ภูชี้ดาว ชมทะเลหมอกสุดสายตา @ เชียงราย

ภูชี้ดาว จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกสุดสายตาแห่งใหม่ ไม่ไกลจากภูชี้ฟ้า ไม่อยากให้คุณพลาดเลยถ้ามาเที่ยวเชียงราย

 

“นายรอบรู้” เคยไปชมฉากรุ่งอรุณที่ภูชี้ฟ้ามาหลายครั้ง คราวนี้ลองเปลี่ยนบรรยากาศไปภูชี้ดาว ซึ่งอยู่อีกฟากของเทือกเขาดอยผาหม่น เราจะมองเห็นยอดแหลมของภูชี้ฟ้าที่เคยไปยืนชมวิว ถูกห่มคลุมด้วยคลื่นหมอกขาว ฉากทะเลหมอกที่อยู่เบื้องหน้านั้นกว้างใหญ่อลังการไม่แพ้กัน

ภูชี้ดาว-ภูชี้เดือน-ภูชี้ฟ้า

ภูชี้ดาวเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาดอยผาหม่น อยู่บริเวณบ้านร่มโพธิ์เงิน ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น ตะเข็บชายแดนไทย-ลาวด้านทิศตะวันออกของจังหวัดเชียงราย ห่างจากภูชี้ฟ้า ประมาณ 8 กิโลเมตร ถัดออกไปราว 800 เมตรยังมีจุดชมวิวภูชี้เดือน ที่มองเห็นทะเลหมอกยามเช้าสวยงามไม่แพ้กัน


เดิมชาวบ้านเรียกภูแห่งนี้ว่า ภูหัวล้าน แต่พอมาพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวก็ตั้งชื่อว่า ภูชี้ดาว เพราะช่วงเวลาตี 4-5 ในฤดูหนาว ราวเดือนธันวาคม มกราคม จะเห็นดาวได้ชัด

สังเกตได้ว่า คนแถบนี้นิยมตั้งชื่อให้สอดคล้องกัน ทั้งภูชี้ฟ้า ภูชี้ดาว ภูชี้เดือน ทั้ง 3 ภูนี้ ภูชี้ฟ้าอยู่ต่ำสุดที่ระดับ 1,600 เมตรจากระดับน้ำทะเล สูงขึ้นมาคือภูชี้ดาว ราว 1,720 เมตร และภูชี้เดือนสูงสุดที่ประมาณ 1,800 เมตร แต่มุมในการชมทะเลหมอกจะแคบกว่าทั้งภูชี้ฟ้าและภูชี้ดาว …อยากรู้เหมือนกันว่า ถ้ามีภูต่อไปจะชื่อว่าอะไร   

เราสามารถใช้เส้นทางจาก อ.เทิงหรืออำเภอเวียงแก่น มาทั้ง 3 ภูได้ เส้นทางจะคดเคี้ยวเห็นทิวทัศน์เทือกเขาสลับซับซ้อนไกลสุดตา นับเป็นเส้นทางขับรถที่น่ารื่นรมย์อีกเส้นทางหนึ่ง

ถ้าไม่อยากเหนื่อยเกินไป แนะนำให้มาพักค้างคืนที่บ้านร่มฟ้าไทย หรือบ้านร่มฟ้าทอง ใน ต.ตับเต่า อ.เทิง ก่อน เพื่อพักผ่อนออมแรงไว้ตั้งแต่หัวค่ำ จะได้ตื่นแต่เช้ามืดไปชมแสงแรกของวันได้อย่างสดชื่น

ตื่นเช้าไปสูดอากาศหนาวบนยอดภู

ประสบการณ์ที่ผู้มาเยือนทุกคนต้องผ่านคือ การบังคับตัวเองให้ลุกจากที่นอนตั้งแต่ตี 4 นั่งรถมาบริเวณบ้านร่มโพธิ์เงินเพื่อเปลี่ยนเป็นรถกระบะโฟร์วีลขึ้นไปยังยอดภู เส้นทางค่อนข้างสูงชัน และคดเคี้ยว การใช้บริการรถจากชาวบ้านสะดวกและปลอดภัยกว่า เพียงราคาคนละ 100 บาท หรือ ขั้นต่ำ 500 บาท เท่านั้นเอง (ถ้ามาแค่ 2 คนจะคิดเป็นเหมารอบละ 500 บาท)

จากนั้นรถจะมาจอดที่เชิงภูให้เราต้องเดินเท้าขึ้นทางเดินบันไดดินไปอีกราว 350 เมตร อย่าลืมเตรียมไฟฉายเพราะต้องก้าวขึ้นตามกลางความมืด และควรใส่รองเท้าผ้าใบ หรือฉีดสเปรย์สมุนไพรไล่ยุงที่ขาและเท้า เพราะช่วงต้นฤดูหนาวอาจจะพบกับกองทัพทากที่มารังควาน

แนะนำให้เดินขึ้นอย่างไม่ต้องรีบร้อน เหนื่อยก็หยุดพัก ไม่กี่อึดใจเราจะถึงช่วงยอดภูชี้ดาว ที่เริ่มมองเห็นในแสงสลัว ไม่นานสัญญาณการปรากฏขึ้นของดวงอาทิตย์ก็เผยออกมา

บางวันที่อากาศดีคงได้เห็นท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเฉดสีจากสีดำสนิทเป็นสีม่วงเข้มและฟ้าทีละน้อย แต่วันที่เราไปนั้นอากาศปิดจึงมีแต่หมอกสีขาวห่มคลุมทุกอย่างไว้ในความเลือนลาง จนกระทั่งพระอาทิตย์ปรากฏกายสาดแสงให้ความอบอุ่น เราจึงเริ่มมองเห็นทะเลหมอกสีขาวราวปุยนุ่นซ่อนตัวอยู่ในหุบเขารอบตัว เป็นดังทะเลกว้างใหญ่สุดสายตา มียอดภูแต่ละแห่งเป็นเหมือนเกาะแก่งที่โผล่ขึ้นมา เหมือนกับภาพสวรรค์ในจินตนาการ

รางวัลของการเดินทาง

ที่จุดสูงสุด นอกจากจะมีหลักเขตแบ่งกั้นประเทศไทยและ สปป. ลาวแล้ว เรายังมองเห็นภูชี้ฟ้าที่อยู่ไกลออกไป มีปุยหมอกห่มคลุมสวยงาม สามารถมองทิวทัศน์ได้รอบด้านไกลสุดสายตา ด้านล่างคือแนวเทือกเขาและผืนป่าที่หนาทึบ ซึ่งมีหมอกไหลเคลื่อนผ่านไปมา นับเป็นจุดถ่ายภาพที่ไม่ควรพลาดเลย

 

บนทางเดินยังจะได้เห็นดอกโคลงเคลงสีชมพูบานเป็นกลุ่มสวยงาม เห็นทุ่งหญ้าสีน้ำตาลที่พลิ้วไหวไปตามแรงลม และอากาศก็หนาวเย็นจนต้องกระชับเสื้อกันหนาวให้ไออุ่น  

 

ใครที่มีโอกาสมารับอรุณที่ภูชี้ดาว คงได้พบกับบรรยากาศยามเช้าอันงดงามเป็นกำไรชีวิต และจะประทับในใจเราไปอีกนาน


Info

ภูชี้ดาว

-บ้านร่มโพธิ์เงิน ต.ปอ อ. เวียงแก่น จ.เชียงราย

-ติดต่อ เรื่องรถขึ้นภู โทร. 093-253-2649

– GPS :19.865256, 100.496541/ https://goo.gl/maps/5VA11n6sxNL2

– ขอขอบคุณ งานประชาสัมพันธ์ในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)