีการปลูกป่าที่นี่คือปลูกต้นใหม่แซมไปกับต้นเก่า”  เมื่อไม้เล็กแตกกิ่งก้าน โดยไม้ใหญ่ไม่ถูกตัดทำลาย ผืนดินแห่งนี้จึงกลายเป็นผืนป่าสีเขียวแห่งใหญ่ ผลแห่งการพึ่งพาอาศัยกันระหว่างสิ่งมีชีวิตปั่นลึกต่อเข้าไปอีกในซอย เราได้พบโฮมสเตย์เล็กๆ ริมป่าจากชื่อ บ้านชายคลองริมน้ำ ที่ให้ผู้เข้าพักได้กิน-นอน-อยู่อย่างคนบางกะเจ้าของแท้ 

061

 บรรยากาศรอบบ้านร่มรื่นเหมาะสำหรับหนีความวุ่นวายจากโลกภายนอกมาผ่อนพักกายใจ  ไม่ใกล้ไม่ไกลจากนั้นมี สวนไม้ดอกไม้ประดับ สุพจน์ สำเภาเล็ก แหล่งเพาะพันธุ์ต้นอโกลนีมาหรือแก้ว-กาญจนา ชวนชม และหน้าวัว  ผู้ชื่นชอบอโกลนีมาซึ่งได้สมญาว่าราชาแห่งไม้ประดับ ไม่ควรพลาดแวะชมสวนนี้  อีกสวนที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือ สวนหมากแดงลุงกลม ซึ่งเพาะพันธุ์หมากแดงไว้จำหน่าย  หมาก-แดงเป็นพืชตระกูลปาล์ม ใบและผลเป็นสีแดงสดสวยงาม ทนน้ำเค็มได้ดี  ปัจจุบันที่นี่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์หมากแดงแหล่งใหญ่แหล่งหนึ่งของประเทศก่อนออกแรงปั่นกันต่อ เราสูดหายใจลึกๆ ตักตวงอากาศบริสุทธิ์เข้าไปจนเต็มปอด พลางตระหนักว่า กฎเหล็กที่ชาวบ้านให้ความร่วมมือปฏิบัติกันอย่างเคร่งครัดนั้นส่งผลดีเช่นนี้เอง


ไม่มีคำว่าเหงาเมื่อเราไปบางน้ำผึ้ง

บรรยากาศรอบข้างเริ่มเปลี่ยนอีกครั้งเมื่อเราปั่นฉิวขึ้นไปยัง ต. บางน้ำผึ้ง  สัญญาณของความคึกคักเริ่มปรากฏเมื่อเข้าใกล้ ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง ตลาดซึ่งเกิดจากการร่วมมือกันขององค์การบริหารส่วนตำบลและคนในชุมชน  สินค้าในตลาดล้วนเป็นผลิตผลในท้องถิ่น จึงเป็นการสร้างรายได้ให้ชาวบ้าน ขณะเดียวกันชาวบ้านก็มีส่วนร่วมในชุมชนอย่างเต็มที่  

121

จุดน่าสนใจอีกแห่งอยู่ด้านหลังตลาด มีชื่อเป็นทางการว่า เส้นทางศึกษาธรรมชาติในโครงการสวนกลางมหานคร แต่เรียกกันง่ายๆ สั้นๆ ว่า สวนป่าบางน้ำผึ้ง สวนที่เกิดขึ้นตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งมีพระราชประสงค์ให้เพิ่มแหล่งศึกษาเรียนรู้ทางธรรมชาติมากขึ้น พื้นที่เพียงไม่กี่ไร่นี้จึงอัดแน่นไปด้วยความรู้เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในคุ้งบางกะเจ้าและความสำคัญของธรรมชาติที่มนุษย์ควรหวงแหนและดูแลรักษาได้รับความรู้จากห้องเรียนธรรมชาติกันจุใจแล้ว 

เราจึงปั่นเจ้า 2 ล้อไปต่อที่ บ้านธูปสมุนไพร ศูนย์การเรียนรู้การผลิตธูปสมุนไพรแบบต่างๆ  ทางเข้าบ้านธูปฯ เป็นทางปูนเล็กๆ ยกระดับเลียบร่องสวน รถใหญ่เข้าไม่ได้ ทางเส้นนี้จึงยังคงความเป็นธรรมชาติไว้ได้สมบูรณ์ที่สุด  ที่บ้านธูปสมุนไพร นอกจากการทำธูปสารพัดรูปแบบ ยังมีกิจกรรมให้เข้าร่วมอีกหลากหลาย อาทิ การทำขนมไทย อาหารไทย การประดิษฐ์สิ่งของจากวัสดุเหลือใช้ ทุกกิจกรรมล้วนเป็นการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่  ผู้ที่สนใจต้องติดต่อมาล่วงหน้า ทางบ้านธูปฯ จะได้จัดเตรียมเนื้อหา อุปกรณ์การสอน และสถานที่ให้พร้อม เพื่อให้ผู้ฝึกอบรมได้รับความรู้อย่างเต็มที่สำหรับใครที่อยากซึมซับบรรยากาศยามค่ำคืน ใน ต. บางน้ำผึ้งมีที่พักหลายรูปแบบให้เลือก ใครอยากพักในหมู่บ้านเพื่อเข้าถึงความเป็นบางกะเจ้าแท้ๆ ก็มีโฮมสเตย์ให้พักแรม เช่น ผึ้งนางโฮมสเตย์ นอกจากจะได้กินอยู่อย่างชาวบางกะเจ้าแล้ว ยังจะได้ชมของเก่าอัน

171

มีค่าและหายาก เช่น เปลือกหอยนานาชนิด เครื่องประดับ ของใช้ในครัวเรือนของคนไทยในอดีต ที่ พิพิธภัณฑ์ของเก่า ซึ่งจัดแสดงในบริเวณโฮมสเตย์นี้  แถมถ้าใครไม่ได้นำจักรยานมาด้วย ก็มีจักรยานให้บริการฟรี  หรือหากอยากสัมผัสธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศรีสอร์ตก็พอมีให้เลือกพักอยู่หลายแห่ง


ใกล้ชิดธรรมชาติ ย่านบางกอบัว

จากบ้านธูปสมุนไพร เราค่อยๆ ปั่นลัดเลาะคันคลองร่องสวนไปตามทางปูนยกระดับ บางช่วงมีราวกั้น 2 ฝั่งปั่นได้อุ่นใจ บางช่วงมีราวฝั่งเดียวแต่ยังปั่นได้แบบพอมีหลักยึด ขณะบางช่วงไร้ราวใดๆ กั้นขวางจนบางคนในหมู่พวกเราชื่นชมธรรมชาติเพลินไปนิดเผลอปั่นออกนอกทางปูนตกลงไปในร่องสวน ฉะนั้นใครไม่อยากสัมผัสธรรมชาติแบบ “เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน” คงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษปั่นชมธรรมชาติพลางกำกับเส้นทางกันไปพลาง เพียงครู่เดียวเราก็เข้าเขต ต. บางกอบัว  ว่ากันว่าชื่อ “บางกอบัว” มีต้นเค้ามาจากคำว่า “บางกะบัว”

211

 แม้ถ้อยคำอาจผิดเพี้ยนแปรเปลี่ยนไปจากวันเก่าก่อน แต่หัวใจสำคัญของการเป็นตำบลที่บริสุทธิ์สงบงามยังคงมีอยู่และดำเนินเรื่อยมาเราแวะ ฟาร์มเห็ดช่างแดง เป็นแห่งแรก  ฟาร์มนี้เกิดจากใจรักบวกกับความอุตสาหะใฝ่เรียนรู้ของช่างแดง หรือ สมศักดิ์ ชัยเขื่อน-ขันธ์ ในปัจจุบันกลายเป็นฟาร์มเห็ดที่มีชื่อเสียง แถมยังเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องราวสารพันเกี่ยวกับเห็ดด้วย  จากฟาร์มเห็ดไปไม่ไกล เราพบ วัดบางกอบัว ตั้งเด่นอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แวะไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคลแล้วจึงเดินทางต่อไปยัง ซ. เพชรหึงษ์ 57 เพื่อชม วิสาหกิจชุมชนชมรมหมากผู้หมากเมีย สถานที่เพาะพันธุ์ “เพชรน้ำค้าง” ซึ่งเป็นหมากผู้หมากเมียพันธุ์ดั้งเดิมของคุ้งบางกะเจ้า ที่สมาชิกชมรมฯ ส่งขายเป็นรายได้เลี้ยงครอบครัวและคนในชุมชนนี้


ท่องปอดใหญ่ใกล้กรุงใน ต. บางกะเจ้า

และแล้วเราก็ปั่นมาถึง ต. บางกะเจ้า ตำบลเหนือสุดของกระเพาะหมู เดินทางเข้าสู่ พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย ซึ่งรวบรวมพันธุ์ปลากัดและมีนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับชุมชนพระประแดงอย่างจุใจ ก่อนจะเดินทางต่อไปยัง สวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติศรีนคร-เขื่อนขันธ์ สวนขนาดใหญ่ใจกลางตำบล  ทันทีที่ 2 ล้อและ 2 เท้าเข้าสู่เขตสวน เราก็เลิกกังขาในฉายาที่ใครๆ ตั้งให้สวนนี้ว่า “ปอดแห่งใหญ่ของกรุงเทพมหานคร” 

231

ด้วยพื้นที่กว้างใหญ่กว่า 148 ไร่นั้นดารดาษด้วยพันธุ์ไม้หลากหลายล้อมรอบสระใหญ่ใจกลางสวน  ภายในสวนมีทั้งศาลาให้ผู้มาเยือนนั่งพักผ่อนหย่อนใจ มีทั้งลานดูนก ลานอเนกประสงค์ และกิจกรรมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการขี่จักรยานชมสวน การให้อาหารปลา หรือเพียงแค่เดินเล่นชมธรรมชาติก็เพียงพอแล้วสำหรับการเก็บความประทับใจกลับไปบ้านใครบางคนกล่าวไว้ว่า เราต้องช่วยกันรักษาต้นไม้ เพราะต้นไม้เท่านั้นที่จะรักษาเรา คำพูดนี้อาจไม่พอเพียงสำหรับบางกะเจ้า เพราะที่นี่ “คน สัตว์ และต้นไม้ คือลมหายใจเดียวกัน”


ความรู้สึกใหม่ในจุดเริ่มต้น

ก่อนกลับเราแวะชมความงามของสะพานภูมิพล สะพานเชื่อม 2 ฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา อันเป็นโครงการในพระราชดำริเพื่อแก้ปัญหาจราจรในย่านนี้  เรากลับมายังจุดเริ่มต้นด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงไป  ตลอดเส้นทางกว่า 20 กิโลเมตร เราได้เห็นความร่วมมือร่วมใจกันของคนในชุมชน เห็นวิถีธรรมชาติและวิถีวัฒนธรรมหลอมรวมกลายเป็นความงดงามลงตัวบนพื้นที่กระเพาะหมูแห่งนี้ขณะเฝ้าดูแสงสุดท้ายของวันลาลับขอบฟ้า ณ สะพานภูมิพล

281

ความคิดหนึ่งผุดพรายขึ้นอย่างแจ่มชัด - ความเข้มแข็งของชุมชนใดๆ ไม่จำเป็นต้องสร้างด้วยอิฐปูนหรือถนนหนทางชั้นดี แต่สร้างได้ด้วยรากอันแข็งแรงของต้นไม้และกิ่งก้านสาขาอันเหนียวแน่นของจิตใจซึ่งสอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียว 


**ที่เที่ยวหลายแห่งในคุ้งบางกะเจ้าไม่ได้เปิดให้เข้าชมทุกวัน ดังนั้นควรโทรศัพท์ติดต่อล่วงหน้า**

พิพิธภัณฑ์คลองลัดโพธิ์ เปิดวันศุกร์-เสาร์  คณะใหญ่ต้องติดต่อล่วงหน้า โทร. 0-2464-2057-8   พิพิธภัณฑ์มอญวัดคันลัด ติดต่อล่วงหน้า โทร. 08-7709-0304

สวนป่าทรงคนอง หมู่ 2 (สวนป่าเกดน้อมเกล้า) โทร. 08-6101-0704  ศูนย์บริการการท่องเที่ยวด้วยจักรยาน (บ้านลุงกุล) โทร. 0-2461-0560

สวนมะพร้าวน้ำหอมลุงพงษ์ศักดิ์ แถวเถื่อน ติดต่อล่วงหน้า โทร. 0-2461-0792   บ้านชายคลองริมน้ำ โทร. 08-7934-8134

สวนไม้ดอกไม้ประดับ สุพจน์ สำเภาเล็ก โทร. 08-9817-3728  สวนหมากแดงลุงกลม โทร. 0-2815-0373

ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง เปิดวันเสาร์-อาทิตย์ โทร. 0-2819-6762  บ้านธูปสมุนไพร ติดต่อล่วงหน้า โทร. 08-1801-3702

ผึ้งนางโฮมสเตย์ (พิพิธภัณฑ์ของเก่า) โทร. 0-2461-3810-1 Bangkok Tree House โทร. 08-2995-1150

ฟาร์มเห็ดช่างแดง โทร. 08-4317-7409  พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย ติดต่อล่วงหน้า โทร. 0-2815-0149

สวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติศรีนครเขื่อนขันธ์  โทร. 0-2461-0972


แผนที่ปั่นจักรยานบางกะเจ้า

 


ดู แผนที่ปั่นจักรยานบางกะเจ้า ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า


( 2 Votes ) Add a comment
   

"นายรอบรู้"หัวใจสีเขียว พาเที่ยวทั่วไทย จ. ปราจีนบุรี

เยือนถิ่นสมุนไพร เปิดโลกการแพทย์แผนไทย “อภัยภูเบศร”

หลายปีก่อนหน้านี้เมื่อพูดถึงสมุนไพร ใครต่อใครคงต้องจินตนาการไปถึงภาพยาลูกกลอน ยาหม้อ แล้วนึกถึงรสชาติขมปี๋ยามลิ้มรสยาพื้นบ้าน แต่ในยุคนี้สมุนไพรไทยถูกย่อส่วนมาอยู่ในรูปแคปซูลซึ่งกินง่ายและหายดี อีกทั้งยังก้าวขึ้นไปเป็นส่วนประกอบของเครื่องสำอางและเครื่องประทินผิวด้วย  เรื่องราวชวนเที่ยวตามแนว Green Tourism ในฉบับนี้จึงเป็นที่ไหนไปไม่ได้ นอกจาก “โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร” อ. เมือง จ. ปราจีนบุรี ที่ซึ่งทำให้สมุนไพรไทยโด่งดังมีชื่อเสียง และทำให้การแพทย์แผนไทยเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง

32


เปิดโลกการแพทย์แผนไทย ที่ “ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร”

 

เมื่อก้าวเข้าไปภายในรั้วของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จะเห็น “ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร” ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ตึกสองชั้นสไตล์ยุโรปที่ทำให้โรงพยาบาลนี้เป็นโรงพยาบาลที่สวยที่สุดในประเทศ  ปัจจุบันตึกนี้ได้รับการปรับเปลี่ยนเป็น “พิพิธภัณฑ์การแพทย์ไทยอภัยภูเบศร” พิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับการแพทย์แผนไทยไว้อย่างครบถ้วนและสมบูรณ์ที่สุดในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนที่นี่ไม่ขาดสายนอกจากมาชมความงามของสถาปัตยกรรมแล้ว ยังมาศึกษาดูงานด้านสมุนไพรและการแพทย์แผนไทยด้วย  บุคคลผู้กรุยทางให้โรงพยาบาลนี้เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในวงกว้างคือ หมอต้อม-ภญ. ดร. สุภาภรณ์ ปิติพร เภสัชกรประจำมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ผู้ริเริ่มนำสมุนไพรมาผลิตด้วยกรรมวิธีการผลิตยาแผนปัจจุบัน ถือเป็นการนำสมุนไพรพื้นบ้านมา สร้างคุณค่า กลายเป็นผลิตภัณฑ์แห่งภูมิปัญญาในนาม “สมุนไพรอภัยภูเบศร”

สิ่งที่เห็นเด่นสะดุดตาเป็นอย่างแรกเมื่อก้าวเข้ามาที่นี่ คือความสวยงามตระการตาของตัวตึก  มองจากภายนอกจะเห็นลายปูนปั้นรูปกระถางต้นปาล์มและพรรณพฤกษาประดับทั่วผนังสีเหลืองนวล เบื้องบนเป็นหลังคารูปโดมสวยสง่า  เราไม่รอช้า รีบก้าวเข้าไปภายในตัวตึกเพื่อดูให้เห็นกับตาว่าภายในจะอลังการขนาดไหน เมื่อเข้าไปยังห้องโถงกลาง บนผนังเราเห็นลายปูนปั้นอันอ่อนช้อยงดงาม ส่วนบนเพดานก็มีภาพปูนเปียกให้ได้ชมกันหลายจุด  ทุกส่วนภายในตึกได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามลงตัวตามแบบศิลปะบาโรกที่เน้นความหรูหราโอ่อ่า มากด้วยรายละเอียดแต่แฝงความอ่อนหวานนุ่มนวลไว้ในเนื้องาน (อ่านต่อคลิกด้านล่าง)

 
หมายเหตุ: ตีพิมพ์ในนิตยสารสารคดี ฉบับ 330 ประจำเดือนสิ งหาคม 2555

( 0 Votes ) Add a comment
   

"นายรอบรู้"หัวใจสีเขียว พาเที่ยวทั่วไทย จ. สมุทรสงคราม

ปั่นเลาะสวน ชวนสนุกที่อัมพวา

ถ้าให้หลับตานึกถึง อ. อัมพวา ภาพในความนึกคิดคงหนีไม่พ้นตลาดน้ำยามเย็นซึ่งตลอดสองฝั่งคลองอัมพวาคลาคล่ำด้วยผู้คนจนถึงขั้นเบียดเสียด  ระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี อำเภอเล็กๆ ของ จ. สมุทรสงครามแห่งนี้เติบโตรวดเร็วเกินกว่าที่ใครจะคาดไปถึง  วันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ที่นี่ไม่เคยร้างไร้ผู้คน อาจเพราะเป็นเมืองที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ บวกกับบรรยากาศอันเต็มไปด้วยสีสันของร้านรวงที่ต่างผุดไอเดียในการตกแต่งร้านและสรรหาสินค้ามาวางขายให้โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์

 ท่ามกลางกลิ่นอายความเป็นตลาดเก่าซึ่งเหล่าคนกรุงต่างโหยหา  เมื่อวันหยุดสุดสัปดาห์มาถึง จุดหมายปลายทางของหลายๆ คนจึงอยู่ที่ “อัมพวา” ในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ องค์การยูเนสโกได้มอบรางวัลชมเชย (Honourable Mention) ด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม (UNESCO Asia-Pacific Heritage Awards) แก่อำเภออัมพวา เป็นรางวัลที่ได้มาในช่วงที่อัมพวาเริ่มเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในหมู่นักท่องเที่ยว  

จนถึงทุกวันนี้อัมพวาก็ยังคงเป็นที่เที่ยวฮอตฮิตติดลมบนอยู่ แม้กระแสการท่องเที่ยวจะคึกคักเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงวันหยุด แต่หากอยากสัมผัสเสน่ห์ซึ่งแตกต่างจากกระแสนิยม อัมพวาในวันที่เงียบสงบมีมากสิ่งชวนค้นหาผิดแผกจากวันที่ผู้คนอุ่นหนาฝาคั่ง ใน อ. อัมพวามีถนนสายเล็กๆ ให้เลาะเลียบไปตามเรือกสวนชี้ชวนกันชมทิวทัศน์เพลินตา มีวัดวาอารามให้เที่ยวแบบอิ่มบุญอุ่นใจ พร้อมชุ่มฉ่ำกับบรรยากาศริมน้ำแม่กลอง แม่น้ำสายสำคัญซึ่งยังคงโอบอุ้มสรรพชีวิตมาตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน

การค้นหาเสน่ห์ของเมืองอัมพวาในวันสบายๆ อย่างนี้ คงไม่มีการเดินทางแบบไหนน่าสนใจเกินกว่าการปั่นจักรยานเที่ยวชม  แล้วอัมพวาในมุมที่คุณไม่เคยรู้จักจะไม่มีทางหลุดรอดไปจากสายตาจักรยานพร้อม แผนที่พร้อม ที่สำคัญ--“คุณพร้อมไปด้วยกันแล้วใช่มั้ย กระโดดขึ้นจักรยานคู่ใจไปกันเล้ย !”

20

หมายเหตุ: ตีพิมพ์ในนิตยสารสารคดี ฉบับ 326 ประจำเดือนเมษายน พ.ศ. 2555

( 0 Votes ) Add a comment
   

"นายรอบรู้"หัวใจสีเขียว พาเที่ยวทั่วไทย จ. สุโขทัย

ความทรงจำรสกลมกล่อม“บ้านนาต้นจั่น”

สายฝนพรมลงมาเบาๆ ตอนที่เราเลี้ยวรถออกจากบ้านนาต้นจั่น  ภาพทุ่งนาเขียวขจีและหิ่งห้อยส่องแสงวิบวับข้างมุ้งยังไม่จางจากความทรงจำ  ภาพประทับใจที่สุดเห็นจะเป็นมิตรภาพของ ชาวบ้านที่มีให้อย่างเปี่ยมล้นราวกับเราเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัว

1. 1

“นายรอบรู้” เปลี่ยนบรรยากาศมาเที่ยวแบบกินอยู่กับชาวบ้าน ที่ “โฮมสเตย์บ้านนาต้นจั่น” ใน ต. บ้านตึก อ. ศรีสัชนาลัย จ. สุโขทัย  แม้ปลายทางครั้งนี้ไม่ได้เป็นสถานที่หรูหรา แต่ก็มีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่น่าสนใจ และมีความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยให้เราได้สัมผัสราวกับกลับไปเยี่ยมญาติในชนบท  นี่คงเป็นเสน่ห์ของการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ที่ต่างไปจากการท่องเที่ยวรูปแบบอื่นๆ

ผู้เขียนมาเยือนหมู่บ้านแห่งนี้เป็นครั้งที่ ๒  ก่อนหน้านี้เคยเดินทางมากับคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ในโครงการต้นแบบการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ คือการท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และคุณค่าของชุมชน  เมื่อกลับมาอีกครั้งจึงเข้าใจชัดขึ้นว่า เหตุใดหมู่บ้านเล็กๆ อยู่ห่างจากตัวเมืองศรีสัชนาลัยไปกลางท้องทุ่งถึง ๒๐ กม. ถึงได้มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนไม่ขาดสาย ปีหนึ่งถึงกว่า ๗,๐๐๐ คน (อ่านต่อคลิกด้านล่าง)

 


 

หมายเหตุ: ตีพิมพ์ใน นิตยสารสารคดี ฉบับ329 ประจำเดือนกรกฎาคม 2555

( 0 Votes ) Add a comment
   

หน้า 9 จาก 9