NaiRobRoo.com | เกร็ดความรู้นักเดินทาง

เจดีย์ทรายในวันสงกรานต์

tips000004ถ้าใครไปทำบุญตักบาตรตามวัดทางเหนือช่วงเทศกาลสงกรานต์ ในวันที่ 14 เมษายน จะเห็นภาพของแม่อุ๊ยกำลังประดับตุงไว้บนพระเจดีย์ทรายที่ชาวบ้านก่อขึ้นร่วมกันให้สวยงาม แต่นั่นก็มีความหมายมากกว่าการประดับประดาอย่างที่ตาเห็น

การก่อพระเจดีย์ทรายนี้คนเหนือจะทำกันในตอนบ่ายของวันเนาหรือวันเน่า คือวันที่ 14 เมษายน เพราะความเชื่อตามตำนานเรื่องพระเจ้าปเสนทิโกศลก่อพระเจดีย์ทราย 84,000 องค์ ถวายเป็นพุทธะ ธัมมะ สังฆะบูชา กับเรื่องพระโพธิสัตว์ครั้งเสวยชาติเป็นทุกขตะเข็ญใจ ได้ก่อพระเจดีย์ทรายและฉีกสบงแขวนเป็นตุง พร้อมกับขอให้เสวยชาติใหม่เป็นองค์สัพพัญญู

ผู้ใดตาน (ภาษาเหนือตรงกับคำว่า "ทาน" ในภาษากลาง) พระเจดีย์ทรายจึงได้บุญมหาศาลเท่าจำนวนเม็ดหินเม็ดทราย อีกทั้งยังจะเป็นคนมีปัญญากล้าแข็ง ละเอียดเหมือนเม็ดทราย จะเกิดร่วมกับพระศรีอาริย์ มีญาติพี่น้องบริวารมาก ไปไหนไม่อดอยาก ถ้าเป็นคนแก่ก็จะมีอายุยืนยาว ส่วนหนุ่มสาวที่ก่อพระเจดีย์ทรายร่วมกัน ก็จะเป็นคู่สร้างคู่สมตลอดไป

คนโบราณเชื่อว่า ทุกครั้งที่เดินเข้าวัดก็จะนำเม็ดทรายในวัดติดเท้าออกมาด้วย และหากไม่ขนทรายไปใช้แทน เมื่อตายไปจะเกิดเป็นเปรต เพราะคนล้านนาถือเรื่องสมบัติของสงฆ์ว่าเป็นของสูงของศักดิ์สิทธิ์ ใครจะลักหรือทำลายไม่ได้ เป็นบาปมหันต์

การก่อพระเจดีย์ทรายตามวัดต่างๆ เราจึงมักเห็นก่ออยู่รอบวิหารภายในวัด และตามเจดีย์ทรายเหล่านี้ยังประดับประดาด้วยธงหรือที่คนเหนือเรียกว่า "ตุง" หลากสีสันหลายรูปแบบอีกด้วย


( 0 Votes ) Add a comment
 

พระนอนสอนอะไร

reclining_buddha_wat_lokayasutharam

ใครเที่ยววัดบ่อยๆ คงสังเกตเห็นว่าพระประธานในอุโบสถวิหารที่เราเข้าไปกราบขอพรกันนั้น นอกจากจะเป็นพระพุทธรูปนั่งในปางต่างๆ แล้ว ก็ยังมีพระนอนอยู่ด้วย

คติการสร้างพระพุทธรูปปางไสยาสน์หรือปางปรินิพพานนั้น เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้รำลึกถึงการเสด็จปรินิพพานขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ขณะเดียวกันก็เพื่อเป็นอนุสติเตือนใจให้ดำรงตนอยู่ในความไม่ประมาท สังขารทั้งหลายเป็นสิ่งไม่เที่ยง แม้กระทั่งพระพุทธองค์ก็ยังเลี่ยงไม่พ้น

การสร้างพระนอนส่วนใหญ่มักอยู่ในท่าตะแคงขวา ในท่านอนของราชสีห์ (สีหไสยา เป็นท่านอนที่ให้กำหนดจิตให้ตื่นในเวลาที่ต้องการ) หลับพระเนตร พระเศียรหันไปทางทิศเหนือ หนุนพระเขนย พระหัตถ์ขวารองพระเศียรไว้ พระหัตถ์ซ้ายทอดไปตามพระวรกายเบื้องซ้าย พระบาทซ้ายทับพระบาทขวาลักษณะตั้งซ้อนกัน พระนอนรูปแบบนี้ในกรุงเทพฯ มีองค์โตๆ อยู่ที่วัดโพธิ์ ท่าเตียน

นอกจากท่าตะแคงขวาซึ่งพบเห็นกันเป็นส่วนใหญ่แล้ว ยังมีพระนอนในท่าตะแคงซ้าย เช่นที่ภูค่าว จ. กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นพระนอนแบบทวารวดี พระหัตถ์ซ้ายพับขึ้นมารองเศียรแทนที่จะตั้งขึ้นแบบพระนอนในยุคหลังๆ พระบาทซ้อนเกยกัน และอีกรูปแบบหนึ่งที่ถูกจัดให้เป็น Unseen ก็คือ พระนอนหงาย ที่ จ. สุพรรณบุรี สันนิษฐานกันว่าการนอนลักษณะนี้ ไม่น่าจะหมายความถึงการเสด็จดับขันธ์ของพระพุทธเจ้า


( 3 Votes ) Add a comment
   

หาดทรายเกิดขึ้นได้อย่างไร

เรื่อง : กอง บก. “นายรอบรู้”
ภาพ : วิจิตต์ แซ่เฮ้ง

ไปเที่ยวชายทะเล เดินเล่นริมหาดทรายขาวเนียน เคยสงสัยบ้างไหมว่าเม็ดทรายขาวนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร

หาดทรายนั้นเกิดจากการผุพังสึกกร่อนตามธรรมชาติของหิน ในแผ่นดินหรือหมู่เกาะ โดยเฉพาะหินทรายและหินแกรนิต จนกลายเป็นทรายและดิน เกิดการพัดพาจากลำธารสู่ท้องทะเล จากนั้นดินและทรายจะถูกแยกจากกันโดยเกลียวคลื่น ส่วนที่เป็นดินจะตกตะกอนทับถมเป็นโคลนตมอยู่บริเวณใกล้ปากแม่น้ำและงอกเป็นผืนแผ่นดินต่อไป

ส่วนที่เป็นทรายซึ่งหนักและทนทานต่อการผุกร่อนกว่าก็จมลงและสะสมตัวเป็นพื้นทรายใต้ท้องทะเล โดยมีบางส่วนถูกคลื่นพัดพาเข้าสู่ฝั่ง สะสมมากขึ้นจนเกิดเป็นแนวหาดทรายตามชายฝั่งทั่วไป

เม็ดทรายบนชายหาดจึงเป็นส่วนที่เหลือจากการผุกร่อนของหินนั่นเอง ซึ่งมักประกอบด้วยแร่ควอตซ์ (Quartz) ที่มีความแข็งและทนทานต่อการผุกร่อนสูง หาดทรายแต่ละแห่งมีสีสันและขนาดของเม็ดทรายแตกต่างกันออกไป บางหาดมีเม็ดทรายเล็กขาวละเอียด อย่างหาดทรายแก้วบนเกาะเสม็ด

ส่วนหาดทรายในภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน มักจะมีสีขาวขุ่นและละเอียดราวกับแป้ง เพราะมีกำเนิดมาจากซากปะการังที่ผุพังแล้ว เช่นที่หมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะสิมิลัน เป็นต้น

หาดทุ่งวัวแล่น หาดทรายชื่อดังของ จ. ชุมพร
หาดทุ่งวัวแล่น หาดทรายชื่อดังของ จ. ชุมพร


( 6 Votes ) Add a comment
   

ผีเสื้อมาชุมนุมกันทำไม

เรื่อง : กอง บก. “นายรอบรู้”
ภาพ : ระพีพร มีบัณฑิต

เวลาไปเที่ยวป่า เรามักจะพบผีเสื้อหลายชนิดไปรวมกันอยู่ตามริมห้วยหรือแอ่งน้ำ มากกว่าจะมาเกาะตามดอกไม้ นั่นก็เพราะนอกจากการกินน้ำหวานจากดอกไม้แล้ว ผีเสื้อยังต้องการของเหลวที่มีแร่ธาตุต่างๆ ด้วย

แร่ธาตุต่างๆ นั้นจะหาได้จากทั้งซากสัตว์ ผลไม้เน่า แม้กระทั่งปัสสาวะหรือมูลสัตว์ ที่มักจะอยู่ตามพื้นดินหรือแอ่งน้ำ จนเป็นที่ชุมนุมของผีเสื้อตัวผู้ที่ต้องการแร่ธาตุเหล่านี้ในการสร้างสเปิร์มและกลิ่นหอมพิเศษเพื่อดึงดูดตัวเมีย ส่วนผีเสื้อตัวเมียนั้นกินแต่น้ำหวานดอกไม้เสมอ

ตามแอ่งน้ำหรือที่ชื้นแฉะริมถนน ซึ่งมักเป็นที่โล่งแสงส่องถึง อาจพบผีเสื้อลงไปหากินรวมกันเป็นจำนวนนับร้อยนับพันตัว เกาะกันแน่น จึงเรียกกันว่า โป่งผีเสื้อ ในฤดูแล้งจะมีโอกาสพบโป่งผีเสื้อมากกว่าช่วงอื่น เพราะแหล่งน้ำมีจำกัด ผีเสื้อจึงต้องมารวมตัวกัน นับเป็นโอกาสดีในการไปเฝ้ารอดูและสังเกตลักษณะเด่นของผีเสื้อแต่ละชนิดได้


( 0 Votes ) Add a comment
   

ทำไมสน จึงเป็นต้นไม้ผู้สร้างป่า

ต้นแปก หรือสนสองใบใน อช. น้ำหนาว จ. เพชรบูรณ์

ป่าบางแห่งโดยเฉพาะป่าบนที่สูงในแถบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มักมีการปลูกป่าทดแทนด้วยพรรณไม้ต่างๆ โดยเฉพาะไม้สน ซึ่งมีทั้งการใช้สนสองใบและสนสามใบในการปลูก สนสองใบจะปลูกในพื้นที่ต่ำ ส่วนพื้นที่ที่สูงกว่า 1,000 ม. จากระดับน้ำทะเล มักปลูกสนสามใบ

เหตุที่ใช้สนก็เพราะสนเป็นไม้ที่โตเร็ว สามารถขึ้นได้ดีบริเวณที่พื้นดินขาดความอุดมสมบูรณ์และมีสภาพแห้งแล้ง ซึ่งป่าที่ถูกทำลายก็มีสภาพเช่นนี้ การปลูกสนจะปลูกให้ครองพื้นที่แทนหญ้า เมื่อสนเติบโตขึ้นก็จะสร้างร่มเงาจนหญ้าซึ่งต้องการแสงแดดในการเจริญเติบโตขึ้นไม่ได้ เป็นการเปิดโอกาสให้ลูกไม้ของป่าดั้งเดิมเติบโตได้ ในที่สุดต้นไม้ของป่าดั้งเดิมก็จะค่อยๆ ขึ้นทนแทนสนต่อไป แล้วจะกลายสภาพเป็นป่าสมบูรณ์ในที่สุด


( 0 Votes ) Add a comment
   

หน้า 10 จาก 10