NaiRobRoo.com | เกร็ดความรู้นักเดินทาง

15 เรื่องในเมืองเลยที่คุณไม่เคยรู้

จังหวัดเลยตั้งอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีสถานที่ท่องเที่ยวอันเกี่ยวเนื่องกับธรรมชาติและวัฒนธรรมมากมาย หลายคนอาจเคยไปเที่ยวหรือสัมผัสเมืองเลยมาหลายคร้้งแล้ว ทว่าเคยรับรู้ 15 เรื่องเหล่านี้ไม่


1.  “เลย” มีชื่อมาจากแม่น้ำ

loeiun10

หลายคนสงสัยว่าจังหวัดเลยชื่อแปลกนี้มาจากไหน ย้อนกลับไปในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการปฎิรูปการปกครองทั่วราชอาณาจักร บริเวณจังหวัดเลยในขณะนั้นมีชุมชนใหญ่ใกล้กับแม่น้ำเลยอันมีต้นน้ำจากภูหลวงไหลผ่านอำเภอต่างๆก่อนไหลลงแม่น้ำโขงที่อำเภอเชียงคาน พระองค์ทรงให้เรียกเมืองตามแม่น้ำว่า เมืองเลยมาตั้งแต่ปี 2440


2. คนเลยต่างจากคนถิ่นอื่นในภาคอีสาน

loeiun13

ถ้าใครไปเที่ยวเมืองเลยต้องแปลกใจกับสำเนียงถิ่นของที่นี้  เพราะจะเป็นสำเนียงอีสานเสียที่เดียวก็ไม่ใช่ จะสำเนียงเหนือก็ไม่เชิง ว่ากันว่าคนเลยมีสำเนียงคล้ายคลึงกับสำเนียงลาวหลวงพระบาง ต่างกับสำเนียงภาษาอีสานถิ่นอื่นที่จะมีความคล้ายกับลาวเวียงจันทน์ 


3. มีดงนางพญาเสือโคร่งที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ 

loeiun6

“ภูลมโล” เป็นที่เที่ยวใหม่ล่าสุดของจังหวัดเลย ตั้งอยู่เขตอำเภอด่านซ้าย มีต้นนางพญาเสือโคร่งเป็นแสนต้นบนเนื้อที่กว่า 1,200 ไร่ ดอกนางพญาเสือโคร่งจะเริ่มผลิดอกราวเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์  (สอบถามข้อมูลได้ที่ ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย โทร080-791-4748)


4. เส้นทางปากชม-เชียงคาน เป็นจุดชมแม่น้ำโขงที่สวยที่สุดแห่งประเทศ

loeiun11

ถนนทางหลวงหมายเลข 211 ช่วงอำเภอปากชมถึงอำเภอเชียงคานเป็นจุดชมพระอาทิตยน์ตกริมฝั่งโขงที่สวยงามมากโดยเฉพาะในช่วงที่หน้าน้ำแล้งคือช่วงหน้าหนาวถึงหน้าร้อน


5. “แม่คะนิ้ง”  คำนี้มาจากเมืองเลย

loeiun1

ด้วยเลยมักติดอยู่ในจังหวัดที่หนาวที่สุดของประเทศทุกปี เคยมีการเก็บสถิติว่าจังหวัดเลยเคยหนาวที่สุดอยู่ที่-03.องศาเซลเซียลที่อำเภอภูเรือ จนเกิดปรากฏการณ์น้ำค้างแข็งมาแล้ว ชาวบ้านแถบนี้เรียกปรากฎหารณ์นี้ว่า “แม่คะนิ้ง”


6. พบรอยเท้าไดโนเสาร์อย่างน้อยสองรอยที่เลย

loeiun15

ภูเขาในเมืองเลยกำเนิดมาตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ จึงไม่แปลกที่จะพบรอยเท้าไดโนเสาร์ทั้งที่ภูหลวงพบรอยเท้าของคาโนซอร์ซึ่งเป็นพันธุ์กินเนื้อมีชีวิตอยู่เมื่อประาณ 450 ล้านปีและอีกที่หนึ่งคือ ภูลมโลพบรอยเท้าไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่เช่นกันอายุประมาณ 140 ล้านปี


7. ไปดูฟูจิที่เมืองเลย

loeiun16

ถ้าพูดกันเล่นๆว่าไม่ต้องไปไกลถึงญี่ปุ่น ก็เห็นภูเขาไฟฟูจิได้ จริงๆเป็น “ภูหอ” ตั้งโดดเด่นอยู่ท่ามกลางที่ราบ เมื่อมองจาก"ภูป่าเปาะ" ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านผาหวาย ต.ปวนพุ อ.หนองหิน จ.เลย ซึ่งอยู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูค้อ-ภูกระแต นับเป็นที่เที่ยวใหม่ของเมืองเลย 

เหตุที่ภูหอมีลักษณะคล้ายภูเขาไฟฟูจิ เนื่องจากยอดตัดราบซึ่งเป็นลักษณะเด่นของภูเขาในเมืองเลยที่เกิดจากการก่อตัวของหินทรายโดยกัดเซาะจนกลายเป็นภูเขายอดตัดอย่างที่ภูกระดึง หรือภูหลวง 


8. ที่นี้ใช้น้ำผักสะทอนแทนปลาร้า

loeiun5

ถือเป็นเครื่องปรุงอย่างหนึ่งที่นิยมใช้กันมากในอำเภอด่านซ้ายและอำเภอหน้าแห้ว มีกลิ่นคล้ายกับซี้อิ้ว ทำมาจากใบสะทอนซึ่งเป็นไม้ยืนต้นชนิดหนึ่ง นิยมใส่ในส้มตำ แจ่ว แกงเกือบทุกชนิด


9. เส้นเขตแดนแค่ข้ามคลอง

loeiun4

ตั้งอยู่อำเภอนาแห้ว เส้นเขตแดนที่ว่านี้คือแม่น้ำเหืองมีความกว้างเพียงไม่กี่เมตร  ในช่วงที่น้ำลดผู้คนจากสองฝั่งสามารถเดินลุยน้ำข้ามไปหากันได้ นักท่องเที่ยวที่จะข้ามไปต้องไปทำหนังสือเดินทางด่านตรวจบ้านเหมืองแพร่เสียก่อน


10. แมกคาดาเมีย สตรอว์เบอร์รี่ของเด่นของบ้านบ่อเหมืองน้อย

loeiun9

บ้านบ่อเหมืองน้อยเป็นแหล่งปลูกแมกคาดาเมียที่ใหญ่แค่หนึ่งของประเทศ สินค้าโอทอปของที่นี้จึงเป็นแมกคาดาเมียอบ แมกคาดาเมียเคลือบช็อกโกแลต ทั้งยังมีแปลงสตรอว์เบอร์รี่ด้วย ยิ่งในช่วงหน้าหนาวที่นี้จะเต็มไปด้วยหมอกและแปลงสตรอว์เบอร์รี่ก็สุก นักท่องเที่ยวสามารถไปเก็บกินได้เลย


11.ถ้าคุณแน่!!! ลองเที่ยวภูกระดึงแค่คืนเดียว

loeiun8

คนทั่วไปเที่ยวภูกระดึงสองคืนสามวัน “นายรอบรู้” ขอท้าใครแน่จริงเที่ยวภูกระดึงให้ได้หนึ่งคืนสองวัน โดยมีข้อแม้ต้องไปชมพระอาทิตจ์ตกที่ผาหล่มสักด้วย ใครที่คิดว่าตัวเองแข็งแรงลองทำดู เดินขึ้นภูกระดึงตั้งแต่ช่วง 08.00 น. แล้วมาถึงหลังแปให้ได้เวลา 12.00 น. แวะกินข้าวที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยงวังกวาง จากนั้นเดินตามเส้นทางไปผาหล่มสัก แนะนำให้ถึงก่อนเวลา 16.30 น. ถ่ายรูปพระอาทิตย์แล้วรีบกลับมานอนที่ศูนย์บริการฯ จากนั้นตอนเช้าตื่นมาชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น แล้วเดินลง ขอบอกว่าเหนื่อยสุดๆๆ 


12.ห้ามใส่สีแดงขึ้นสักการะพระธาตุศรีสองรัก

loieun2

สิ่งศักดิ์สิทธิ์พระธาตุศรีสองรัก อำเภอด่านซ้าย ไม่ชอบสีแดงตามความเชื่อของชาวบ้าน เพราะสีแดงเป็นสีแห่งเลือด การฆ่า นตลอด 400 ปีที่ผ่านมา พิธีฉลองสมโภชพระธาตุศรีสองรักจึงไม่มีการฆ่าสัตว์บริเวณองค์พระธาตุ ทุกคนที่เข้าสักการะต้องไม่สวมเสื้อผ้าอาภรณ์”สีแดง” เข้าไปในเขตพระองค์ธาตุด้วย 


13. พระธาตุดินแทนสร้างจากดินถม 200 ปี 

loieun3

ตั้งอยู่บ้านแสงภา  อำเภอนาแห้ว เป็นพระธาตุที่ต่างจากที่อื่น  เพราะสร้างจากดินที่มีผู้ศรัทธามากองทับถมกันเป็นเวลานานกว่า 200 ปี ตามตำนานกล่าวว่ามีพระธุดงค์รูปหนึ่งเดินทางมาที่นี้ พร้อมกับบอกให้ชาวบ้านเลิกนับถือผีแล้วหันมาศรัทธาในพระพุทธศาสนา  ชาวบ้านจึงร่วมกันสร้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขึ้นโดยการนำดินมาถมขึ้นเป็นในวันเพ็ญ เดือน 12 ปี 2313 นับตั้งแต่นั้น ในช่วงวันพระ ชาวบ้านบ้านแสงภาจะถือศีลทำบุญซึ่งปฎิบัติสืบมากันมาตลอด


14. เมเปิลคือพืชพื้นถิ่น

loeiun14

เมเปิลหรือก่วมแดง เป็นไม้ผลัดใบขนาดใหญ่ที่ชอบขึ้นตามลำธารบนป่าดิบเขาที่ระดับความสูงจากน้ำทะเลประมาณ 1,300-2,400 เมตร ใบมีสีแดงรูปสามแฉก ต่างจากเมเปิ้ลต่างประเทศที่ใบมีห้าแฉก


15. ลูกเสือชาวบ้านกำเนิดที่นี้

loeiun12

ในครั้งที่แนวคิดคอมมิวนีสต์แพร่หลายไปทั่ว รัฐบาลไทยจึงมีนโยบายดึงชาวบ้านมาเป็นฐานกำลังให้ลุกขึ้นต่อต้านโดยการสร้างลูกเสือชาวบ้านขึ้น  อำเภอนาแห้วพื้นที่ที่มีการคุกคามจากคอมมิวนีสต์ทั้งยังตั้งอยู่ถิ่นทุรกันดาร รัฐบาลจึงริเริ่มให้บ้านเหล่ากอหก ตำบลแสงภา อำเภอนาแห้วเป็นสถานที่ฝึกลูกเสือชาวบ้านครั้งแรก


coverloie-01


( 5 Votes ) Add a comment
 

10 เรื่องในลำปางที่คุณไม่เคยรู้

เมืองลำปาง จังหวัดอันซีนที่ซ่อนความประหลาดใจไว้หลายอย่างที่คุณไม่เคยรู้ “นายรอบรู้” อยากชวนมากระเทาะเปลือกค้นหาตัวต้นเมืองลำปางไปพร้อมกันเลย!!


1.ทำไมลำปางต้องมีไก่เป็นลัญลักษณ์

lampang3

เครื่องหมายดวงตราประจำจังหวัด จ . ลำปางคือไก่ขาวหรือไก่เผือกซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับตำนาน “กุกกุฎนคร”  ที่เล่าขานถึงการกำเนิดของเมืองลำปาง  ในเนื้อความเล่าว่าในครั้งที่พระพุทธเจ้าเสด็จมาโปรดสัตว์ชุมชนที่ตั้งอยู่เมืองลำปางในปัจจุบัน  เรื่องนี้รู้ถึงพระอินทร์ พระอินทร์ทรงเกรงว่าชาวบ้านจะตื่นไม่ทันใส่บาตรพระพุทธเจ้า จึงได้เนรมิตไก่ขาวให้ขันปลุกชาวบ้านตื่นขึ้นมาใส่บาตรพระพุทธเจ้าได้ทัน ด้วยเหตุนี้ลำปางจึงมีรูปไก่เป็นสัญลักษณ์ของเมือง


2.ซื้อเซรามิกริมข้างทางถูกว่าในร้านช็อป

lampang2

ใครต้องการซื้อเซรามิกแบบเน้นปริมาณ แนะนำร้านตามรายทาง เพราะมีเซรามิกให้คุณเลือกเซรามิกจำนวนมากที่วางเรียงกันตั้งแต่ราคาหลักสิบถึงหลักพัน  แต่ถ้าใครเน้นคุณภาพการออกแบบ มุ่งหน้าไปตามร้านเซรามิกชื่อดังของเมืองลำปางได้เลย เช่นร้านอินทราเอ้าเลท กะลาเอ้าเลท ธนบดีเดเคอร์เซรามิก  เป็นต้น 


3.จุดชมทิวทัศน์แบบ 360 องศา wanna be on top

lampang9

ถือเป็นจุดชมทิวทัศน์แห่งใหม่ของเมืองลำปางที่เห็นทิวเขาคือ วัดพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ (เฉลิมพระเกียรติครบ 200 ปี) ตั้งอยู่ อ. แจ้ห่ม จากบริเวณวัดต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อขับขึ้นไปที่จอดรถเรียกว่า ดอยภูผาหมอก  จากนั้นเดินต่อขึ้นไปบนจุดทิวทัศน์สูงสุดคือยอดดอยภูผาโชค รวมระยะทางประมาณ 1 กม. ใครที่ต้องการเข้าพักควรติดต่อทางวัดก่อน  (โทร.08-9952-0557) เนื่องจากวัดเป็นสถานที่ปฎิบัติธรรม  นักท่องเที่ยวควรให้ความเคารพ ไม่ส่งเสียงดัง


4. แอ่งน้ำที่ใสราวสระมรกต

lampang6

“หล่มภูเขียว” ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติผาไท  จ. ลำปาง สันนิษฐานว่าเกิดจากถล่มของปากปล่องภูเขาไฟจนเกิดเป็นแอ่งน้ำใสสีฟ้า ยิ่งในช่วงที่มีแสงแดดสะท้อนลงกระทบกับน้ำสีฟ้าจะสะท้อนแสงส่วนงาน ช่วงที่ควรไปท่องเทีย่วคือปลายฝนต้นหนาวจ้า ขอเตือนสักนิดว่าอย่าไปลงเล่นน้ำ เพราะมันลึกมาก


5. ยืนบนชายแดนลำปาง-เชียงใหม่

lampang1

จุดชายแดนนี้คือกิ่วฝิ่นมีความสูงจากระดับน้ำทะเล1517 ม. แบ่งลำปางกับเชียงใหม่ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนหมายเลข 4074ห่างจากบ้านป่าเหมี้ยงในเขตอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนไปประมาณ 10 กม. เป็นเส้นเขตแดนกั้นระหว่าง อ. เมืองปาน จ.ลำปางกับอ. แม่ออน จ. เชียงใหม่ ในช่วงฤดูหนาวนางพญาเสือโคร่งที่จะออกดอกสะพรั่งมีให้ชมด้วย


6. จั๊กจั่นเล่นน้ำพุร้อน

lampang4

ในช่วงกลางฤดูร้อนบริเวณน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน จั๊กจั่นนับพันตัวจะออกมาจากป่าเบจพรรณของเขตอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน มาดื่มน้ำอุ่นและมาผสมพันธุ์ในช่วงกลางดึกนับเป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติที่น่าตื่นตา 


7. บ้านนี้มีแต่หน้าต่าง

lampang8

 “ป่อง” เป็นภาษาเหนือ หมายถึงหน้าต่าง  “นัก” หมายถึง มาก บ้านป่องนักจึงหมายถึงบ้านที่มีหน้าต่างมาก ตั้งอยู่ภายในมณฑลทหารบกที่ 32  ค่ายสุรศักดิ์มนตรี อ. เมืองลำปาง  สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2468  เป็นพลับพลาที่ประทับของรัชกาลที่ 7 คราเสด็จเยี่ยมราษฎรแถวมณฑลพายัพ  มีบานหน้าต่างทั้งหมด 250 บาน  เป็นสถาปัตยกรรมตะวันตกที่ประยุกต์ให้เข้ากับลักษณะภูมิอากาศในประเทศไทย ภายในจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ที่เคยใช้ในอดีต รวมทั้งเรื่องราวทางประวัติศาสตร์


8. ระวังเรื่อง one way 

lampang5

ในย่านตัวเมืองลำปางมีเส้นทาง one way อยู่หลายเส้นทาง นักท่องเที่ยวที่ไม่ค่อยชิน ต้องดูสัญลักษณ์ให้ดีนะจ๊ะ โดยเฉพาะย่านใจกลางเมือง บริเวณถ.บุญวาทย์  ถ. ทิพย์ช้าง เป็นต้น


9.เมืองนี้มีแต่วัดพม่า

lampang7

ลำปางได้ชื่อว่ามีวัดศิลปะพม่ามากที่สุดในประเทศไทย นับเนื่องจากสมัยรัชกาลที่ 5 เมืองลำปางอันอุดมไปด้วยไม้สักจำนวนมหาศาล เป็นที่หมายปองของบริษัทค้าไม้ต่างชาติซึ่งเป็นเจ้าอาณานิคมดินแดนต่างๆรอบๆสยามประเทศอยู่ในขณะนั้น ได้เข้ามาขอสัมปทานค้าไม้จากราชสำนักสยามที่กรุงเทพฯ เข้าทำอุตสาหกรรมไม้ในเขตเมืองลำปาง 

ในครั้งนั้นบริษัทค้าไม้ขนาดใหญ่สัญชาติอังกฤษได้สัมปทานไป จึงเข้ามาพร้อมแรงงานชาวพม่าที่ซึ่งอยู่ในการคุมครองของนายจ้างชาวอังกฤษซึ่งชำนาญในการทำไม้การเข้าเป็นส่วนหนึ่งของธรุกิจค้าไม้ของชาวพม่า ทำให้มีโอกาสสะสมทุนและกลายเป็นคหบดีที่ร่ำรวย ด้วยความศรัทธาในพุทธศาสนาอันแรงกล้า จึงสร้างวัดขึ้นในถิ่นที่ตนเองทำธุรกิจจุดเด่นของวัดพม่าที่เห็นชัดคือ สร้างด้วยไม้และแกะสลักอย่างละเอียดยิบ วัดพม่าที่น่าสนใจควรแวะเที่ยวชมก็คือวัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม และวัดศรีชุม อ. เมืองลำปาง


10.ปรากฎการณ์เงาพระธาตุมีมากกว่า 1 ที่ 

lampang10

หลายคนอาจจะรู้จักปรากฎการณ์เงาพระธาตุที่วัดพระธาตุลำปางหลวง  จริงๆแล้วในลำปางมีอีกสองวัดที่มีเงาพระธาตุเช่นกันคือวัดจอมปิง อ. เกาะคา และวัดอักโขชัยคีรี อ. แจ้ห่ม  เวลาใกล้เที่ยงนับเป็นเวลาที่ดีที่สุดในการดูเงาพระธาตุและภายในวิหารจะต้องมืดสนิท การปรากฎเงาพระธาตุเป็นทฤษฎีเรื่องการหักเหของแสง  หากใครจำวิชาวิทยาศาสตร์ในตอนชั้น ม. ต้น ที่มีการประดิษฐ์กล้องรูเข็ม การทำงานเหมือนกัน 

covermeahongson-01


( 6 Votes ) Add a comment
   

ทำไมต้อง...หมูย่างเมืองตรัง

หมูย่าง ของกินคู่เมืองตรัง มีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วประเทศสูตรหมูย่างเมืองตรังมีขึ้นเมื่อ 100 กว่าปีก่อน  นายซุ่น ชาวจีนกวางตุ้งซึ่งอพยพมาอยู่เมืองตรัง มีฝีมือการทำหมูย่างด้วยสูตรประจำตระกูล ได้เข้าทำงานที่ร้านอาหารฟองจันทร์ใน อ. เมืองตรัง และมีลูกศิษย์มากมาย 

5

สูตรหมูย่างของนายซุ่นจึงแพร่หลายไปทั่วทั้งจังหวัด และเป็นที่รู้จักของคนถิ่นอื่นเมื่อมีการจัดงานเทศกาลหมูย่างเมืองตรังขึ้นใน พ.ศ. 2533 หมูย่างเมืองตรังใช้หมูอายุราว 3-4 เดือน หมักกับเครื่องพะโล้และน้ำผึ้ง 1 วันก่อนนำไปย่าง โดยย่าง 2 ครั้ง ครั้งแรกย่างราว 20 นาทีให้หนังสุกพอควร จากนั้นย่างด้วยไฟอ่อนๆ อีก 1-2 ชั่วโมง ได้หมูย่างรสเลิศหน้าตาน่ากิน


( 0 Votes ) Add a comment
   

เครื่องบิน เรือ รถโดยสาร นั่งตรงไหนดีสุด

การเดินทางท่องเที่ยวจะหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะใช้ระบบขนส่งสาธารณะ แม้บางครั้งระบบขนส่งธารณะบางประเภทขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัย แต่พวกเราซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวคงอดคิดถึงความปลอดภัยไม่ได้ จึงเกิดคำถามว่า นั่งตรงไหนจึงปลอดภัย “นายรอบรู้” พร้อมไขข้อข้องใจเรื่องนี้

>>>นั่งเครื่องบิน 

transportation

จากการเก็บสถิติของหลายสถาบัน ที่นั่งส่วนท้ายหรือส่วนหางของเครื่องบินเป็นส่วนที่ปลอดภัยที่สุด  ส่วนที่แข็งแรงสุดของเครื่องบินคือส่วนปีกแต่มีถังน้ำมันอยู่ด้านล่างจึงทำให้เปอร์เซ็นความปลอดภัยสูงส่วนท้ายไม่ได้ สำหรับส่วนหน้าของเครื่องบินซึ่งเป็นตั๋วเครื่องบินชั้นหนึ่งหรือชั้นธุรกิจไม่ต้องพูดถึง ถือเป็นส่วนที่อันตราย เพราะอุบัติเหตุมักเกิดขึ้นระหว่างบินทำให้เครื่องบินดิ่งหัวลง  

ส่วนเรื่องที่นั่งริมหน้าต่างหรือริมทางเดิน ตำแหน่งไหนที่สุด? ถ้าเป็นเที่ยวบินในประเทศและคุณไม่ได้เป็นคนมีช่วงขายาว การนั่งริมหน้าต่างได้ชมทิวทัศน์สบายสุด ทว่าถ้าเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศบินนานกว่าสามชั่วโมง ทิวทัศน์ที่เห็นแต่เพียงท้องฟ้าคงไม่จำเป็นอีกทั้งที่นั่งในชั้นประหยัดแคบอยู่แล้วทำให้คุณเมี่อย  ที่นั่งริมทางเดินจึงสะดวกสุดยึดขาได้ ลุกขึ้นไปห้องน้ำสะดวกด้วย


>>>นั่งเรือ  

transportation1  

transportation3

คนส่วนใหญ่มีปัญหากับเรือคือการเมาเรือ  จึงต้องเลือกที่นั่งที่ทำให้คุณเมาน้อยสุดนั้นคือตอนกลางของเรือ เพราะมันเป็นจุดที่เรือโคลงน้อยสุด อาการเมาเรือเกิดการทำงานไม่สัมพันธ์กันของประสาทหูและตา ขณะที่เรือวิ่งประสาทตาไม่รู้สึกว่าเรือเคลื่อนที่เท่ากับประสาทหูการส่งข้อมูลไปยังสมองไม่สัมพันธ์กัน พวกเราจึงเมาเรือ  เมื่อได้ที่นั่งแล้วให้มองไปนอกเรือ ยึดตัวเองให้นิ่งหาที่พิงหลังและคอให้อยู่นิ่ง ถ้าเรือมีสองชั้นให้ขึ้นไปบนชั้นบนเรือ สูดอากาศได้มากกว่าชั้นล่าง พยายามหาเพื่อนคุยเพื่อลดความกังวลการนั่งเรือ


>>>นั่งรถโดยสาร (รถทัวร์)

transportation4

เลือกที่นั่งให้ค่อนไปข้างหน้า ส่วนประเด็นที่ควรพิจารณาคือเส้นทางของคุณทิศไหนเป็นทิศที่แดดส่อง ถ้าเป็นการนั่งรถยาวเกิน12 ชั่วโมง เลือกนั่งรถฝั่งแดดเช้าดีกว่าแดดบ่าย ไม่ควรนั่งใกล้ห้องน้ำซึ่งส่วนใหญ่อยู่ตรงกลาง ไม่ควรนั่งใกล้จอทีวีบนรถแสงที่จากจอทำให้คุณนอนไม่หลับ ถ้ารถโดยสารสองชั้น ที่นั่งด้านล่างสบายสุด



( 0 Votes ) Add a comment
   

การเรียงหิน...ทำลายมากกว่าสร้างสรรค์

เชื่อหรือไม่ว่าการเรียงหินตามสถานที่เที่ยวต่างๆในเมืองไทยเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อห้าปีที่ผ่านมา โดยเดิมเป็นความเชื่อของนักท่องเที่ยวแถบเอเชียตะวันออก จีน ญี่ปุ่นที่เข้ามาเที่ยวในประเทศไทย ตามความเชื่อ  เชื่อกันว่าการเรียงหินให้สูงคล้ายเจดีย์แล้วขอพรจะทำให้ชีวิตรุ่งเรือง ทว่ากลับเป็นการทำลายสภาพแวดล้อมของสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ

lipe1

1. ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางกายภาพของสถานที่ท่องเที่ยวนั้น อย่างในส่วนของโบราณสถานการเคลื่อนย้ายอิฐหรือหินจากตำแหน่งเดิมมีผลเสียต่อการตีความทางโบราณคดี

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่มีก้อนหินจำนวนมาก อย่างเกาะหินงาม จ. สตูล การเรียงหินอธิษฐานกลายเป็นกิจกรรมโปรโมทของบางบริษัททัวร์  ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายของหินไปยังจุดเดียวกัน เพราะเมื่อนักท่องเที่ยวเรียงหินก็ยังมีการนำหินจากบริเวณอื่นเพื่อมาเรียงให้สูงๆ ทำให้หินกองสุมอยู่บริเวณเดียวกัน บางครั้งนักท่องเที่ยวที่คิดสนุกอาจเอาหินขว้างให้กองหินที่เรียงอยู่นั้นแตกกละล้มลงมาทำให้หินแตกกระจาย

lipe3

2. ทำลายทัศนียภาพของสถานที่ท่องเที่ยวนั้น กลุ่มกองหินที่เรียงกันดูขัดสายตา ยิ่งเรียงกันเยอะบังมุมมองชมทิวทัศน์หรือลวดลายบนที่ประดับตามโบราณสถานต่างๆ

3. เป็นความเชื่อที่ไม่ได้มีมาแต่ดั้งเดิม อีกทั้งยังยังไม่มีการพิสูจน์ว่าการเรียงหินทำให้คุณสมหวังตามที่ได้ขอไว้ แต่เป็นความเชื่อที่ส่งผลร้ายต่อสถานที่ท่องเที่ยวมากกว่าที่คิด

lipe

“นายรอบรู้” จึงอยากรณรงค์เลิกการเรียงหินตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งตามโบราณสถาน หาดทราย ชายทะเลต่าง เพราะการเรียงหินมีผลร้ายมากกว่าผลดี ร่วมกันเป็นนักท่องเที่ยวที่ดีร่วมกันรักษาสถานที่ท่องเที่ยวนั้นไว้อยู่กันไปนานๆ


( 2 Votes ) Add a comment
   

หน้า 4 จาก 10