NaiRobRoo.com I หัวใจสีเขียว พาเที่ยวทั่วไทย

“BEDO” ชวนเที่ยวและเรียนรู้ทรัพยากรชีวภาพใกล้ตัว..ตามเส้นทางเศรษฐกิจชีวภาพสายตะวันออก

BEDO ชวนคุณออกเดินทางท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ทุ่งโปรงทอง สถานที่ Unseen ของเมืองไทย ลัดเลาะเข้าสวนยางเรียนรู้การทำธุรกิจกวางที่ปโชติการฟาร์ม และดำดิ่งสู่โลกใต้ทะเลที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทางทะเลบางแสน ปิดทริปด้วยแวะชิมแวะช็อปข้าวหลามแม่เจริญของดีตลาดหนองมน

bedocover

รู้จัก BEDO สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือBEDO (Biodiversity-Based Economy Development Office) เป็นองค์กรภาครัฐที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง เมื่อปี พ.ศ. 2550 มีภารกิจหลักในการขับเคลื่อนและพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพ มุ่งเน้นการใช้ประโยชน์การบริหารจัดการ และสร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจควบคู่กับการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน โดยสร้างอาชีพในระดับชุมชนและความมั่นคงของระบบเศรษฐกิจและการรักษาทรัพยากรชีวภาพในระดับประเทศ

>>>ทุ่งโปรงทอง..มุมอันซีนราวภาพฝัน

ชุมชนบ้านแสมภู่ ต. ปากน้ำประแส อ. แกลง จ. ระยอง สำนักงานเทศบาลตำบลปากน้ำประแส โทร. 0-3866-1720-1

ทุ่งโปรงทองเป็นสถานที่ Unseen ของเมืองไทยที่ซุกซ่อนตัวอยู่ในป่าชายเลนผืนใหญ่ที่สุดของ จ. ระยอง ในเขตชุมชนบ้านแสมภู่ ชุมชนเล็ก ๆ บริเวณปากน้ำประแส ที่เคยเป็นเมืองธุรกิจการค้าและเมืองท่าที่สำคัญในอดีต ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าและความร่วมแรงร่วมใจที่ชาวบ้านช่วยกันพัฒนาและอนุรักษ์ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว ได้เปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนบ้านแสมผู้ เป็นทางเดินสะพานไม้ทอดยาวประมาณ 1 กิโลเมตร

bedo12

bedo1

ลัดเลาะสู่ป่าชายเลนอันแน่นทึบ มีพันธุ์ไม้นานาชนิดอย่างต้นโกงกาง ต้นลำพู ต้นโพธิ์ทะเล ต้นตะบูน ต้นโปรง ต้นฝาด ฯลฯ ทางเดินอันแสนร่มรื่นมีนกนานาชนิดบินมาเกาะกิ่งไม้ โดยเฉพาะต้นฝาดดอกแดงที่ออกดอกบานสะพรั่ง เมื่อเดินพ้นเงาไม้จะเห็นต้นโปรงขึ้นแน่นเบียดเสียดในพื้นที่กว่า 6,000 ไร่

bedo2

bedo3

bedo15

ยามต้องแสงแดดเหมือนดั่งผืนพรมสีเหลืองทองอร่ามตัดกับขอบฟ้าราวภาพวาด เป็นมุมอันซีนราวภาพฝันที่ใคร ๆ ก็ต้องมาให้ได้สักครั้งในชีวิต หากอยากรู้ว่าชุมชนแสมภู่มีของดีอะไรซ่อนอยู่ แนะนำให้ลองมานอนโฮมสเตย์ดูสักคืน แล้วนั่งสามล้อพ่วงสัมผัสวิถีชุมชน คุณจะค้นพบทั้งความสุขและความสนุกในชุมชนแห่งนี้

bedo4

>>>ปโชติการฟาร์ม..ธุรกิจกวาง จ. ระยอง

ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าปี 2535 อนุมัติให้การเพาะเลี้ยงกวางม้าหรือกวางไทยในเชิงการค้าเป็นธุรกิจที่ถูก ต้องตามกฎหมาย โดยต้องมีการขออนุญาตและจดทะเบียนฟาร์มกับกรมป่าไม้ นอกจากนี้กวางยังได้รับการบรรจุเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่ได้รับการส่งเสริมการเลี้ยงมาตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 7 ปัจจุบันการเพาะเลี้ยงกวางจึงได้รับความสนใจอย่างมากจากเกษตรกร

bedo19

bedo18

ปโชติการฟาร์มถือเป็นฟาร์มกวางแห่งหนึ่งใน จ. ระยอง ที่มีความมุ่งมั่นในการเลี้ยงกวางให้มีมาตรฐานและสร้างผลผลิตที่ดีมีคุณภาพ มีการจัดการฟาร์มและพัฒนาอย่างเป็นระบบ โดยควบคุมการเลี้ยงและการเก็บเกี่ยวผลผลิตตามหลักการสวัสดิภาพสัตว์และเป็นไปตามแนวปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี โดยเริ่มต้นธุรกิจจากความชอบเลี้ยงสัตว์และต้องการจัดการพื้นที่ว่างเปล่าเป็นหลัก แต่เริ่มมองเห็นโอกาสทางธุรกิจจากการเป็นสมาชิกสหกรณ์กวางแห่งประเทศไทย จำกัด และได้เข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่หน่วยงานพันธมิตรรวมทั้งที่ BEDO ได้จัดขึ้น จึงได้เริ่มพัฒนาการเก็บเกี่ยวผลผลิตและสร้างรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตอย่างต่อเนื่อง

>>>พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำบางแสน..ดำดิ่งเรียนรู้โลกใต้ทะเลในอควอเรี่ยมสุดคลาสสิค

ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยบูรพา  อ. เมืองชลบุรี งานประชาสัมพันธ์ โทร. 0-3839-1671-3 ต่อ 184, 126 เปิดทุกวันเวลา 08.30-16.00 น. (จ.-ศ.) มีรอบโชว์ให้อาหารปลาเวลา 14.30 น. ส่วนวันหยุดราชการ (ส.-อา.) และวันหยุดนักขัตฤกษ์ มีรอบโชว์เวลา 10.30 น. และ เวลา 14.30 น. / www.bims.buu.ac.th

bedo7

bedo6

ดำดิ่งเรียนรู้โลกใต้ทะเลในอควอเรี่ยมสุดคลาสสิคที่อยู่คู่บางแสนมากว่า 40 ปี ที่สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา หรือ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเล แต่หลายคนอาจคุ้นเคยกันในชื่อ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำบางแสน แหล่งท่องเที่ยวสุดคลาสสิคและเป็นแหล่งทัศนศึกษายอดฮิตที่ใครมาบางแสนต้องไม่พลาด

bedo10

bedo11

ภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ คือ บริเวณชั้นล่างเป็นสถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็ม จัดแสดงสัตว์ทะเลหลากหลายชนิด ตั้งแต่ปลาทะล ม้าน้ำ หอยหายาก ฯลฯ จุดที่เป็นไฮไลต์คือตู้ปลายักษ์ขนาด 1,000 ตัน ที่มีปลาหมอทะเลยักษ์อาศัยรวมกับเหล่าฝูงปลามากมาย โดยจะมีโชว์พิเศษทุกวัน สาธิตการดำน้ำให้อาหารปลา ดูปลาหมอทะเลที่หนักกว่าร้อยกิโลกรัมกินอาหารจากมือนักประดาน้ำ

bedo8

ส่วนชั้นบนจะเป็นส่วนของพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเลให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของท้องทะเล โดยรวบรวมและจัดแสดงตัวอย่างสิ่งมีชีวิตในทะเลทั้งพืชและสัตว์นานาชนิด ซึ่งเก็บรักษาไว้โดยวิธีการดองและการสตัฟฟ์ รวมทั้งจัดแสดงนิทรรศการความรู้ต่าง ๆ และการใช้ประโยชน์จากท้องทะเล

>>>ข้าวหลามแม่เจริญ ของอร่อยเด็ดคู่ตลาดหนองมน

โทร. 0-3874-5714, 08-1996-0201 สาขา1 ตลาดหนองมน / สาขา 2 ศูนย์ของฝากตรงข้ามไปรษณีย์หนองมน / สาขา 3 ตลาดอ่างศิลา

bedo20

ถือเป็นเจ้าแรก ๆ ในตลาดหนองมนที่นำเสนอข้าวหลามสารพัดไส้ ทั้งสังขยา ถั่วดำ ถั่วแดง เผือก มะพร้าวอ่อน แปะก๊วย เม็ดบัว ส้ม และชาเขียว โดยคุณณัฐธิดา หอมหวล หรือเจ๊หนู ทายาทรุ่นที่ 3 ของข้าวหลามแม่เจริญ ที่ได้คลุกคลีกับการทำข้าวหลามมากว่า 40 ปี ตั้งแต่สมัยคุณยายและคุณแม่ ถ่ายทอดฝีมือจากรุ่นสู่รุ่น พัฒนาข้าวหลามรสดั้งเดิมให้มีไส้ที่หลากหลายจนนักชิมจากหลายสำนักแห่มาการันตีความอร่อย

bedo21

มาวันนี้เจ๊หนูยังพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยการพัฒนาเตาเผาข้าวหลาม จากการเผาข้าวหลามแบบเดิม ๆ เปลี่ยนมาเป็นเตาเผาข้าวหลามรุ่นใหม่ที่คิดค้นขึ้นเอง โดยเป็นเตาเผาข้าวหลามด้วยเชื้อเพลิง สามารถเผาได้ครั้งละกว่า 300 กระบอกในเวลาอันรวดเร็ว และช่วยประหยัดเวลาไปได้มาก ทั้งยังมีความปลอดภัยเพราะใช้ความร้อนต่ำ แถมยังรักษาสภาพแวดล้อมได้อีกด้วย

bedo22


( 0 Votes ) Add a comment
 

ขับรถไปปั่นเที่ยว : เมืองเพชรฯ

สำหรับคอจักรยาน คงรู้สึกเหมือนกันว่าเวลาที่ได้ออกไปปั่นเส้นทางใหม่ๆ นั้นช่างสุขใจอย่างยิ่ง

... ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ ...ไปเสพย์ทิวทัศน์สวยๆ ...ไปเจอเพื่อนใหม่ๆ ... แค่คิดก็อยากออกไปแล้ว!!!

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา "นายรอบรู้" ได้รับเชิญจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคกลาง ให้ไปร่วมงาน "Drive To Ride ชีพจรลงล้อ ... เพชรบุรี" กิจกรรมสนุกๆ ที่ชวนคนหลงใหลเจ้าสองล้อขับรถไปปั่นจักรยานเที่ยวในเส้นทางใหม่ๆ   กิจกรรมนี้จัดกันมาหลายครั้งแล้ว โดยเน้นเส้นทางในภาคกลางที่ขับรถไปปั่นได้สะดวก ไม่เหนื่อยเกินไป ...และครั้งนี้เราไปปั่นกันที่เพชรบุรี!

 

 

จังหวัดเพชรบุรีอยู่ไม่ไกลกรุงเทพฯ ขับรถประมาณ 2-3 ชั่วโมงก็ถึง ในตัวเมืองมีวัดเก่าที่สวยงามและเก่าแก่จำนวนมาก เพชรบุรียังเป็นเมืองของอร่อย ขนมและของกินมีเพียบ ที่สำคัญคือตัวเมืองไม่ใหญ่มาก แต่ละสถานที่เที่ยวอยู่ไม่ไกลกัน ....เหมาะกับพาหนะอย่างจักรยานที่ปั่นเข้าไปเที่ยวตามตรอกซอกซอยเล็กๆ ได้สบาย

กิจกรรมครั้งนี้มีนิตยสาร Cycling Plus เป็นแม่งาน  เราเห็นว่ามีเส้นทางปั่นน่าสนใจ จึงขอนำมาฝากไว้ เผื่อวันหลังใครจะไปตามรอย

 

เริ่มต้นกันตั้งแต่ 9 โมงเช้า เรานัดพบและลงทะเบียนที่ พระรามราชนิเวศน์มฤคทายวัน หรือพระราชวังบ้านปืน พระราชวังศิลปะยุโรป ซึ่งรัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อประทับในฤดูฝน เราปั่นชมบรรยากาศรอบพระราชวังสักรอบ ก่อนขี่ไปตามถนนดำเนินเกษมมายังวัดมหาธาตุวรวิหาร

 

จอดจักรยานแล้วเข้าไปสักการะหลวงพ่อทอง พระประธานสมัยอยุธยาในวิหารหลวง ออกมาชมงานปูนปั้นอันอ่อนช้อยของครูช่างเมืองเพชรที่ประดับตามโบสถ์ วิหารในวัดมหาธาตุ และไม่ลืมเดินเข้าไปพระบรมสารีริกธาตุซึ่งบรรจุในพระปรางค์ ที่งดงามอลังการ

 

จากนั้นคณะจักรยานเดินออกจากวัดไปชมพิพิธภัณฑ์ใต้แม่น้ำเพชรบุรี อาจารย์กิตติพงษ์ พึ่งแตง อาจารย์โรงเรียนสุวรรณรังสฤษฏ์วิทยาลัย ดำน้ำลงไปหาสมบัติใต้แม่น้ำ พบภาชนะ หม้อ ไห ขวานหิน เตา เงินตราต่างๆ อายุหลายร้อยปีจำนวนมาก บางชิ้นมีลักษณะที่สมบูรณ์อย่างไม่น่าเชื่อ แสดงให้เห็นว่าในอดีตเมืองเพชรเจริญรุ่งเรืองมาก และแม่น้ำเพชรเป็นเส้นทางการค้าสำคัญ

 

จากนั้นเราปั่นไปวัดเกาะ ซึ่งมีจิตกรรมฝาผนังที่งดงามและแปลกตา ผนังด้านซ้ายเป็นรูปอัฎมหาสถาน หรือสถานที่สำคัญเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า 8 แห่ง ตั้งแต่ประสูติจนปรินิพพาน ด้านขวาเป็นรูปสถานที่ 7 แห่งที่พระพุทธเจ้าทรงประทับเพื่อเสวยสมมุติสุขหลังจากตรัสรู้ ภาพทั้งสองผนังนี้หาชมได้ยากมากที่อื่น คณะนักปั่นถ่ายภาพกันอย่างเพลิดเพลิน

ในชุมชนวัดเกาะยังมีบ้านวาดเวียงไชย บ้านเก่าที่น่าสนใจ มีเรือนแถวไม้เก่าซึ่งเป็นฉากหลังถ่ายภาพได้สวยงาม และมีบ้านทำขนมไทยครูปราณี ซึ่งเราสามารถแวะไปชมการทำขนมอาลัว ข้าวตู ตะลิงปลิงแช่อิ่มได้ คุณป้าต้อนรับพวกเราอย่างดี



ตอนเที่ยงเราปั่นไปกินที่ร้านเจ๊กเม้ง บริเวณเคเบิ้ลคาร์ทางขึ้นพระนครคีรี มีก๋วยเตี๋ยวเนื้อสูตรเมืองเพชรที่ผสมน้ำตาลโตนดลงในซอสด้วย ก่อนจะจอดจักรยานไว้ด้านล่าง และขึ้นไปชมความงามของพระนครคีรีหรือเขาวัง

ด้านบนนั้นบรรยากาศดีมาก มีลมพัดเย็นสบาย ช่วงฤดูร้อนนี้ดอกลีลาวดีพากันบานสะพรั่งสวยงาม

พักที่เขาวังจนหายเหนื่อยแล้ว เราปั่นกลับมาที่พระราชวังบ้านปืน เป็นอันจบสิ้นทริปวันนี้ ก่อนที่จะยกจักรยานขึ้นรถ ขับไปนอนพักกันที่รีสอร์ตริมทะเลในอำเภอบ้านแหลม

เช้าวันรุ่งขึ้น ขาปั่นสายโหด แนะนำให้ไปปั่นทางไกลต่อ จาก อบต. บ้านแหลม-สะพานเฉลิมพระเกียรติ บางตะบูน ระยะทางไป-กลับประมาณ 70 กิโลเมตร ทิวทัศน์ข้างทางเป็นนาเกลือ มองเพลินตา

ตลอด 2 วัน 1 คืนที่เมืองเพชร เราได้ชมทั้งวัดเก่า ชิมอาหารอร่อย เจอชาวบ้านน่ารัก และเพื่อนร่วมทางใหม่ๆ นับเป็นประสบการณ์ที่แสนสุขใจ จนอยากชวนให้คุณไปลองสักครั้ง

.................................................................

ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคกลาง

เรื่องและภาพ : ปณัสย์ พุ่มริ้ว
สำหรับคอจักรยาน คงรู้สึกเหมือนกันว่าเวลาที่ได้ออกไปปั่นเส้นทางใหม่ๆ นั้นช่างสุขใจอย่างยิ่ง
... ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ ...ไปเสพย์ทิวทัศน์สวยๆ ...ไปเจอเพื่อนใหม่ๆ ... แค่คิดก็อยากออกไปแล้ว!!!
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา "นายรอบรู้" ได้รับเชิญจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคกลาง ให้ไปร่วมงาน "Drive To Ride ชีพจรลงล้อ ... เพชรบุรี" กิจกรรมสนุกๆ ที่ชวนคนหลงใหลเจ้าสองล้อขับรถไปปั่นจักรยานเที่ยวในเส้นทางใหม่ๆ   กิจกรรมนี้จัดกันมาหลายครั้งแล้ว โดยเน้นเส้นทางในภาคกลางที่ขับรถไปปั่นได้สะดวก ไม่เหนื่อยเกินไป ...และครั้งนี้เราไปปั่นกันที่เพชรบุรี!
จังหวัดเพชรบุรีอยู่ไม่ไกลกรุงเทพฯ ขับรถประมาณ 2-3 ชั่วโมงก็ถึง ในตัวเมืองมีวัดเก่าที่สวยงามและเก่าแก่จำนวนมาก เพชรบุรียังเป็นเมืองของอร่อย ขนมและของกินมีเพียบ ที่สำคัญคือตัวเมืองไม่ใหญ่มาก แต่ละสถานที่เที่ยวอยู่ไม่ไกลกัน ....เหมาะกับพาหนะอย่างจักรยานที่ปั่นเข้าไปเที่ยวตามตรอกซอกซอยเล็กๆ ได้สบาย
กิจกรรมครั้งนี้มีนิตยสาร Cycling Plus เป็นแม่งาน  เราเห็นว่ามีเส้นทางปั่นน่าสนใจ จึงขอนำมาฝากไว้ เผื่อวันหลังใครจะไปตามรอย
เริ่มต้นกันตั้งแต่ 9 โมงเช้า เรานัดพบและลงทะเบียนที่ พระรามราชนิเวศน์มฤคทายวัน หรือพระราชวังบ้านปืน พระราชวังศิลปะยุโรป ซึ่งรัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อประทับในฤดูฝน เราปั่นชมบรรยากาศรอบพระราชวังสักรอบ ก่อนขี่ไปตามถนนดำเนินเกษมมายังวัดมหาธาตุวรวิหาร
จอดจักรยานแล้วเข้าไปสักการะหลวงพ่อทอง พระประธานสมัยอยุธยาในวิหารหลวง ออกมาชมงานปูนปั้นอันอ่อนช้อยของครูช่างเมืองเพชรที่ประดับตามโบสถ์ วิหารในวัดมหาธาตุ และไม่ลืมเดินเข้าไปพระบรมสารีริกธาตุซึ่งบรรจุในพระปรางค์ ที่งดงามอลังการ
จากนั้นคณะจักรยานเดินออกจากวัดไปชมพิพิธภัณฑ์ใต้แม่น้ำเพชรบุรี อาจารย์กิตติพงษ์ พึ่งแตง อาจารย์โรงเรียนสุวรรณรังสฤษฏ์วิทยาลัย ดำน้ำลงไปหาสมบัติใต้แม่น้ำ พบภาชนะ หม้อ ไห ขวานหิน เตา เงินตราต่างๆ อายุหลายร้อยปีจำนวนมาก บางชิ้นมีลักษณะที่สมบูรณ์อย่างไม่น่าเชื่อ แสดงให้เห็นว่าในอดีตเมืองเพชรเจริญรุ่งเรืองมาก และแม่น้ำเพชรเป็นเส้นทางการค้าสำคัญ
จากนั้นเราปั่นไปวัดเกาะ ซึ่งมีจิตกรรมฝาผนังที่งดงามและแปลกตา ผนังด้านซ้ายเป็นรูปอัฎมหาสถาน หรือสถานที่สำคัญเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า 8 แห่ง ตั้งแต่ประสูติจนปรินิพพาน ด้านขวาเป็นรูปสถานที่ 7 แห่งที่พระพุทธเจ้าทรงประทับเพื่อเสวยสมมุติสุขหลังจากตรัสรู้ ภาพทั้งสองผนังนี้หาชมได้ยากมากที่อื่น คณะนักปั่นถ่ายภาพกันอย่างเพลิดเพลิน
ในชุมชนวัดเกาะยังมีบ้านวาดเวียงไชย บ้านเก่าที่น่าสนใจ มีเรือนแถวไม้เก่าซึ่งเป็นฉากหลังถ่ายภาพได้สวยงาม และมีบ้านทำขนมไทยครูปราณี ซึ่งเราสามารถแวะไปชมการทำขนมอาลัว ข้าวตู ตะลิงปลิงแช่อิ่มได้ คุณป้าต้อนรับพวกเราอย่างดี
ตอนเที่ยงเราปั่นไปกินที่ร้านเจ๊กเม้ง บริเวณเคเบิ้ลคาร์ทางขึ้นพระนครคีรี มีก๋วยเตี๋ยวเนื้อสูตรเมืองเพชรที่ผสมน้ำตาลโตนดลงในซอสด้วย ก่อนจะจอดจักรยานไว้ด้านล่าง และขึ้นไปชมความงามของพระนครคีรีหรือเขาวัง
ด้านบนนั้นบรรยากาศดีมาก มีลมพัดเย็นสบาย ช่วงฤดูร้อนนี้ดอกลีลาวดีพากันบานสะพรั่งสวยงาม
พักที่เขาวังจนหายเหนื่อยแล้ว เราปั่นกลับมาที่พระราชวังบ้านปืน เป็นอันจบสิ้นทริปวันนี้ ก่อนที่จะยกจักรยานขึ้นรถ ขับไปนอนพักกันที่รีสอร์ตริมทะเลในอำเภอบ้านแหลม
เช้าวันรุ่งขึ้น ขาปั่นสายโหด แนะนำให้ไปปั่นทางไกลต่อ จาก อบต. บ้านแหลม-สะพานเฉลิมพระเกียรติ บางตะบูน ระยะทางไป-กลับประมาณ 70 กิโลเมตร ทิวทัศน์ข้างทางเป็นนาเกลือ มองเพลินตา
ตลอด 2 วัน 1 คืนที่เมืองเพชร เราได้ชมทั้งวัดเก่า ชิมอาหารอร่อย เจอชาวบ้านน่ารัก และเพื่อนร่วมทางใหม่ๆ นับเป็นประสบการณ์ที่แสนสุขใจ จนอยากชวนให้คุณไปลองสักครั้ง
.................................................................

ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคกลาง


( 0 Votes ) Add a comment
   

ดึงให้สุดแรง! -‘ชักเย่อเกวียนพระบาท’ สงกรานต์สุดมัน แห่งเมืองจันท์

 “ดึงอีก ... ดึงอีก” กองเชียร์ส่งเสียงลั่น ชาวบ้านในทีมชักเย่อก็ออกแรงสุดชีวิต มือดึง เท้าจิกทราย โน้มตัวลงใช้ประโยชน์จากน้ำหนักตัวให้มากที่สุด แต่ละคนหน้าตาเหยเก กัดฟันสู้ไม่ถอย เสียงกลองรัวเร็วขึ้นเมื่อพวกเขากำลังได้เปรียบ

coverran

ในที่สุดคู่ต่อสู้ก็ต้านแรงสามัคคีฝ่ายนี้ไม่ไหว ต้องพ่ายแพ้ไป กองเชียร์ส่งเสียงดังลั่นอีกครั้ง... บรรยากาศข้างต้น คือการเล่นชักเย่อที่สนุกสนานในเทศกาลวันสงกรานต์ที่วัดตะปอนใหญ่ ตำบลตะปอน อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ซึ่งมีประเพณี “ชักเย่อเกวียนพระบาท” สืบทอดกันมายาวนานกว่า 70 ปีแล้ว เป็นการแข่งชักเย่อโดยดึงเชือกที่ผูกกับเกวียนที่ประดิษฐาน “ผ้าพระบาท” ผืนผ้าศักดิ์สิทธิ์ ชุมชนไหนชนะจะได้ผ้าไปทำบุญก่อน

r1

r2

งานนี้ชาวบ้านจึงรวมใจกันสุดชีวิต วัดตะปอนใหญ่เป็นวัดเก่าแก่ เล่ากันว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าปราสาททองแห่งกรุงศรีอยุธยา อายุกว่า 250 ปี ตั้งอยู่บนเส้นทางโบราณสายขลุง-พลิ้ว ซึ่งมีขบวนเกวียนพ่อค้าวิ่งผ่าน คำว่า “ตะปอน” บ้างว่าเพี้ยนมาจาก “ตะโพน” ที่หมายถึงการกระเด้งกระดอนเมื่อวิ่งเกวียนบนเส้นทางที่เป็นหลุมบ่อ จุดเริ่มต้นของประเพณีนั้น คุณกาญจน์ กรณีย์ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอขลุง เล่าให้ฟังว่า ในสมัยก่อนเกิดโรคระบาด มีคนเจ็บป่วยล้มตายจำนวนมาก ทำอย่างไรก็ไม่หาย จึงมีพระแนะนำให้นำผ้าพระบาทออกมาแห่ไปตามหมู่บ้าน ผ้าผืนนี้เล่ากันว่ามีผู้นำมาทางเรือ มีการฉลอง 7 วัน 7 คืน และประดิษฐานที่วัดตะปอนน้อย ผืนผ้ากว้าง 5 ศอก ยาว 21 ศอก เชื่อว่าเขียนเป็นรูปรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าซ้อนทับกัน 4 รอย จึงเรียกว่า “ผ้าพระบาท”

r3

r5

เมื่อขบวนแห่ผ้าตีฆ้องร้องผ่านไป ชาวบ้านก็ยกมือสาธุ ขอนำผ้าพระบาทไปทำพิธีให้คนป่วย ความมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้นเมื่อโรคร้ายค่อยๆ หายไป คนป่วยอาการดีขึ้น ชาวบ้านจึงเกิดศรัทธา ทำให้เกิดประเพณีแห่ผ้าพระบาทไปตามหมู่บ้านมานับแต่นั้น แต่ด้วยความที่ผ้ามีอยู่ผืนเดียว ในขณะที่ชาวบ้านในตำบลตะปอนมีหลายหมู่บ้าน รวมถึงหมู่บ้านอื่นก็อยากนำผ้าไปทำบุญด้วย จึงเกิดการยื้อแย่งผ้าพระบาท ชาวบ้านจึงมาคุยตกลงกติกากัน กลายเป็นประเพณีแย่งผ้าด้วยการชักเย่อ นั่นคือประเพณีชักเย่อเกวียนพระบาท

r6 r7 r8

ใครชนะจึงได้ผ้าไปทำบุญก่อน ปัจจุบันการเล่นชักเย่อเกวียนพระบาท ที่วัดตะปอนใหญ่ กำหนดจัดทุกวันที่ 17 เมษายนของทุกปี โดยนำผ้าพระบาทออกมาประดิษฐานไว้บนเกวียน ให้สองฝ่ายชักเย่อแข่งกัน แบ่งเป็นการแข่งขันระหว่างผู้ชาย ผู้หญิง หนุ่มสาว ผู้สูงวัย และเด็ก แต่ละปีมีชาวบ้านมาร่วมเชียร์กันคับคั่ง ด้วยความที่สืบทอดการเล่นมานาน ชาวบ้านจึงมีกลวิธีการดึงที่พิเศษ ทั้งท่าดึงที่ได้เปรียบคู่ต่อสู้ที่สุด การล้มตัวกดเชือกไว้กับทรายเพื่อดึงเกมส์ และการชิงจังหวะดึงเพื่อเอาชนะ

การแข่งขันที่นี่จึงไม่ใช่แค่การเอาชนะด้วยแรงเท่านั้น ตลอดวันนั้นมีประเพณีสงกรานต์ เริ่มตั้งแต่การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ในตอนเช้า บ่ายแข่งชักเย่อ เล่นการละเล่น แดดร่มลมตกก็ก่อพระเจดีย์ทราย แยกย้ายไปอาบน้ำอาบท่า ก่อนจะกลับมารวมกันที่วัดอีกครั้งเวลาประมาณ 2 ทุ่ม เพื่อจุดเทียนทำพิธีสมโภชน์พระเจดีย์ทราย มีพระสงฆ์มาสวดให้ศีลให้พรและประกาศรางวัลเจดีย์ทรายสวยงาม นับเป็นประเพณีที่สนุกสนาน และเปี่ยมด้วยบรรยากาศแห่งศรัทธาในตอนท้าย ...ใครที่กำลังคิดว่าสงกรานต์นี้จะไปไหน เราอยากให้ลองแวะมาที่วัดตะปอนใหญ่สักครั้ง


ขอขอบคุณ งานสื่อมวลชนสัมพันธ์ในประเทศ กองประชาสัมพันธ์ในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

prachubadverrr


( 0 Votes ) Add a comment
   

เที่ยวเมืองตะโกลา ชมวิถีเก่าชาวตะกั่วป่า

เที่ยวเมืองตะโกลา ชมวิถีเก่าชาวตะกั่วป่า>>>เอ่ยชื่อ “ตะโกลา” หลายคนคงสงสัยเพราะไม่คุ้นชื่อ แต่ถ้าเป็น ตะกั่วป่า จ.พังงา ก็คงจะร้อง อ๋อ!!!! กันอยู่บ้าง ชื่อเมืองตะโกลานั้นเป็นชื่อเดิมของเมืองตะกั่วป่าที่สืบมาจาก “ตกโกล” ในภาษาบาลี ที่แปลว่า กระวาน ซึ่งสัญนิษฐานว่า ในสมัยก่อนพื้นที่บริเวณนี้อุดมไปด้วยเครื่องเทศมากมาย นอกจากนี้ยังมีหลักฐานการเรียกชื่อ ตะโกลา ว่ามาจาก โกลา ที่แปลว่า เมืองท่า ส่วนคำว่า ตะ มากจาก ต๊ะ ที่เป็นคำสร้อยของคนใต้ เช่น ไปต๊ะ มาต๊ะ แล้วมีการเรียกต่อกันมาเรื่อยๆ จนกลายเป็นตะกั่วป่าในที่สุด

covertakuapa-01

ตะกั่วป่าเป็นเมืองน่ารักๆที่แสนจะเรียบง่าย เต็มไปด้วยรอยยิ้มจากผู้คน ที่ไม่ว่าจะเดินไปไหนก็จะยิ้มทักทาย บ้างก็ชวนคุยเล่าเรื่องราวเมืองตะกั่วป่าครั้งอดีต ทำให้เมืองตะกั่วป่าดูมีชีวิตชีวาน่าอยู่มากกว่าเดิม

takuapa18

มาตะกั่วป่าต้องตื่นแต่เช้า เพื่อมาหาของอร่อยกินกันที่ตลาดเทศบาลเมืองตะกั่วป่า มีปาท่องโก๋ ไก่ทอด ขนมจีน และขนมพื้นบ้านอย่างขนมเบื้องโบราณที่หากินได้ยากในปัจจุบัน หรือใครชอบกินติ่มซำก็มีร้านจิ้นเก้ง ร้านเก่าแก่ของเมืองตะกั่วป่า ที่ขายกันมายาวนาน นั่งกินข้าว กินขนม กันให้ท้องอิ่มก่อนจะออกเดินทางเที่ยวเมืองตะกั่วป่ากันต่อไป

takuapa6

takuapa9

takuapa10

เริ่มที่แรกกันที่ โรงเรียนเต้าหมิง โรงเรียนสอนภาษาจีนที่สร้างตั้งแต่ปี 2465 โดยคหบดีและเจ้าของเหมืองชาวจีน เพื่อให้ลูกหลานชาวจีนได้เรียนภาษาจีนตามบรรพบุรุษ อาคารสร้างในรูปแบบชิโน-โปรตุกีส ดูเป็นเอกลักษณ์อย่างมาก ปัจจุบันโรงเรียนเต้าหมิงไม่ได้เปิดการเรียนการสอนแล้ว มีเพียงการจัดกิจกรรมค่าจริยธรรมให้กับเยาวชนบ้างเป็นครั้งคราว

takuapa13

takuapa14

จากนั้นมาไหว้พระกันที่วัดเสนานุชรังสรรค์ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่สร้างโดย เจ้าพระยาเสนานุชิต (นุช ณ นคร) เจ้าเมืองตะกั่วป่า โดยโบสถ์นั้นมีรูปแบบการสร้างคล้ายคลึงกับวัดมหรรณพาราม ในกรุงเทพฯ

takuapa15

ภายในมีพระประธานสมัยรัตนโกสินทร์ ธรรมมาสน์พระราชทานสมัยรัชกาลที่ 5 และตู้พระไตรปิฎกลายรดน้ำที่เป็นของเก่าแก่ที่คนตะกั่วป่าเก็บรักษาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ชม

takuapa19

เราลัดเลาะกันมาเรื่อยๆ ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านว่าที่นี่มีเหมืองเก่า ชื่อบริษัทเรือขุดแร่บุญสูง จำกัด ที่ยังคงมีโกดังเก็บของ และโรงแยกแร่ให้เราได้ชม และตามหาเรื่องราวความเจริญรุ่งเรืองทางสินแร่ของเมืองตะกั่วป่าในอดีต

takuapa16

takuapa11

ไม่ไกลจากเหมืองมากนักมีสะพานเหล็กทอดยาวราว 200 เมตร ให้เป็นที่สัญจรของคนงานสมัยยุคทำเหมืองจนถึงปัจจุบัน ถึงแม้ว่าเหมืองจะเลิกกิจการไปแล้วสะพานนี้ก็ยังมีชาวบ้านใช้ในการสัญจรอยู่

takuapa1

takuapa2

ปิดทริปด้วยการเดินเล่นชมตึกเก่าชิโน-โปรตุกีสกันที่บริเวณถนนศรีตะกั่วป่า ที่ความเก่าแก่บวกกับความงามแล้วลงตัวจริงๆ ถนนเส้นนี้ยังมีงานศิลปะที่เรียกว่าสตรีทอาร์ต (Street Art)โดยผีมือชาวตะกั่วป่า อยู่ตามผนังกำแพงตลอดถนน ประมาณ 13 จุด และยังจะทำเพิ่มขึ้นอีกไปเรื่อยๆ คนชอบเซลฟี่รับรองว่าได้สนุกสนานกับสตรีทอาร์ทตลอดทาง

takuapa17

takuapa4

takuapa5

นอกจากบ้านเก่าและสตรีทอาร์ตสุดชิคแล้วที่นี่เป็นที่ตั้งของชมรมบาบ๋าฝั่งทะเลอันดามันที่รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับชาวบาบ๋าหรือชาวเปอรานากัน กลุ่มชนลูกครึ่งมลายู-จีนที่อพยพย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลอันดามันไม่ว่าจะเป็น สิงคโป มาเลเซีย ไทย ที่มีเอกลักษณ์ทางการแต่งกาย อาหาร

takuapa7

takuapa8

ที่มีจุดเด่นน่ารักน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ทั้งสถาปัตยกรรมอันงดงาม ความเรียบง่ายของเมือง และความเป็นมิตรเป็นกันเองของคนตะกั่วป่า ทำให้ที่นี่มีความน่ารักน่าเที่ยว และเป็นเสน่ห์ที่เรียบง่ายแต่น่าหลงไหลไม่แพ้ที่ใดเลยจริงๆ

ขอขอบคุณ ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โทร. 0-7648-1900-2


huanhinboost-01



 


( 0 Votes ) Add a comment
   

เที่ยวลำพูน เมืองเล็กๆที่เขาเล่าว่า...

เที่ยวลำพูน เมืองเล็กๆที่เขาเล่าว่า...>>> ใครจะรู้ว่าเมืองลำพูนอบอวนด้วยตำนานความเชื่อที่เขาเล่าขานกันมานานนับพันปี ในช่วงครบรอบวาระที่เป็นฤกษ์มงคล ควรหาโอกาศไปเที่ยวเมืองลำพูนและสักการะสิ่งศักดิ์ประจำเมืองลำพูนกันสักครั้ง “นายรอบรู้” ต้องขอขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่และสายการบิน Bangkok Airway ที่พาเที่ยวเชียงใหม่และแวะมาสัมผัสเมืองลำพูน หนึ่งในสิบสองเมืองต้องห้ามพลาดพลัสของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เรามาดูกันว่าเมืองลำพูนมีอะไรที่เขาเล่ากันบ้าง

lam6

1. พระธาตุหริภุญไชย

เขาเล่าว่า... ใครไปใครมาก็ก็ต้องมาที่นี้วัดพระธาตุหริภุญชัยตั้งอยู่ใจกลางเมือง สร้างขึ้นราวพันปีก่อน เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุเป็นหลักเมืองสำคัญของอาณาจักรหริภัญไชย ได้รับการบูรณะหลายครั้ง ตามความเชื่อของล้านนาเขาเล่าว่าพระธาตุหริภุญไชยเป็นที่สิ่งสถิตดวงวิญญาณก่อนเข้ามาในครรภ์ของมารดา และเมื่อตายแล้ววิญญาณก็จะเข้ากลับมาสิ่งสถิตที่พระธาตุฯอีกครั้ง โดยเฉพาะคนที่เกิดปีระกา การครบรอบช่วงอายุจึงช่วงเวลาที่ดีที่จะมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

lam1 lam4

lam3

lam2

2. พระรอด เขาเล่าว่า...

ถัดมาเป็นวัดมหาวัน ที่นี้โด่งดังเรื่องพระรอด จากกการสันนิษฐานว่าวัดนนี้พระนางจามเทวีสร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานพระรอดหลวงที่อัญเชิญมาจากเมืองละโว้และให้พระสงฆ์ที่นิมมนต์จำพรรษาได้ด้วย แม้วัดจะไม่เหลือเค้าเดิมเมืองพันปีที่แล้ว แต่พระรอดหลวงก็ยังประดิษฐานในวิหารของวัด ตามตำนานพระสุเทวะฤาษีและพระสุกกทันตฤาษีได้สร้งพระรอด พระคงถวายพระนาวจามเทวีเพื่อป้องกันภัยอันตราย โดยบรรจุไว้ในกู่หรือเจดีย์วัดมหาวัน เขาเล่ากันว่าในปี 2400 ก่อนที่พระรอดจะนิยมในหมุ่คนเล่นพระเครื่อง พระรอดได้กระจัดกระจายอยู่ทั่ววัดมหาวันเนื่องจากมีการรื้อกู่หลังวิหารเพื่อนำเศษอิฐและดินไปถมพื้นที่ภายในวัด จนกระทั่ง 20 ปีที่ผ่านพระรอดได้โด่งดัง ผู้คนแห่มาเก็บขุดพระรอดในบริเวณวัด บางคนยังขุดดินที่เคยนำมาถมพื้ที่วัดไปปลุกเสกด้วย คนลำพูนจึงมักติดตลกว่า “มาที่วัดมหาวันไม่ได้เหยียบพื้นดินหรอก เพราะเขาขุดไปทำพระรอดกันหมดแล้ว”

lam5 lam20

lam11

3. พระนางจามเทวี

เขาเล่าว่า... อนุสาวรีย์พระนางจามเทวีตั้งอยู่ทางทิศใต้และหันพระพักตร์ทางใต้ด้วยเพราะผู้สร้างเห็นว่าพระนางเสด็จมาจากเมืองละโว้ที่อยู่ทางตอนใต้ ตามตำนานชินกาลมาลีปกรณ์ได้กล่าวว่าพระนางเป็นผุ้นำวัฒนธรรมและวิทยากาของศิลปทราวดีมายังเมืองหริภุญชัยทำให้เติบโตเป็นอาณาจักรหนึ่งในลุ่มแม่น้ำปิง ก่อนที่พญาเม็งรายจะเข้ามาตีแล้วผนวกเข้าไปสู่อาณาจักรล้านนา เขาเล่ากันว่า...ใครมาสักการะพระนางจามเทวีอย่าขอเรื่องเกี่ยวกับความรัก แต่ให้ขอบุตร คนลำพูนบอกว่าจะสมหวัง

 4. วัดจามเทวี

เขาเล่าว่า… วัดนี้ตามตำนานเชื่อว่าสร้างขึ้นโดยโอรสของพระนางจามเทวีเพื่อถวายพระเพลิงและบรรจุอัฐิธาตุของพระมารดา บาคนเชื่อว่าพระนางจามเทวีทรงสละราชสมบัติแล้วมาออกบวชที่นี้ มีเจดีย์ทรงเหลี่ยม หรือเจดีย์สุวรรณจังโกฏ เรียกสั้นว่า เจดีย์กู่กุด เพราะส่วนยอดเจดีย์หายไป สร้างขึ้นราวหนึ่งพันปีก่อน ถือเป็นศิลปกรรมของหริภุญไชยแล้วทีเดียว เขาเล่าว่า...ที่วัดจามเทวีมีเจดีย์ที่บรรจุอัฐิธาตุของครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา ตั้งอยู่หน้าของอาคารไม้สองชั้นซึ่งจัดแสดงภาพของครูบาศรีวิชัย บางภาพหาดูยาก ครูบาศรีวิชัยมาพำนักรักษาสุขภาพอยู่หลายปีพร้อมกับบูรณะวัดนี้เป็นวัดสุดท้ายก่อนจะละสังขารไป วัดนี้จึงเป็นสถานที่ณาปณกิจร่างอันละสังขารของครูบาศรีวิชัย

lam7 lam10

lam9

5. กู่ช้าง กู่ม้า

เขาเล่าว่า.... กู่ช้างกู่ม้าตั้งอยุ่ในบริเวณแต่ยังมีกู่ไก่กู่แมวอีกด้วย กู่ช้างเป็นเจดียฺทรงแปลกเป็นทรงกรอกยอดมน บรรจุซากช้างคู่บารมีของพระมหันตยศ โอรสของพระนางจามทเวี ชื่อว่าปู่ก่ำงาเขียว ล่ำลือว่ามีฤทธิ์เดชมาก ส่วนงานั้นเอาไปเก็บไว้ในเจดีย์สุวรรณจังโกฏที่วัดจามเทวี ส่วนข้างเป็นกู่ม้า ชาวลำพูนให้กสารนับถือมจากสร้างศาลเจ้าพ่อกู่ช้างขึ้นมา เขาเล่าว่า ถ้าใครได้ไปสักการะกู่ช้างกู่ม้าแล้วไปลอดท้องของรูปปั้นช้างปุ่ก่ำงาเขียวแล้วจะได้รับพระแห่งชัยชนะศึกการแข่งขันทั้งในเรื่องเรียน การทำงานและการดำเนินชีวิต

lam12

lam13

6.วัดพระยืน

เขาเล่าว่า เป็นวัดเก่าแก่ของเมืองลำพูน ได้รับการบูรณะหลายครั้งแล้ว แต่ครั้งที่สำคัญคือในครั้งที่พระเจ้ากือนา นิมนต์พระสุมนเถระจากสุโขทัยมาจำพรรษาที่วัดเมื่อ พ.ศ. 1913 สร้างเจดีย์ทรงปราสาทซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปยืนสี่ทิศ เขาเล่าว่า... เจดีย์ทรงปราสาทนี้ได้รับอิทธิพลมาจากอนันทเจดีย์ในเมืองพุกามของพม่า

lam15 lam16

ขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่และสายการบิน Bangkok Airway

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ โทร.0-5324-8604-5 สอบถามเที่ยวบินไปเชียงใหมกับสายการบิน Bangkok airway ได้ที่ 1777 หรือ http://www.bangkokair.com

 coverloie-01

 


( 0 Votes ) Add a comment
   

หน้า 2 จาก 9