NaiRobRoo.com | เกร็ดความรู้นักเดินทาง

แตนทะเล...ทำไงดีล่ะ

เวลาไปดำน้ำ หลายคนมักจะรู้สึกเหมือนโดนเข็มนับพันเล่มตำ  ทำให้เสียบรรยากาศการชมความงามของโลกใต้ทะล  จากนั้นก็เริ่มคันบางคนเริ่มมีตุ่มสีแดงขึ้นมาซึ่งเป็นอาการของพิษแตนทะเล

taenlay3

แตนทะเลจริงๆ คือแพลนตอนเล็กชนิดหนึ่งที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นทว่ากลับรู้สึกได้ว่ามีอยู่ จัดอยู่ในกลุ่มแพลงตอนมีเข็มพิษแบบ nematocyte  ถ้าให้ลึกว่านั้นก็จัดอยู่ในกลุ่มไฟลั่ม cnidaria เช่นเดียวกับพวกซีอะนีโมน ไฮดรอยด์ และ แมงกระพรุน  แตนทะเลเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย คงได้ทำใจและภาวนาอย่างให้แพ้  พิษของแตนทะเลมีส่วนน้อยที่จะแพ้จนมีตุ่มแดงขึ้น

taenlay2

                                                                                                                                                               ขอบคุณภาพจาก en.wikipedia.ore

>>>มาดูวิธีการป้องกัน

1. ต้องเลือกชุดดำน้ำที่เป็นเสื้อแขนยาวที่ปิดท่อนแขนหรือคอได้ หรือถ้ามีกำลังทรัพย์ก็ให้ซื้อชุดคล้าย diving suit สามารถป้องกันได้ระดับหนึ่ง

2. ถ้าเป็นไปได้เลือกดำน้ำในช่วงบ่าย เพราะแตนจะมีมากในช่วงเช้าซึ่งคงเป็นเรื่องยากเพราะ โปรแกรมทัวร์ดำน้ำเกือบทั้งหมดเริ่มในช่วงเช้า

3. แนะนำให้พกขวดน้ำส้มสายชูหรือมะนาวไปด้วย ถ้าโดนแตนทะเลจะได้ทาบรรเทาได้ทันที

taenlay

                                                                                                                                    ขอบคุณภาพจาก commons.wikimedia.org

>>>หลังจากโดนแตนทะเล

1. ถ้าคนที่ไม่มีตุ่มขึ้น ขอแสดงความยินดีด้วยคุณไม่แพ้พิษของแตนทะเล

2. ถ้าคนที่แพ้มากแนะนำให้กินยาแก้แพ้แต่ก็ใช้เวลานานอยู่กว่าจะหาย สาวที่มีผิวขาวคงต้องปกปิดสักพักหนึ่ง

3. คนที่โดนแตนทะเลมักจะคัน โปรดอย่าเกาะเพราะจะทำให้พิษของแตนทะเลกระจาย และทำให้คุณต้องเกามากขึ้นและแดงไปเรื่อยๆ 



( 0 Votes ) Add a comment
 

10 ข้อควรรู้ของพระธาตุดอยสุเทพ

 ใครไปเชียงใหม่ ต้องแวะสักการะพระธาตุดอยสุเทพ ปูชนียสถานสำคัญคู่เมืองเชียงหใม่ ทว่าคุณเคยรู้เรื่องของพระธาตุมากว่าบทสวดท่องระหว่างไหว้สักการะหรือไม่?

doi suthep-12

>>>1. พระธาตุดอยสุเทพ องค์พระบรมสารีริกธาตุถูกบรรจุไว้ใต้ดินไม่ใช้ด้านบนอย่างที่เข้าใจกัน ด้วยธรรมเนียมการสร้างพระธาตุแต่ครั้งก่อนนิยมฝังพระบรมสารีริกธาตุไว้ใต้ดินเพื่อให้เป็นเสาหลักศูนย์กลางของเมืองเชียงใหม่ ราชธานีของอาณาจักรล้านนา

>>>2. ห้ามสตรีเข้าใกล้องค์พระธาตุ เพราะคติทางพุทธศาสนาถือว่าสตรีผู้มีรอบเดือนนั้นเป็นสิ่งสกปรก  คตินี้สืบมาตั้งแต่ครั้งที่พุทธศาสนาเข้ามาในดินแดนแถบบนี้เมื่อพันปีก่อน ด้วยลักษณะความเชื่อของพุทธศาสนาที่ค่อยข้างกีดกันผู้หญิงเข้าถึงศาสนา ปัจจุบันวัดทางภาคเหนือส่วนใหญ่เคร่งครัดกฎข้อนี้มาก

>>>3. พระธาตุดอยสุเทพ ถือเป็นเขาพระสุเมรุของล้านนาแฝงความคิดเป็นฮินดูอยู่ในพุทธศาสนา ทั้งยังเป็นหมุดหมายไว้สำหรับนักเดินทางสังเกตได้ว่าถึงเมืองเชียงใหม่แล้ว

>>>4. เป็นหนึ่งในเจดีย์ประจำปีเกิดของคนเกิดปีมะแมและเป็นดั่งชัยชนะทางวัฒนธรรมของอาณาจักรล้านนาต่อกรุงรัตนโกสินทร์ในเรื่องของการเผยแพร่คติการนับถือเจดีย์ประจำปีเกิด อย่างน้อยที่สุดในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่คตินี้เริ่มแผ่เข้ามา

>>>5. ปัจจุบันบริเวณพระธาตุดอยสุเทพมีการเวียนเทียนกันตลอด รู้หรือไม่ว่าเมื่อก่อนชาวเชียงใหม่นิยมขึ้นมาเวียนเทียนพระธาตุดอยสุเทพทุกวันพระและวันสำคัญทางพุทธศาสนา

>>>6. ในอดีตทุกวันวิสาขาบูชาของทุกปี ชาวเชียงใหม่จะเดินข้ามคืนขึ้นดอยสุเทพไปตักบาตร ฟังธรรม บำเพ็ญเพียร บางคนอาจใช้ถนนศรีวิชัยและมีอีกกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะผู้เฒ่าผู้แก่นิยมใช้ถนนอีกเส้นหนึ่งซึ่งเป็นเส้นทางเก่ากว่าทางใต้ของของขุนเขา โดยนัดพบกันที่วัดสวนดอกและค่อยเดินขบวนขึ้นเดินผ่านบ้านฝายหินขึ้นไป เริ่มเดินตั้งแต่คืนก่อนวันวิสาขบูชาเพื่อให้ทันตักบาตรตอนเช้า

>>>7.บันไดนาคทางขึ้นพระธาตุเดิมเป็นนาคเศียรเดียวและมีบันได 173 ขั้น ก่อนได้รับการบูรณะเป็นนาค 7 เคียรและเพิ่มขึ้นบันไดเป็น 185 ขั้นจนทุกวันนี้

>>>8. ครูบาศรีวิชัยผู้ปฎิสังขรณ์พระธาตุดอยสุเทพเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวล้านนาต่อสู้การปฎิรูปประเทศของรัชกาลที่ 5 แนวคิดความคิดสมัยใหม่แบบตะวันตกจากราชสำนักในกรุงเทพฯ ถูกมองว่าเป็นการครอบงำและทำลายจารีตของล้านนา ครูบาศรีวิชัยจึงต้องปฎิสังขรณ์วัดหลายแห่งในภาคเหนือเพื่อรักษารากของล้านนาไว้ แม้ท่านถูกกล่าวหา (อธิกรณ์)ในทางเสื่อมเสียหลายครั้งหวังทำลายความศรัทธาของชาวล้านนาที่มีต่อท่านจนท่านมรณภาพไป

>>> 9. พระธาตุดอยสุเทพผ่านแผ่นดินไหวมา 5 ครั้ง (นับครั้ง5 พ.ค. 2557)  จากบันทึกที่สืบได้ครั้งแรกหลังจากที่พระธาตุสร้างเสร็จไม่นานคือในปีพ.ศ. 2088 ในครั้งนั้นปรากฎว่าเจดีย์บริเวณพื้นราบพังทลายหมด  ทว่าเจดีย์พระธาตุดอยสุเทพไม่พบบันทึกว่าเสียหาย  ครั้งที่2 พ.ศ. 2344 ลูกแก้วบนฉัตรพระธาตุตกลงมา ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2532 ยอดฉัตรช่อหางหงส์หัก ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2538 ลูกแก้วบนฉัตรตกลงมาลงพื้นอีกครั้ง และครั้งล่าสุด 5 พ.ค. 2557 ยอดฉัตรเอียง

>>>10. ใครที่เรียนหรือเคยเรียนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่คงต้องเคยผ่านการรับน้อง “ประเพณีลูกช้างขึ้นดอยนำน้องใหม่ไปนมัสการพระบรมธาตุดอยสุเทพ” กันบ้างแล้ว โดยเจตารมณ์ของประเพณีนี้เพื่อระลึกถึงการจาริกแสวงบุญตามรอยของครูบาศรีวิชัยที่ได้นำเหล่าพุทธศาสนิกชนล้านนาแผ้วถางทางเพื่อทำทางขี้นพระธาตุดอยสุเทพ ดังนั้นการตามรอยเส้นทางนี้จึงเป็นเส้นทางมหามงคลที่นักศึกษาทุกคณะได้เจริญตามรอยในทุกๆ ปี


( 1 Vote ) Add a comment
   

ดอกบัวตอง พืชอิมพอร์ตจากอเมริกา

หลายคนคงประหลาดใจเมื่อได้ทราบว่า แท้จริงแล้วบัวตองไม่ใช้พืชท้องถิ่นของจังหวัดแม่ฮ่องสอน หากมีแหล่งกำเนิดอยู่แถบทวีปอเมริกากลางและหมู่เกาะอินเดียตะวันตก ชื่อที่เป็นทางการของบัวตองคือ Mexican Sunflower 

buatong7

บัวตองจัดเป็นพืชวงศ์เดียวกันกับทานตะวัน ดาวเรือง และต้นสาบเสือ กล่าวกันว่าผู้นำเมล็ดพันธุ์บัวตองข้ามน้ำข้ามทะเลมาแพร่พันธุ์คือ มิชชันนารีที่เข้ามาเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในดินแดนแถบนี้

butong9

 แม้จะไม่หลักฐานว่ามิชชั้นนารีผู้นั้นเป็นใครแต่ต่อจะอนุมานได้ว่า ดอกบัวตองคงเข้ามาแพร่กระจายในดินแดนแถบนี้เมื่อไม่เกิน 70 ปีมานี้เอง เพราะก่อนหน้านี้พื้นที่ในบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอนปกคลุมด้วยป่าไม้หนาทึบจวบจนกระทั่งบริษัทบอมเบย์ เบอร์ม่าที่ได้รับสัมปทานป่าในสมัยรัชกาลที่ 5เข้ามาบริเวณนี้ตัดไม้สักออกขาย  ป่าที่เคยทึบหนาจึงกลับกลายเป็นที่โล่ง เปิดทางให้ดอกบัวตองที่ขยายพันธุ์ ได้รวดเร็วในภูมิประเทศที่เป็นทุ่งโล่ง เข้าเบ่งบานครอบครองพื้นที่จนกลายเป็นทุ่งดอกบัวตองในที่สุด


covermeahongson-01


( 0 Votes ) Add a comment
   

มารู้จัก...นางพญาเสือโคร่ง

นางพญาเสือโคร่ง หรือฉวีวรรณ ( Prunus cerasoides D.Don)  เป็นไม้ผลัดใบ ขึ้นตามภูเขาและพื้นที่สูงตั้งแต่ 1,000-2,000 ม. ขึ้นไป ซึ่งพบได้ตามตอนใต้ของจีน ภาคเหนือของประเทศไทย ปัจจุบันมีการนำไปปลูกในหลายพื้นที่รวมทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือด้วย

prayaseukro

นางพญาเสือโคร่งเป็นไม้เพศเมีย โดยในชนิดเดียวกันเพศผู้จะเรียกว่า พญาเสือโคร่ง ซึ่งไม่ออกดอก   เป็นไม้ขนาดเล็ก สูงประมาณ 10-15 ม. ส่วนตัวเมียจะออกดอกมีสีชมพูแดงและขาวซีด เป็นช่อกระจุกใกล้ปลายกิ่ง ผลของนางพญาเสือโคร่งสามารถรับประทานได้ มีรสเปรี้ยว 

ในวงศ์พฤษาศาสตร์ได้ถือว่า "นางพญาเสือโคร่ง" อยู่ในชื่อวงศ์ ROSACEAE หรือวงศ์กุหลาบ เป็นวงศ์เดียวกับซากุระในประเทศญี่ปุ่น แต่จัดอยู่สกุล Prunus เช่นเดียวกับต้นเชอรี่ แอปริคอต พลัม แอปเปิลท้อ และสาลี่  ดังนั้นนางพญาเสือโคร่งจึงแค่เป็นญาติ ไม่ใช่สายพันธุ์เดียวกับซากุระแล้ว นอกจากนี้ซากุระในประเทศญี่ปุ่นยังออกดอกในช่วงใบไม้ผลิคือช่วงราวเดือน มี.ค.-เม.ย. ต่างกับนางพญาเสือโคร่งของไทยที่ออกดอกในช่วงฤดูหนาว ปลายธ.ค.- ก.พ.

ถึงกระนั้นยังมีการถกเถียงกันในวงศ์วิชาการ โดยอิงจากทฤษฎีวิวัฒนาการว่า นางพญาเสือโคร่งและซากุระอาจมีบรรพบุรุษร่วมกันก่อนที่จะวิวัฒนาการตามสภาพสิ่งแวดล้อมจนมีความแตกต่างกัน


อ้างอิง:  หนังสือพรรณไม้สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เล่ม 1, ไม้ต้นในสวน Tree in the Garden


( 0 Votes ) Add a comment
   

ประเพณีใส่บาตรเทียน

หนึ่งเดียวในโลกที่วัดบุญยืน อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน

จังหวัดอื่นมีประเพณีตักบาตรที่น่าสนใจอย่างตักบาตรขนมครก ตักบาตรดอกไม้ สำหรับคนเวียงสาก็มีประเพณี “ใส่บาตรเทียน” ให้กล่าวถึงได้ไม่น้อย หน้าใครเช่นกัน เพราะถือปฏิบัติกันมายาวนานกว่า 200 ปี และเชื่อกันว่าเป็นประเพณีที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก

05

ประเพณีใส่บาตรเทียนมีที่มาซึ่งต้องย้อนกลับไปเมื่อหลายร้อยปีก่อน สมัยยังไม่มีไฟฟ้าเข้าถึงทั่วทุกหัวระแหงดังเช่นปัจจุบัน  สมัยนั้นการบวชเรียนคือหนทางการศึกษาที่สำคัญของคนไทย และในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ยามค่ำคืนพระสงฆ์ต้องจุดเทียนไขอาศัยแสงสว่างอ่านศึกษาพระไตรปิฎก มีบ่อยครั้งที่เทียนไขหมดกลางคัน พระท่านจะไปซื้อหาก็ไม่สะดวก  ชาวบ้านทราบดังนั้นก็นิยมนำเทียนไขไปถวาย นอกจากถวายเพื่อพระสงฆ์ได้ใช้ประโยชน์แล้ว ยังเชื่อว่าจะได้รับอานิสงส์ให้มีปัญญาสว่างไสวดังแสงเทียนด้วย

02 01

ต่อมาจึงปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจนเกิดเป็นประเพณีใส่บาตรเทียน ซึ่งผู้รู้ชาวเวียงสาสันนิษฐานว่าเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2344 หลังเจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญสร้างวิหารวัดบุญยืนได้ 1 ปี จากนั้นก็ถือปฏิบัติสืบต่อกันทั่วจังหวัดน่าน กระทั่งระบบการส่งกระแสไฟฟ้าพัฒนาขึ้นในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา ส่งผลให้มีไฟฟ้าใช้ตลอดวัน ความจำเป็นต้องใช้เทียนไขก็ลดลง พร้อมๆ กับความนิยมใส่บาตรเทียนก็ค่อยๆ จางหาย จนปัจจุบันคงเหลือสืบสานต่อก็เฉพาะที่เวียงสานี้ประเพณีใส่บาตรเทียนของคนเวียงสาจัดขึ้นที่วัดบุญยืน ซึ่งเป็นวัดที่มีเจ้าคณะอำเภอและพระเถระอาวุโสอยู่จำพรรษามาตั้งแต่อดีต โดยกำหนดทำพิธีในวันแรม 2 ค่ำ เดือน 8 หรือ 1 วันหลังวันเข้าพรรษา ซึ่งตรงกับวันที่คณะสงฆ์มีพิธีกรรมสำคัญ คือพิธีสูมาคารวะ หรือพิธีขอขมาเจ้าคณะอำเภอและพระชั้นผู้ใหญ่

10

จุดประสงค์คล้ายกับวันไหว้ครูของฆราวาส  ดังนั้นในวันนี้จึงมี 2 พิธีสำคัญ และนับเป็นวันสำคัญทางการศึกษาของคนน่านมาแต่อดีตเช้าวันงานพระภิกษุสามเณรในวัดทั่วเวียงสานับร้อยรูปและชาวบ้านจะเข้ามากราบไหว้พระประธานในพระอุโบสถ พร้อมกับนำน้ำส้มป่อย น้ำอบ มารินลงในพานดอกไม้ธูปเทียนที่ทางวัดจัดเตรียมไว้  พิธีใส่บาตรเทียนจะเริ่มขึ้นหลังพระสงฆ์ฉันเพลแล้ว โดยพระสงฆ์จะเดินเป็นขบวนลงมาจากอุโบสถ นำเทียนไขที่เตรียมมาใส่ลงในบาตรที่ตั้งเรียงรายบนโต๊ะด้านหน้า จากนั้นฆราวาสจะต่อแถวเดินนำเทียนไขพร้อมดอกไม้ใส่ลงในบาตร  กว่าขบวนคนร่วมร้อยจะใส่บาตรครบ เทียนและดอกไม้ก็ล้นพูน เปรียบดังความศรัทธาอันเปี่ยมล้นของชาวพุทธหลังใส่บาตรเสร็จสิ้น พระภิกษุและสามเณรจะเดินกลับเข้าไปในอุโบสถเพื่อทำพิธีสูมาคารวะแก่พระแก้ว 5 โกฐาก ได้แก่ พระรัตนตรัยทั้งสาม พระกรรมฐาน และพระอาจารย์ผู้สอนกรรมฐาน

รวมถึงขอขมาเจ้าคณะอำเภอและพระเถระชั้นผู้ใหญ่ โดยเรียงลำดับตามอายุพรรษา  พระสงฆ์ที่อ่อนพรรษากว่าจะกราบไหว้และถวายพานดอกไม้ธูปเทียนแด่พระสงฆ์ผู้ใหญ่อย่างนอบน้อม  เมื่อเสร็จสิ้นพิธีคณะสงฆ์จะแบ่งเทียนและดอกไม้ ห่อด้วยผ้าอาบน้ำฝนนำกลับวัด เพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมภายในวัด หรือนำมาหล่อรวมกันทำเป็นเทียนพรรษา


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานแพร่ โทร. 0-5452-1118, 0-5452-1127



( 0 Votes ) Add a comment
   

หน้า 5 จาก 10